บทที่ 2 ใครก็ไม่ต้องการ 2
“ลูกสาวค่ะ”
“ลูกสาว !” คุณผู้ชายมีลูกสาวโตป่านนี้เลยหรือ แถมยังหน้าตาดีด้วย ว่าแต่มาทำอะไรดึกๆ นวลไม่เคยรู้เลยว่า คุณผู้ชายสามีคุณผู้หญิงมีครอบครัวมาก่อน อีหรอบนี้น่าจะมารบกวนเรื่องเงินเสียละมั้ง นวลคิดไปตามประสา พวกชอบคิดไปเอง โดยไม่ไต่ถามให้รู้ความเสียก่อน
“รอแป๊บหนึ่งนะ ฉันต้องไปแจ้งแก่คุณผู้หญิงให้ทราบก่อน ก่อนจะให้ใครเข้าบ้าน” หน้าตาสวยเกินไปไม่น่าไว้ใจ ถ้าไม่ใช่ลูกสาว แต่เป็นกิ๊กคุณผู้ชายนี่คงแย่ ต้องให้คุณผู้หญิงตัดสินใจก่อน
“ป้าเดี๋ยว มาเปิดประตูให้หนูก่อน อย่าเพิ่งไป” ร้องเรียกเสียงแหบเสียงแห้ง ป้าแม่บ้านยังไม่หันมาสนใจตุ๊กตาโดนทิ้งอย่างเธอ
นวลเดินหันหลังกลับเข้าไปในบ้าน ไม่ใส่ใจเสียงเรียกจากคนด้านหลัง เด็กหลงตามหาพ่อ นำเรื่องไปถ่ายทอดแก่เจ้านาย สักครู่วลีเดินออกมากับนวล ชี้ไปที่ประตูรั้วสูงตะหง่าน มันตานั่งพิงกรงประตูอยู่ พอได้ยินเสียงคนคุยใกล้เข้ามา จึงลุกขึ้นด้วยความหวังจะได้เจอพ่อ อย่างน้อยคืนนี้ตนต้องได้ที่ซุกหัวนอน ไม่ต้องนอนข้างถนน สองมือกอดกระเป๋าแน่น สมบัติไม่กี่ชิ้นที่แม่ยัดใส่กระเป๋าโยนออกมาพร้อมกับเสียงไล่ตามหลัง ตอนนี้ตัวเธอสภาพเหมือนตุ๊กตาขาดวิ่นถูกทิ้งในขยะ
“อาวลีหนูเองค่ะมันตา” มันตาบอกทันใด ที่เห็นหน้าคนเดินออกมา
“อ้อ...ลูกสาวพี่วัฒน์นี่เอง มีธุระอะไรกับคุณวัฒน์” วลีเชิดหน้าใส่ลูกเลี้ยง ไม่อยากต้อนรับยายเด็กคนนี้เลย จะให้แกล้งปั้นหน้าเป็นรักมากหนักหนายากจะทำได้
“หนูมาหาพ่อค่ะ” สาวน้อยตะโกนบอก เพื่อหวังให้แม่เลี้ยงเห็นใจ
วลีมองกระเป๋าที่เด็กสาวกอดอยู่แนบอก เดาได้อย่างเดียวคงจะมาขออาศัย “คุณวัฒน์ไม่อยู่ ไปดูงานต่างประเทศ” เธอให้สามีรับตำแหน่งผู้บริหาร ตั้งแต่ตอนที่เอาแต่ใจ ดีดดิ้นจะเอาผัวคนอื่นมาทำผัวตัวเอง บังคับให้พ่อยกตำแหน่งใหญ่โตในบริษัท ให้กับสามีที่แย่งมาจากผู้หญิงคนอื่นหน้าด้านๆ หวังเอาใจสามีให้ทิ้งทางโน้นมาแต่งกับเธอ
“นวล บอกอีนางเด็กนั่นไปคุณวัฒน์ไม่อยู่”
“ไม่ให้เข้ามาหรือคะคุณผู้หญิง” เด็กน่าสงสารออก
“ไม่ ไล่ไปซะ” วลีไม่ได้เดินไปถึงหน้าประตูด้วยซ้ำ สั่งให้ไล่มันตาไปจากหน้าบ้าน เธอไม่ชอบลูกเลี้ยงคนนี้ คิดว่าคงจะมาขอเงินพ่ออีกตามเคย อีเด็กใจแตกดูแต่งเนื้อแต่งตัวเข้าสิไม่ต่างกับอีตัว วลีมองกางเกงยีนขาสั้นขาดรุ่ยๆ สั้นแทบจะเห็นไปถึงไหนต่อไหน เด็กสมัยนี้ไม่ไหวเลยจริงๆ
“ว่าไงคะป้า” หญิงสาวดีใจที่ป้าแม่บ้านกลับมา ขาแข็งยืนรอแถมยุงกัดคันคะเยอทั้งตัว “เปิดประตูให้หนูหน่อย ยุ่งกัดหนูคันไปทั้งตัวแล้วค่ะ” ขอความเห็นใจมือก็เกาตุ่มยุงกัดไปด้วย
“เสียใจฉันให้เข้าไม่ได้ คุณผู้หญิงไม่อนุญาต” แม่บ้านอย่างนวลก็เป็นคนรับใช้กินเงินเดือนเขา ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรตอบแม่หนูคนนี้ รู้แหละว่าเป็นลูกสาวคุณผู้ชาย ในเมื่อเจ้าของบ้านไม่ให้เข้า เธอก็จนใจต้องทำตามคำสั่ง ยอมรับเด็กมันน่าสงสาร อุตส่าห์หอบกระเป๋ามาหาพ่อ คุณผู้หญิงช่างใจจืดใจดำเสียเหลือเกิน
“พ่อล่ะ” อยากเจอหน้าพ่อ เชื่อว่าพ่อต้องให้เธอเข้าไปด้านใน
“คุณผู้ชายไม่อยู่ ไปต่างประเทศ” อันนี้คือข้อเท็จใจ ไม่ใช่โกหกเด็ก
“ก็ให้หนูเข้าไปข้างในหน่อยสิ พ่อจะกลับวันไหนคะ”
“ป้าไม่ทราบหรอกหนู กลับไปเถอะ” ป้านวลมาบอกแค่นั้น แกก็หมุนตัวเดินกลับเข้าบ้าน
“ป้าๆ เดี๋ยวๆ มาเปิดประตูให้หนูก่อน หนูไม่มีที่ไป ป้าอย่าเพิ่งไป” ทีแรกคิดว่าจะไม่ร้องไห้ มีที่ซุกหัวนอนแล้ว ครั้นพอเป็นแบบนี้ ความเข้มแข็งที่เธอเชื่อว่ามีในตัวอยู่เยอะแยะ กลับหายไปหมดสิ้น พานทำให้แข้งขาอ่อนแรง น้ำตาก็ร่วงอาบสองข้างแก้ม
ทำไม ทำไม ชีวิตเธอ ถึงไม่มีใครต้องการ ไม่มีใครเหลียวแล จะเขี่ยทิ้งกันไปถึงไหน คนมีเลือดเนื้อ พอพวกท่านมีความสุขก็ลืมลูกคนเดียวที่เขาบอกว่าเกิดจากความรัก นี่นะหรือความรักกลับถูกทอดทิ้งราวขยะเปียก หญิงสาวกอดตัวเอง อย่างทุกข์ระทม มองเข้าไปในบ้านเมียใหม่พ่อ บ้านหรูหลังใหญ่โตอย่างกับคฤหาสน์ เจ้าของบ้านช่างแล้งน้ำใจสิ้นดี
สักวันเถอะ สักวัน เธอต้องมีมากกว่าผู้หญิงคนนี้ มันตาเดินไปตามท้องถนน ที่ผู้คนยังคงสัญจร ส่วนใหญ่เป็นคนทำงาน เพิ่งเลิกงานบ้าง บางคนเพิ่งออกไปทำงานกลางคืน คนกลางคืนแต่งตัวสวย แต่งหน้าจัด ต่างเดินเข้าไปในสถานที่แห่งหนึ่งตึกใหญ่โตตั้งตระหง่าน แสงสีไฟวิบวับ
มันตายืนเหม่อมองผู้หญิงสวยเหล่านั้น เดินเข้าเดินออกสถานที่แห่งนั้น จังหวะหมุนตัวจะเดินจากไป ประจวบเหมาะ หัวไหล่กระแทกชนคนหนึ่ง
“อุ๊ย...ขอโทษค่ะ หนูไม่ทันเห็น” กระเป๋าที่กอดอยู่กระเด็นร่วงหล่นพื้น
คนที่มันตาชน ยืนดูสาวน้อยก้มเก็บกระเป๋า “หนูมาจากต่างจังหวัดหรา” เสียงหวานเอ่ยถาม
“ปะ...เปล่าค่ะ” มันตามองคนถาม สภาพเธอเหมือนเด็กมาจากต่างจังหวัด เพิ่งลงจากรถทัวร์มากสินะ แถมยังหอบกระเป๋าใบเก่า เสื้อผ้ายังโทรมแทบไม่เรียกว่าคนกรุงเลยด้วยซ้ำ
“อยากทำงานไหม” กำลังหาคนทำงาน แล้วหน้าตาเด็กนี่น่ารักไม่ใช่เล่น คิดว่าเอาไปขัดตัวเสียหน่อยต้องสวยไม่แพ้ใครเลย
