บทที่ 5 ลุงหล่อ 1

เลิกเรียนมันตาไปเดินใช้เงิน ที่ได้จากการทำงาน จังหวะกำลังเลือกรองเท้าแบรนด์หรู ตั้งใจซื้อไว้ใส่ไปทำงาน พอหมุนตัวจะออกจากร้าน เพื่อไปอีกร้านหนึ่งเผื่อจะมีแบบอื่นน่าสนใจมากกว่า

“อุ๊ย !” เดินชนคนพอดี ข้าวของในมือที่เพิ่งซื้อมา กระเด็นหล่นจากมือตกพื้น

“เป็นอะไรมากไหม...หนู” เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความสำนึกผิด เขาเดินดูหน้าจอโทรศัพท์เพลินไปหน่อย เลยทำให้ชนคน แล้วเมื่อ...มองเห็นคนที่ตัวเองชน ก็พบว่าเป็นนักศึกษา ผมยาวดัดรอนเก๋น่ารัก เขารีบก้มลงเก็บของที่หล่นตรงพื้นเป็นการขอโทษในสิ่งที่ตัวเองทำอย่างจริงใจ

“อ๊ะ...” เสียงครางเพราะศีรษะชนกัน จนกระเด้งไปด้านหลัง หญิงสาวในชุดนักศึกษา กระโปรงสอบสั้น เสื้อสามเอส ยกมือลูบหัวปรอยๆ ปั้นหน้านิ่ว

“ขอโทษครับ” ยื่นมือเพื่อช่วยดึงเด็กสาวขึ้น เป็นจังหวะก้มหยิบของพอดี ชายหนุ่มสับสนจะทำอะไรก่อนหลัง เกิดจากความน่ารัก สวยสดใส ดึงความสนใจไปจากเขา จนขาดการลำดับจะทำอะไรก่อนหลัง  

“ลุง หยุดค่ะ หนูจะหยิบเอง” เธอห้ามเขา “ลุงอยู่เฉยๆ ไม่งั้นหนูเจ็บตัวอีกแน่ แล้วของหนูก็ต้องเสียหาย” ของแพงๆ ทั้งนั้น สาวน้อยค้อนหนุ่มใหญ่อย่างไม่ชอบใจนัก  

“ลุง” นี่กูเป็นลุงตั้งแต่เมื่อไร อายุกูแก่ขนาดนั้นเชียว ชายหนุ่มแอบคิด เอาวะเรียกไรก็เรียกคนน่ารักไม่ผิด

“เรียบร้อยแล้ว เชิญถอยไปค่ะ” มันตาเบี่ยงตัวหลบขยับเดิน ลืมเลยว่าจะไปไหนต่อ เธอก้าวเดิน กลับรู้สึกว่ามีคนเดินตาม หันกลับไปดูจึงพบว่าเป็นลุงคนที่เดินชนเธอ

“ผมขอโทษ” ลุงตามตอแย อย่าเรียกว่าตามตอแย แค่อยากขอโทษ ที่เดินไม่ดีชนเธอจนของกระเด็นมากกว่า

“เข้าใจแล้วค่ะลุง” รู้สึกรำคาญอีตาลุงคนนี้ขึ้นมาตงิดๆ หน้านิ่วไม่สบอารมณ์ ตอนแรกจะเข้าไปดูของในร้านนี้ เปลี่ยนใจไม่ไปดีกว่า หรือว่าจะเป็นมิจฉาชีพเที่ยวเดินตามดักฉุดผู้หญิง

“เพื่อเป็นการไถ่โทษ ผม เอ่อ ลุงเลี้ยงข้าวได้ไหม” คำถามหรืออยากเลี้ยง อยากเลี้ยงแหละดูออก

“นี่ลุงจีบหนูหรา” ทำเป็นขึงขังโกรธที่เขาดูถูกเธอ ไม่รู้จักกันยังดูถูกว่าเธอเห็นแกของฟรี

“ไม่นี่ แค่อยากไถ่โทษ” ไม่คิดดูถูกแต่เพราะปล่อยสาวน้อยไปไม่ได้จริงๆ อยากรู้จักเธอให้มากกว่านี้ อย่างน้อยก็ชื่อได้เบอร์โทรยิ่งดีเข้าไปใหญ่

“ขอโทษก็จบแล้วค่ะ ไม่ต้องเลี้ยงข้าว อันนั้นเกินไป แค่ชนเอง” เรื่องเล็กน้อยไม่เห็นต้องถึงกับเลี้ยงข้าว นอกจากคิดอย่างอื่น ผู้ชายก็แบบนี้ทุกคน

“เอาเป็นว่าลุงอยากเลี้ยง” ลุงเองก็จีบไม่เก่งแก่แล้ว ป้อแบบหนุ่มไม่ไหว อยากเลี้ยงข้าวจึงพูดตรงประเด็น เปลี่ยนมาเป็นโอนค่าเทอมลุงก็ไหว

“เลี้ยงไหวหรา ค่าเทอมหนูแพงนะ” เล่นกับลุงเสียหน่อย ไหนๆ เล่นเปิดมาแบบนี้แล้วนี่ ผู้ชายแต่งตัวดี สวมเชิ้ตขาว ผูกเนกไท รูปร่างสมส่วนตัวสูงผิวขาว ทรงผู้ใหญ่  เหตุนี้ทำให้เธอเผลอตัวเรียกลุง เชื่อว่าตนเองเรียกถูกต้องแล้ว เขาไม่น่าใช่วัยรุ่น ถ้าเป็นวัยรุ่นคงราวๆ ยุค 90 ถ้าเทียบกับเธอในยุคดิจิตอล

“เลี้ยงข้าว ไม่ใช่เลี้ยงแบบนั้นนี่จ๊ะ” ลุงไม่ได้คิดแบบนั้น ท่าทางกับหน้าตาลุงคิดชัดเจนขนาดนั้นเลยหรือ

“หนูล้อเล่นค่ะ ถ้าลุงคิดว่าแค่อยากไถ่โทษ ด้วยการเลี้ยงข้าว ไม่ใช่เลี้ยงดู หนูยินดีไปค่ะ” ต่อให้คิดอยากเลี้ยงดูเธอก็ยอมให้เลี้ยง ชีวิตอีตาจะได้สบายบ้าง ลำบากมามากเต็มที  

“เอาของมาสิ ลุงช่วยถือ” กลายเป็นลุงไปแล้วสิเรา เอาวะยอมเป็นลุง ถ้ามีหลานหน้าตาน่ารักอย่างนี้อะไรก็ยอม

หญิงสาวยื่นของให้ลุงที่ไม่ได้แปลว่าลุงจริงๆ พอพลั้งปากเรียกลุง ถือว่าลุงต่อไปแล้วกัน พอเดินมาถึงร้านอาหารในห้างฯ ลุงจึงเดินคล่องแคล่วเข้าไปนั่งมุมลึกๆ ในร้าน มุมนี้มองเห็นถนน และรถที่วิ่งกันขวักไขว่ด้านล่าง  

“ลุง เอ่อ ดูแก่นะ” เขาอยากแนะนำตัว “ลุงภาณุ”

“หนูไม่ได้ถาม” หญิงสาวยิ้มเขิน แสร้งไม่อยากรู้จักชื่อลุง ยอมรับว่าลุงดูดีมาก หล่อเท่อยู่ในคนเดียวกัน แม้ดูไม่โดดเด่นเหมือนนายแฟนของเธอ ทว่าเขาดูเป็นผู้ใหญ่ที่น่าสนใจเอามากๆ พักหลังเธอเอนเอียงชอบผู้ใหญ่เชื่อว่าดูแลได้ ที่สำคัญกระเป๋าหนักกว่าวัยรุ่นด้วยกัน ในเมื่อความรักมันกินเข้าไปไม่ได้ คบวัยรุ่นเหมือนกัน เอาแต่เกาะแดก คบผู้ใหญ่นี่แหละดี สายเปย์อ้อนนิดอ้อนหน่อยก็จ่าย

“ลุงอยากบอก แล้วหนูล่ะ ไม่คิดจะบอกชื่อตัวเองบ้างละ ตามมารยาทคนเราต้องแนะนำชื่อตัวเองนะ” ลุงอยากรู้จักสาวน้อยเอามากๆ   

“หนูต้องบอกชื่อตัวเอง เพื่อรักษามารยาทกับลุงใช่ไหมคะ” เธอมองลุงแล้วแอบยิ้ม แหมคนแก่อะไรหล่อเท่ ดูดีมาก หน้าตาน่าหลงรักเอามากๆ

“ตามมารยาท ต้องแนะนำตัวเอง แกคู่สนทนา”

“ลุงกำลังว่าหนูไม่มีมารยาท”

“ไม่...” ลุงเลิกคิ้ว ไม่ได้หมายความตามที่เธอว่า

“มันตาค่ะ” เธอบอกชื่อจริง “เรียกตาก็ได้ค่ะ”  

พอทราบชื่อกันแล้วทั้งสองจึงสั่งอาหาร พอได้อาหารมาวางบนโต๊ะเพิ่งเริ่มกิน โทรศัพท์ภาณุดังอยู่ในกระเป๋ากางเกง เขาหยิบออกจากกระเป๋า ดูที่หน้าจอ สีหน้าสดชื่นกลับสลดในชั่วพริบตา เขาปั้นหน้าไม่ให้แสดงความรู้สึก

“ไม่รับหรือคะลุง” โทรศัพท์ดังหนุ่มใหญ่กลับนิ่ง ทำเพียงแค่ปรายตามอง ไม่ใส่ใจรับ “เมียลุงโทรมาหรือเปล่า” สันนิษฐานส่งๆ  

“อ๋อ เบอร์ขึ้นด้วย 02 น่าจะเป็นพวกขายประกัน” เขากดตัดสาย พร้อมกับปิดมันอย่างว่องไว  

“อ๋อ งั้นอย่าใส่ใจเลยค่ะ กินข้าวต่อเถอะค่ะ” ใช้เสียงสองอ่อยเป็นการบริหารเสน่ห์

เขาอายุสี่สิบกลายเป็นลุงเสียได้ ก็ไม่เลวนะ เก๋ไปอีกแบบการเป็นลุงให้มันตา เธอออกจะน่ารัก นี่ถ้าเป็นคนอื่นภาณุคงได้หัวร้อน ที่โดนเรียกลุง เขาไม่ได้แก่จนเป็นลุง ใครอยากให้เรียกกันละ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป