บทที่ 13 ซ่อน 1
“พอแล้ว ไม่เอาน่า เหนื่อยแล้วนะ” สองร่างฟัดกันอยู่บนเตียงในห้องบนคอนโด ที่พ่อแม่ฝ่ายหญิงเป็นคนเช่าให้ลูก ไว้พักตอนเข้ามาเรียนในกรุงเทพ แต่กลับกลายเป็นรังสวาทระหว่างสองหนุ่มสาววัยรุ่น
“เพียว” ชายหนุ่มเรียกหญิงสาวด้วยเสียงกระเส่า ขณะร่างกายโยกไปตามแรงกระทำ
“อือ” เสียงหอบหายใจขณะรองรับร่างกายกำยำเหนือร่าง“อ๊ะ...อา นายจ๋า อื้อ เพียวไม่ไหวแล้วนะ”
“เสียวว่างั้นเถอะ”
“ยิ่งกว่าเสียวอีก”
“ชอบละสิ นายรู้ว่าเพียวชอบ” หน้าอกอวบอิ่มถูกปากนายงับ แล้วก็เคล้นคลึงด้วยสองมือร้อนผ่าว หนุ่มเรี่ยวแรงเยอะ กอบกุมขย้ำอย่างดุเดือด ร่างเพียวแอ่นตามแรงมือบีบเคล้น ปากบอกไม่ไหว พอแล้ว พอแล้ว หากแต่ยังหยัดตัวเบียดเข้าหาฝ่ายชายด้วยความเสียวกระสัน
“รู้ไหมนายคิดถึงเพียวมากนะ”
“คิดถึงเพียวคนเดียวหรือเปล่า”
“อยากให้นายคิดถึงใครล่ะ อยู่กับเพียวต้องคิดถึงเพียวสิ”
“อีกคนล่ะ คิดถึงไหม”
“ใคร”
“คนนั้นแหละ ทำเป็นเอ๋อ”
“ไม่เคยคิดถึงผู้หญิงคนอื่นเลย ใจนายมีแต่เพียวนะรู้ไหม ห้ามพูดถึงคนอื่น เวลาเรามีความสุขด้วยกัน คนทำงานแบบนั้นนายไม่เอามาทำแฟนหรอก” พูดจบเขาก็โยกต่อเข้าใส่ในตัวเพียว จนกระทั่งเสร็จกิจ ถ่ายทอดสายพันธุ์ใส่ในถุงที่ครอบเจ้าเขื่องแข็งกระด้างไว้
นายถอดถุงนิรภัยออกจากอาวุธโยนทิ้งขยะ เอนตัวนอนบนเตียงยับย่น ดึงบุหรี่ออกมาจุดสูบ
“ไหนพูดใหม่อีกทีซิ ยายตาทำงานอะไร ทำไมนายถึงพูดแบบนั้น พูดอย่างกับว่าตาทำงานไม่ดี”
“งานกลางคืน” นายพูดถึงผู้หญิงในทางไม่ดีอย่างสนุกปาก
“แบบขายเหรอ...! พูดเป็นเล่น รู้ได้ไง ใส่ร้ายตาหรือเปล่า” ดีใจด้วยซ้ำที่นายมองมันตาไม่ดี เขาจะเป็นของเธอคนเดียว
“ผู้หญิงทำงานร้านเปรี้ยวซ่า มีคนไหนไม่ขาย” พูดถึงผู้หญิงในทางเสียหาย ทั้งที่ตัวเองฉกเงินจากน้ำพักน้ำแรงเขามาใช้จ่ายอย่างหน้าด้านๆ
“หา !!! ตาทำงานร้านเปรี้ยวซ่า เดี๋ยวนะ ตาอาจจะเป็นเด็กเสิร์ฟมั้ย” เท่าที่พูดกับมันตาเพื่อนบอกว่าทำงานพิเศษ เป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหาร นายอาจจะใส่ร้ายมันตาก็ได้
“เด็กเสิร์ฟที่ไหน มีของแบรนด์เนมใช้ เพียวไม่สังเกตของใช้ที่ตาใช้เลยหรือ”
“ตาเขาบอกของก็อป”
มันตาเนี่ยนะทำงานอย่างว่า ไม่น่าเชื่อ อย่างว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ ขนาดเธอยังลักลอบกินกับนาย ช่วยไม่ได้เธอชอบของเธอก่อน ยายมันตาแย่งไปต่างหาก เพราะเธอไม่สวย ไม่สะดุดตาอย่างมันตา ทำให้ได้แต่แอบรักนายอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าไม่ใช่เพราะคืนนั้น คืนที่มันตาไม่ยอมไปเที่ยวด้วย เธอก็ไปกับเพื่อนอีกคน จึงได้เจอกับนายเข้าพอดี
“ตา...กูขอนายคืน” ในคืนนั้นเองเพียวได้โอกาสคิดแบบนี้ แล้วเริ่มแอบคบกับนายลับหลังมันตามาตลอด ถึงตอนนี้ร่วมสามเดือนเห็นจะได้ วันนี้เธอจึงได้รู้ความลับที่มันตาหลอกเอาไว้
“นาย”
“ว่าไง” นายเคลิ้มจวนจะหลับ ได้ยินเสียงเพียวแว่วๆ ขานรับแต่ไม่ลืมตา
“เลิกกับตามาคบกับเพียวเถอะ”
“เลิกแล้ว” เขาตอบไปงั้นๆ เพื่อหลอกเพียวให้หลงเชื่อ
“จริงนะ” เพียวดีใจขยับหอมแก้มนาย ซบใบหน้ากับอกแน่น ดีใจมากที่ได้ครอบครองนาย ไม่เคยรู้เบื้องหลังนายมีประวัติเทาๆ ซ่อนอยู่เบื้องลึก วัยรุ่นไม่คิดมากขอแค่ได้รัก เรื่องอื่นช่างหัว ความหลงไม่เข้าใครออกใคร ถ้าได้หลงมักโงหัวไม่ขึ้น
“ถ้างั้นเราก็คบกันเปิดเผยได้แล้วสิ” โอกาสของฉันมาถึงแล้ว
“ยังก่อน อย่าเพิ่งเลย” นายพูดแบ่งรับแบ่งสู้ไม่เปิดโอกาสให้ความหวังกับเพียว เขาแค่หาความสุขตามประสาผู้ชาย ดูแลใครจริงจังไม่ได้หรอก
“อ้าว ทำไมล่ะ เราต้องเป็นแฟนกันแล้วไหม ถ้านายมีเพียวคนเดียว เลิกกันยายตาแล้วนี่” ความหวังพังครืน ในเมื่อเลิกกับมันตาแล้ว ทำไมนายยังไม่ยอมคบกับเธออย่างเปิดเผยเสียที ต้องให้เป็นเงาคนอื่นไปถึงไหน หรือว่าไม่ได้เลิกจริง
“เงียบเถอะ บอกว่าอย่าเพิ่งก็อย่าเพิ่งไง พูดไม่รู้เรื่องหรือยังไง น่ารำคาญ” นายตัดบทด้วยความเจ้าอารมณ์ รำคาญผู้หญิงเซ้าซี้
“นาย !” พอถึงเรื่องสำคัญอย่างนี้ทุกที “ยายตาฉันไม่ยอมเป็นเงาของแกไปจนตายแน่” เพียวเจ็บใจที่ไม่สามารถช่วงชิงนายมาเป็นของเธออย่างเต็มร้อย ยังคงมีเงาของมันตาซุกซ่อน เป็นหนามทิ่มตำใจอยู่
นายยังคงต้องการผลประโยชน์จากมันตา การอยู่กับเพียวความรู้สึกในแบบผู้ชายคนหนึ่ง ต้องการเรื่องอย่างว่าเท่านั้น คนหนึ่งเก็บไว้หาเงินให้ใช้ อีกคนคบไว้เพื่อความสุขทางกาย เขานี่แม่งโคตรโชคดีเป็นบ้า
“ตอนนี้แกกับนายยังดีกันอยู่ไหมตา” เพียวถามเพื่อนในช่วงพักกลางวัน หลังเรียนคาบเช้าจบ วันนี้มันตามาเรียนสายอีกตามเคย เพียวแลกเชอร์ไว้ให้ วางสมุดลงต่อหน้าเพื่อน
“ถามทำไม” จู่ๆ เพียวมาถามเรื่องนี้เพื่ออะไร
“ไม่มีอะไร” เพียวแก้เก้อด้วยการยกแก้วชาเขียวของโปรดขึ้นดื่ม
“ยังคบกันดีอยู่” สาปส่งสิไม่ว่า ไอ้สารเลว เจอที่ไหน แม่จะแหกอกให้ ทำงานแทบตายโดนมันขโมยเงินไปหน้าตาเฉย จะมีใครนอกจากมันที่เอาเงินเธอไป
“ฉันแบบ คือไม่ค่อยเห็นเขามารับแกไง คือปกติฉันจะเห็นเขาพาแกไปเที่ยว โน่นนี่นั่น” เพียวแกล้งพูด ก็ในเมื่อนายบอกว่าเลิกกับมันตาแล้วนี่ อยากรู้ว่าสองคนนี้พูดตรงกันหรือเปล่า
