บทที่ 14 ซ่อน 2

“ฉันไม่อยากเจอนายเองต่างหาก แกรู้นี่ว่าฉันต้องทำงานตัวเป็นเกรียว ไม่มีเวลาไปไหนมาไหนกับนายหรอก”

“ว่าแต่แกทำงานอะไรนะ ฉันความจำสั้นน่ะ จำไม่ได้ว่าแกเคยบอกหรือไม่เคย” แกล้งถามเอาความจริงเธอไม่อยากเชื่อนาย นายอาจจะใส่ร้ายมันตา เพื่อให้เธอเชื่อใจว่าเขาเท่านั้นเอง

“เด็กเสิร์ฟ งานกระจอกๆ น่ะ แต่ว่าทำให้ฉันมีเงิน ฉันต้องทำไง งานอะไรก็ทำทั้งนั้นแหละ ฉันมันผู้หญิงมีค่า” ถ้านายไม่ขโมยเงินเธอไป ป่านนี้เธอคงไปลาออกจากร้านพี่เปรี้ยวซ่า เลิกทำงานกลางคืน ใช่ว่าอยากทำเสียเมื่อไร ถ้าไม่ใช่เพื่อการศึกษา และความหวังที่จะได้มีชีวิตดีๆ หลังจบการศึกษา  

“งานเสิร์ฟ ?” เพียวแอบเบะปาก ดูถูกเงินที่คนอื่นหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง แต่เป็นชนชั้นแรงงาน  

“ทำไมวะเพียว แกสงสัยอะไร ฉันไม่มีพ่อแม่ส่งเสียเหมือนแกนี่หว่า มีงานอะไรก็ต้องทำทั้งนั้น”

“ไม่ใช่อะไร เพียงแต่ฉันเป็นห่วงแก หวังดีต่อแก งานเด็กเสิร์ฟ ได้ข่าวว่าเงินจี๊ดเดียวเอง แกไม่ลองทำอย่างอื่นที่มันได้เงินมากกว่านี้ละ”

“งานอะไร” เพียวไปรู้อะไรมากันแน่ถึงได้พูดแปลกๆ  

“ไม่รู้สิ ฉันไม่เคยทำงาน ไม่รู้เลยว่างานอะไรแบบไหนได้เงินเยอะกว่าเด็กเสิร์ฟ” เพียวพยายามแหย่ให้มันตาคายความลับ ปกติคนอย่างมันตาหยิ่งในศักดิ์ศรีจะตาย มีหรือจะไปทำงานขายอย่างที่นายว่า บางทีผู้ชายอย่างนาย อาจจะใส่ร้ายผู้หญิงก็ได้

“เอ่อ ตาลุงคนนั้นไง แกยังเก็บนามบัตรเขาไว้อยู่หรือเปล่าละ แบบแกไปของานเขาทำไง ดูเขาสนใจแกออก”

“เรายังเรียนไม่จบ”

“อีกหน่อยเราก็ต้องฝึกงาน แกถือโอกาสเข้าไปฝึกงานไง”

“ดูเหมือนว่า แกจะเชียร์ให้ฉันไปทำงานกับอีตาลุงหื่นนั่นจังเลยะ” ดูตาเดียวก็รู้ว่าหื่น ถ้าไม่หื่นเจอกันครั้งแรก อยากเลี้ยงข้าว ครั้งสองจ่ายเงินค่าของให้อย่างนั้นหรา เชื่อเลยคิดหาผลประโยชน์จากเมล็ดพันธุ์ที่หว่านเอาไว้นิดเดียว

“ฉันไม่อยากให้แกทำงาน...เอ่อ” เพียวไม่กล้าพูดคำที่คิดออกไป

“เด็กเสิร์ฟนะเหรอ”

“ใช่ๆ นั่นแหละเด็กเสิร์ฟ” เพียวทำทีเป็นห่วงมันตา แท้ที่จริงต้องการให้มันตาไปอยู่ใกล้ผู้ชายคนอื่น เพื่อจะได้นายเป็นของตัวเองคนเดียว “นั่นแหละ”

“แกไม่เคยทำงาน ไม่รู้ด้วยซ้ำ เด็กเสิร์ฟทำงานยังไง ฉะนั้นแกไม่ต้องออกความเห็นเลยเพียว”

“เอ้ย...นี่ตา ฉันหวังดีกับแกนะ” หวังดีปลอมๆ อยากงาบแฟนเพื่อนสิไม่ว่า

“ฉันเข้าใจ ว่าแกห่วงฉัน ตอนนี้มีอะไรให้ทำ ฉันก็ทำทั้งนั้น” ถ้าโทรไปของานอีตาลุงหื่นนั่น แล้วเขาเกิดทวงบุญคุณ ขอสิ่งตอบแทน คนจนอย่างเธอจะมีอะไรตอบแทนแก่เขา นอกจากตัว ดังนั้นตัดไฟเสียแต่ต้นลมเป็นการดีที่สุด

มันตาเจอผู้ชายแก่หื่นๆ ชอบลวนลามเด็กในร้านพี่เปรี้ยวอยู่ประจำ มันทำให้เข็ดขยาดไม่อยากรู้จักผู้ชายคนไหน แม้ว่าบางวินาทียังแอบอ่านแววตาลุงคนนั้น ดูมีความเมตตา แต่แค่นั้นมันบ่งบอกจิตใจที่แท้จริงไม่ได้เลยด้วยซ้ำ  

“ว่าแต่...แกกับอีตานาย ยังคบกันหรือเลิกกันเอาให้ดี”

“แกทำไมวกมาเรื่องนายอีกแล้ว”

“แหม คนอย่างฉันที่ถามซ้ำๆ เพราะห่วงเพื่อนเท่านั้นแหละ แกน่ะ พ่อแม่ก็แยกทางกัน เพื่อนฝูงยังมีน้อยอีก มีนายคอยดูแลช่วยเหลือ ฉันดีใจด้วย” ดีใจกับผีสินั่นผัวฉัน สักวันเขาต้องเป็นของฉันคนเดียว

“เออ ขอบใจที่เป็นห่วง” มันตาตั้งหน้าตั้งตาแลคเชอร์ เธอขาดเรียนหลายวิชา เรียนไม่ทันเพื่อนๆ เลย ดีที่ยังมีเพียวให้ยืมสมุด อย่างที่เพียวว่าไม่ผิดสักประเด็น พ่อแม่แยกทาง ไม่มีใครเอา เพื่อนน้อย แถมไอ้แฟนที่ว่าต้องการให้ดูแลมันก็ไม่เคยเหลียวแล นอกจากนำปัญหามาให้ไม่รู้จบ   

“ฉันรักแกนะตา” เพียววางมือบนไหล่เพื่อนออกแรงบีบเบาๆ แม้จะอยากบีบคอมากกว่าบีบไหล่ก็ตาม อะไรที่ได้มา ถือเสียว่านั่นคือกำไร ส่วนอะไรที่เสียไปถือเสียว่าชดใช้กรรม หญิงสาวพยายามมองโลกในแง่ดี คิดเคียดแค้นมาก หัวจะแตกตาย  

“แน่นอนฉันก็รักแกเหมือนกัน” มันตายิ้มจริงใจ จะมีคนสักกี่คนในชีวิต ที่บอกว่ารักเรา อย่างที่เพียวบอก พ่อแม่ยังไม่รักเลย ชีวิตเธอแม่งโคตรบัดซบสิ้นดี

“ฉันยังยืนยันนะเว้ย อยากให้แกลองโทรของานลุงหน้าหล่อคนนั้น”

“เออ” รู้นะว่าเพียวเป็นห่วง แต่มันจะเหมาะสมหรือ ถ้าจะโทรไปของานทำ เมื่อรู้จักกันแค่ผิวเผิน

“ฉันลองค้นดูแล้ว บอสเกมส์ เป็นบริษัทพัฒนาเกมส์ ที่กำลังมาแรงมาก ถ้าแกมีโอกาสได้เข้าไปทำงาน ฉันว่ามันดีแน่ บริษัทใหญ่ขนาดนั้น เอาไหมๆ ฉันโทรให้ ไหนนามบัตรเอามาสิ เขาชื่ออะไรนะ” เพียวดึงกระเป๋าสะพายมันตาไปค้นหานามบัตรใบนั้น อย่างถือวิสาสะ  

“เพียว เพียว !” มันตาเรียกเพื่อนไว้ เป็นเชิงปรามไม่ควรทำแบบนั้น เรื่องมารยาทด้วย เที่ยวค้นกระเป๋าคนอื่นแบบนี้ไม่เหมาะสม หญิงสาวกระชากกระเป๋าแบรนด์ที่ผ่อนไม่หมด มาจากมือเพียวแบบไม่เกรงใจเท่าไรนัก

“ทำไมวะ ดูแกหวงกระเป๋าจัง หรือว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่ของก็อป มันเป็นของแท้ ราคาครึ่งแสนอะไรที่คนเขาว่า” ที่นายว่าก็น่าจะจริงสิแบบนี้ มันตาขายอย่างว่า เพียวมองเพื่อนด้วยสายตาเหยียด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป