บทที่ 10 เมียแต่ง 2
“แม่บ้านให้มาซื้อของหรือคะลุง” สาวน้อยถามยิ้มๆ ซื้อของแนวนี้ ส่วนใหญ่เป็นคุณพ่อบ้าน โดนคุณแม่บ้านใช้มาซื้อ เธอก็อยากมีคุณพ่อบ้านเดินจับจ่ายซื้อของเข้าบ้านแบบนี้นะ ยายเพียวแอบขำที่เห็นผู้ชายตัวโต ดูเป็นผู้ใหญ่ เข็นรถซื้อของใช้ในบ้าน ปกติมักเห็นผู้หญิงซื้อ
“ขำอะไรยายเพียว”
“เปล่า เรียกเขายังกับรู้จักกันมาก่อน” เพียวหุบปากฉับ แสร้งว่าไม่ได้ขำอะไรทั้งนั้น “ว่าแต่ลุงของแกหล่อดีนะ” เพียวขยับกระซิบใกล้ๆ มันตา
“ปะ...เปล่า เงียบไปเถอะ” สาวน้อยเอาศอกกระทุ้งเตือนเพื่อนปากเปราะ ลุงเธอที่ไหนกัน ยายเพื่อนบ้าก็ว่าไป
“ผม เอ่อ ลุงภาณุ นะครับ” ชายหนุ่มถือโอกาสแนะนำตัว (อีกครั้ง) ทำเนียนไปว่าไม่เคยรู้จักกัน
“หนูมันตาค่ะ นี่เพียวเพื่อนหนูค่ะลุง” มันตาทำทีว่าไม่เคยเจอกับลุงมาก่อน เพื่อไม่ได้ให้เพียวสงสัย
“หนูมาซื้อของหรือคะ งั้นลุงขอเดินด้วยได้ไหม ช่วยลุงซื้อของไปให้...แม่ ที่บ้านหน่อย" เขาเน้นแม่ซึ่งไม่ได้แปลว่าแม่ผู้ให้กำเนิด ส่งยิ้มให้กับสาวน้อยผู้ที่ทำเป็นแกล้งไม่รู้จักกัน
“หนูซื้อเสร็จแล้วค่ะ กำลังจะกลับ” ความจริงยังซื้อไม่ครบ แต่เพราะเขินยังไงไม่รู้ที่ต้องเดินกับลุง ตอนที่มีเพียวอยู่ด้วย
“ยังแก ยังเรายังซื้อไม่ครบ” ยายเพียวอยากคุยกับลุง ดูท่ายายเพียวฉายแววตาคลั่งลุงไม่ใช่เล่น
“ซื้อแล้ว เสร็จแล้ว เรากำลังจะกลับ” สองสาวไม่เตรียมกัน จึงพูดไม่ตรงกัน
“ยังไม่ครบเลย” เพียวก็เน้นคำของยังไม่ครบอยู่นั่นแหละ
“ฉันมีเงินจำกัด ซื้อเยอะไม่ได้” อีเพื่อนเวรบ้าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ชายอายุเยอะๆ สเปคยายเพียวเลย
“นี่เบอร์ลุงนะครับ” เป็นลุงที่มีหลานสาวๆ ให้ชื่นหัวใจอย่างนี้รู้สึกว่าดีจริง ลุงทำทีเป็นให้เบอร์โทรศัพท์อีกครั้ง เพื่อย้ำให้มันตารู้ว่าเขากำลังตามเกมเธออยู่
ดูแววตาตาลุงนี่สิ แวววาว น่ากลัวน้อยเสียเมื่อไรไม่ไหวล่ะ ขืนคุยต่อมีหวังโดนคนแก่ตก รีบกลับดีกว่า ของไว้มาซื้อวันอื่น แชมพู ครีมอาบน้ำ ยาสีฟัน ยังพอมีใช้ซื้อร้านโชห่วยแถวบ้านใช้ไปก่อน
“ค่ะ แล้วหนูจะโทรนะคะ” ใครจะโทรเกิดเป็นผัวชาวบ้าน ไม่โดนฉีกอกหรือไงโทรหาผัวคนอื่นกระซิบคุยกับเพียว “รีบไปเถอะแก” ลากแขนเพื่อนไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน ตาลุงนั่นยังเดินตามมาไม่เลิก
พอแคชเชียร์คิดเงินของที่มันตาซื้อเสร็จ
“คิดรวมกับของผมเลยครับ” ตาลุงก็บอกแคชเชียร์ไปแบบนั้น แล้วนึกถึงคำภรรยาขึ้นมา ‘อย่าลืมบอกเบอร์คลับการ์ดด้วยนะ จะได้คูปองส่วนลด’
“มีเบอร์คลับการ์ดไหมคะ” แคชเชียร์ถาม
ลุงบอกเบอร์โทรศัพท์ภรรยาแก่แคชเชียร์ เด็กสาวค้อมศีรษะเป็นเชิงขอบคุณ เธอไม่ได้อยากให้ใครมาจ่าย ต่อให้จนของที่ซื้อมาพอมีเงินจ่าย สาวน้อยทำหน้าเบ้ไม่พอใจ
“เขาจ่ายให้ก็ดีแล้วนี่ ไม่ต้องเปลืองเงินแกไง แกมีเงินจำกัดไม่ใช่หรา” เพียวกระซิบ
“คนแปลกหน้าไม่รู้จักกันเสียหน่อย จ่ายให้แกไม่คิดว่ามันแปลกหรา เขาจ่ายบางทีอาจจะอยากได้ของตอบแทนจากเรา” ต้องเล่นให้เนียนเพียวจะได้ไม่สงสัย
“ตอบแทนอะไร ของแค่นี้เอง คิดมากน่าแก” เพียวว่ามีผู้ชายมาเปย์ดีจะตาย ผู้หญิงต้องบริหารเสน่ห์ ใช้ควาวามสาวให้คุ้มค่า ไม่กี่ปีก็แห้งเหี่ยวผู้ชายที่ไหนจะเหลียวแล
“ไปเร็วกลับ” มันตาลากยายเพื่อนกลับ ทั้งสองเดินหิ้วของไปหน้าห้าง เพื่อขึ้นรถไฟฟ้า หวังว่าอีตาลุงนั่นจะไม่ตามมานะ พวกใส่สูทแต่งตัวดีบางทีมักไว้ใจไม่ได้ มิจฉาชีพมาในคราบหนุ่มหล่อก็มีให้เห็นบ่อยๆ
“แกรีบดึงฉันกลับทำไม อีตาลุงนั่นหล่อมากเลยนะ ไหนๆ นามบัตรฉันขอดูหน่อย ชื่ออะไร” พอขึ้นรถไฟฟ้าได้เพียวรบเร้าขอดูนามบัตร
“ฉันทิ้งไปแล้ว”
“อะไรวะแก ทิ้งทำไม แกเคยเห็นหรือไง ผู้ใหญ่หน้าตาหล่อแบบนี้ รู้จักไว้ไม่เสียหายเลย คบคนแก่ดีนะแก”
“บ้าผู้ชายว่ะแก”
“สเปคฉันเลยนะ หล่อ สมาร์ท สูงวัย รุ่นลุง รุ่นนี้มีฐานะ มีความรับผิดชอบ สายเปย์นะเว้ย ดูสิเขายังไม่รู้จักแกเลย ยังเปย์เบอร์นี้ ถ้ารู้จักกันมากว่านี้ เชื่อเลยลุงต้องเปย์มากกว่านี้แน่” ดูเหมือนเพียวยุให้มันตาชอบลุงคนนั้นเอามากๆ มากจนผิดปกติ หวังดีจริงหรือต้องการอะไรกันแน่
“ของนี่สองร้อยกว่าบาทเอง”
“ใครใช้ให้แกซื้อน้อย”
“ฉันมีเงินจำกัด”
“เป็นไงล่ะ มีผู้แก่มาเปย์ ทั้งที่ยังไม่รู้จัก ไม่สวยจริง ทำไม่ได้นะเนี่ย”
“หึๆ ไม่สวยก็เหนื่อยหน่อยนะ” มันตาล้อเล่นเป็นเรื่องขบขันแค่นั้น
“เออ ฉันไม่สวยอย่างแกให้มันรู้ไป” เพียวทำทีเป็นงอน
“สมัยนี้ มีเงินก็สวยได้เว้ย” มันตาเชื่อแบบนั้น เห็นไหมอยากสวยแบบไหนก็บอกหมอได้ แค่แวะไปสวดมนตร์ที่คลีนิกเสริมความงาม เดินออกมาก็มีหน้าใหม่แล้ว ทำบุญได้ใช้ชาติหน้า ทำหน้าได้ใช้ชาตินี้
“จริงว่ะ” เพียวเห็นด้วย ใช่ฉันเลยต้องรีบใช้บุญในชาตินี้เผื่อชาติหน้าไม่มี ฉันจะได้ไม่เสียดายที่ได้ใช้แล้ว เพียวซ่อนความคิด
มันตากับเพียวแยกกัน มันตาลงจากรถไฟฟ้าก่อน เพียวเลยไปอีกสองสถานี สาวน้อยพาตัวเองเข้ามาในห้อง วางของที่ซื้อไม่ครบทุกอย่างลงบนโต๊ะ เนื่องจากเงินมีจำกัด ซื้อเท่าที่จำเป็น อย่างน้อยก็ยาสีฟันน้ำยาซักผ้า อาหารกึ่งสำเร็จรูป ไว้กินยามจำเป็น สายตากวาดดูในห้องตัวเอง แต่กลับต้องตลึงตาตื่น ตกใจจนแทบหัวใจหยุดเต้น เมื่อภาพเบื้องหน้า...!!!
ข้าวของในห้องกระจัดกระจาย ถูกรื้อค้นจนเละเทะ สาวน้อยพุ่งตัวเข้าไปดูข้าวของ ลิ้นชักตู้เล็กข้างเตียงถูกงัด เงินที่เธอเก็บไว้ไม่เหลือแม้แต่บาทเดียว นาทีแรกที่ฉุกคิด จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากแฟนหนุ่มของเธอเอง นายมีกุญแจสำรองและก็คีย์การ์ดเข้าตึก
“ไอ้เลว” มันตากรีดร้องด้วยความเจ็บใจ “นั่นมันค่าห้อง ค่าเทอมกูนะเว้ย” คบกับผู้ชายคนนี้แรกๆ เขาเป็นคนดีมาก ระยะหลังขอยืมเงิน ขอยืมแต่ไม่คืน พอทวงดันโดนเอ็ดโดนว่า ทวงบุญคุณ บางครั้งยังคิดจะลงมือกับเธอ ดูสินอกจากแบมือขอตอนนี้ยังขโมยอย่างหน้าด้านๆ สารเลวสิ้นดี
เกือบจะสิ้นเดือนแล้วเธอจะทำยังไง ค่าห้องต้องจ่าย ไหนจะค่าเทอมที่ติดค้างไว้ ถ้าไม่จ่ายไม่ได้เข้าสอบ ถ้าจะไปขอยืมจากพ่อก่อนเชื่อว่าไม่มีความหวังเอาเสียเลย
จังหวะนั้นเองกระดาษใบเล็กสีขาวขอบทอง หล่นออกจากกระเป๋าเสื้อคลุม
“นี่มันนามบัตรตาลุงณุนี่ เฮ้ย...” อ่านชื่อและตำแหน่งของเขา นี่มันคนใหญ่คนโตเลยนี่หว่า “ซีอีโอบอสเกมส์เลยนะ” สาวน้อยอุทานอยู่กับตัวเอง หรือว่านี่อาจจะเป็นโอกาสดีๆ ของเธอ
