บทที่ 6 ลุงหล่อ 2

กำลังเครียดกับเรื่องงาน พอมาเจอความสดใส มันทำให้ภาณุผู้บริหารคร่ำเคร่งกับงานรู้สึกผ่อนคลาย วันนี้ตั้งใจว่ามาเดินเล่นเย็นใจ มาคนเดียวไม่อยากเจอคนรู้จัก ปราศจากการพูดคุยปรึกษาธุรกิจ คงจะดีกว่าอุดอู้อยู่ในห้องทำงานสลับกับห้องประชุมแทบทั้งวัน แล้วเขาก็ได้เจอสิ่งที่ทำให้ชีวิตลุง ผู้คร่ำเคร่งสดชื่นตามคาด

แค่หญิงสาวชุดนักศึกษา ทำเสียงอ้อนนิดหน่อย หัวใจลุงก็โผไปหาเธอโดยไม่รู้ตัว ภาณุยิ้มตลอดที่รับประทานอาหารกับสาวน้อย แม้เพิ่งเจอกันด้วยอุบัติเหตุเล็กน้อย กลับทำให้หัวใจผู้ใหญ่พองคับอกเท่าลูกบอลลูนไม่ยากเลย  

ภาณุมีความอาลัยอาวรณ์เด็กสาว หลังจากเธอขอแยกทางเมื่อรับประทานอาหารเสร็จ แต่ก็ยังดีได้เบอร์โทรมา เผื่อคิดถึงมากๆ จะได้โทรหา เป็นยาของหัวใจ

เขาจอดรถ ก้าวเข้าบ้าน ด้วยรอยยิ้มของคนเป็นลุงแห้งแล้งมานาน

“คุณกลับบ้านผิดเวลานะ” เสียงแข็งดักอยู่หน้าประตู

รอยยิ้มสดใจ ราวกับเป็นหนุ่มขึ้นมาใหม่เมื่อไม่กี่ชั่วโมง ต้องเหือดแห้งหุบฉับพลัน เสียงนี้ช่างเป็นมลพิษต่อระบบนิเวศ  

“ผมติดงาน” ตอบกลับเสียงเซ็งหน่อยๆ

“ติดงานคุณจะโทรหาฉัน วันนี้คุณไม่โทรมีอะไรอธิบายไหม”

“ผมเหนื่อย ขอตัว” เขาตัดรำคาญ

“คุณจะไปไหนไม่ได้ คุณณุ ฉันยังพูไม่จบ” ไม่ชอบเวลาคนที่เธอพูดด้วยเดินหนี “คุณณุหยุดเดี๋ยวนี้ ฉันยังพูดไม่จบ”

“ถ้าการพูดว่า คุณไปไหน ทำอะไร ทำไมมาช้า ผมตอบไปแล้ว ขอตัว” ภาณุเดินขึ้นห้องปลดเสื้อสูทวางไว้ปลายเตียง   

“เดี๋ยวนะ ห้ามทำอย่างนั้นเด็ดขาด” เกลียดนักคนวางของกระจัดกระจาย “กรุณาแขวนเสื้อให้เรียบร้อยด้วย” ภรรยาตามมาบงการถึงในห้อง ทั้งที่ขอตัว นี่เธอไม่เข้าใจคำว่าขอตัว ต้องให้เขาพูดอะไรอีก

“อย่าทำห้องรก ฉันไม่มีเวลามาเก็บกวาดให้คุณนะ”

“จ้างแม่บ้านซะ” เหตุผลอะไรต้องประหยัด ในเมื่อเขากับเธอไม่ใช่คนยากจนข้นแค้น รายได้จ้างคนทำงานบ้านได้สบายๆ

“คุณก็รู้นะคุณณุ เราจ้างแม่บ้านเท่าที่จำเป็น” ไม่จำเป็นต้องเอาเงินไปทิ้งไร้สาระแบบนั้น อะไรประหยัดได้ควรประหยัด

“เพราะคุณเป็นคนแบบนี้ไง ถึงไม่มีเวลาว่าง แทนที่คุณจะเอาเวลาไปทำงาน คุณกลับมาจู้จี้เรื่องงานบ้าน จู้จี้สั่งให้ผมทำ ผมเหนื่อยเหมือนกันนะ ทั้งทำงานนอกบ้าน กลับมาบ้านต้องทำงานบ้าน ที่คุณไม่ใส่ใจจะทำมันเลย”  

“มันเปลือง ถ้าเราต้องจ้างแม่บ้านประจำ” นาราค่อนข้างตระหนี่ ไม่ยอมจ่ายในสิ่งที่จำเป็นต้องจ่าย เธอว่าอยู่กันสองผัวเมียช่วยกันทำ เอาเข้าจริงกลับไม่มีเวลาใส่ใจเรื่องงานบ้าน กลับมาจากมหาวิทยาลัย เธอซื้อกับข้าวสำเร็จรูปเข้าบ้าน แกะถุงเทลงชามง่ายจะตาย ถูกด้วยถ้าลงมือทำไหนจะต้องซื้อวัตถุดิบ เข้าครัว ตัวเหม็น น้ำมันกระเด็น พริกแกงแสบมือ ทำอาหารก็หมดเวลาทำงานอย่างอื่น สู้ซื้อกินดีกว่าอร่อยกว่าทำเองด้วย

“เบาแรงคุณไง จะได้เอาเวลามาทำงาน” ภาณุอยากพูดว่า คุณจะได้ไม่จู้จี้ขี้บ่น ให้เขารำคาญใจจนไม่อยากเข้าบ้าน ไหนจะต้องเจอปัญหาที่ทำงาน พอกลับบ้านได้ยินเสียงบ่นเมีย ช่างเจ้าระเบียบไปเสียทุกอย่าง “คุณจะได้มีเวลาตรวจงานเด็ก ไปทำสวย กินอาหารดีๆ ไง” เขายกตัวอย่างสิ่งดีๆ ให้เธอเผื่อจะเปลี่ยนใจนาราได้บ้าง

“ฉันกินอยู่ง่าย งานเด็กฉันก็ตรวจของฉันอยู่แล้วนี่”

“คุณไม่ได้ทำสวยนานแล้วนะ ไม่อยากขัดผิว ทำทรีทเม้นท์ผมหรือไง” อยากให้เธอทำสวยบ้าง ปล่อยตัวโทรมเป็นอาจารย์แก่ๆ เคร่งวิชาการเกินไปไม่น่าจะดี  

“นี่ ! คุณว่าฉันไม่สวยหรา” โมโหหัวร้อนขึ้นมาทันที ถ้าเมื่อไรสามีว่าไม่สวย เมื่อวานเธอก็อุตส่าห์ซื้อชุดใหม่มา ยังจะไม่สวยอีกหรือไร ผมก็เข้าร้านทำสปานี่ปีละสองครั้งเลยนะ  

“โอ๊ยยย ไปกันใหญ่แล้ว” เธอช่างน่ารำคาญสิ้นดีพูดจาชักไปเรื่อยเปื่อย  

“ว่าไงนะ ยังหาว่าฉันเรื่องมากอีก คุณนี่ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้ ห้ามว่าฉันแบบนี้” นาราไล่บี้สามี วันๆ ไม่เคยทำให้ชื่นใจ ทำให้บ่นได้ทุกวี่ทุกวัน  

“หยุด !” ภาณุผู้ไม่เคยขึ้นเสียงกับนารา ครั้งนี้กลับรู้สึกว่าทนไม่ไหว เธอช่างเป็นคนพูดจาไม่รู้เรื่อง ไม่น่ารัก ไม่สมเป็นครูบาอาจารย์ที่มีวุฒิภาวะ แต่ละวันเจอหน้ากันปั้นหน้าเครียดตลอดเวลา เที่ยวถามนั่นนี่ไม่ยอมหยุด

พอทนไม่ไหวภาณุดันภรรยาออกจากห้อง เขาอยากสบายใจบ้าง ถ้ากลับมาบ้านมีภรรยาน่ารัก พูดจาอ่อนหวาน  หาน้ำมาให้ดื่ม ถามว่าทำงานเหนื่อยไหม กินอะไรมาหรือยัง คนเป็นสามีคงชื่นใจเอามากๆ  

“ลงมาล้างจานด้วย ฉันไม่ล้างนะ” นาราแช่จานทิ้งไว้ในอ่างไม่ยอมล้างเอง ตะโกนสั่งสามีลงไปล้างจาน ไม่ล้างเองหรอกนะ เดี๋ยวมือเหี่ยวน้ำยาล้างจานกัด อาหารเค็มๆ โดนมือมีกลิ่นเหม็นติดมือไม่ไหว

“ผมไม่ล้าง ใครกินคนนั้นก็ล้าง”

“นี่คุณจะแข็งข้อกับฉันหรา”

“เออ เดี๋ยวลงไปล้างให้” ตัดความรำคาญ ถ้าไม่ยอมนาราก็คงตะเบ็งเสียง อยู่หน้าห้องไม่ยอมจบ สู้ทำๆ ไปเรื่องจะได้จบ

ตกกลางคืนหลังจากสะสางงาน ภาณุป่ายขึ้นเตียง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เลื่อนดูหมายเลข เขาจดจ้องอยู่กับเบอร์หนึ่ง อยากกดโทรออก ถ้าหากว่านาราเข้ามาในห้องนอนตอนนี้คงไม่ดี เอาไว้ปลอดภรรยาเสียก่อนค่อยโทร ชายหนุ่มนั่งเอนหลังกับหัวเตียง ใบหน้าเต็มไปด้วยความหล่อสุภาพแอบแย้มยิ้มขณะมองหน้าจอมือถือ  

พอประตูเปิดผลั้วะ รอยยิ้มสดใสอย่างกับหนุ่มวัยใสเมื่อกี้ หุบฉับรีบวางโทรศัพท์อย่างเร็ว เบือนหน้าไปทางประตูที่ถูกเปิดโดยภรรยา นาราถอดเสื้อคลุม ถอดแว่นสายตา เตรียมเข้านอน อย่างเคยๆ ตามวิถีชีวิตในทุกค่ำคืน เธอเพลีย ปวดหัวจากการตรวจการบ้านนักศึกษา ตาล้าอยากนอนเต็มที

ขึ้นเตียงได้หลับตาในทันที ภาณุซึ่งแกล้งหลับ พลิกตัวนอนตะแคงมาหาภรรยา ยกมือขึ้นก่าย ลูบไล้ต้นแขนเลื่อนลงมาตามเรียวแขนจนมาถึงสะโพก หวังปลุกอารมณ์สวาทระหว่างสามีภรรยา ซึ่งไม่ได้ทำการบ้านส่งมาร่วมเดือน เพราะต่างคนต่างยุ่งกับงานของตัวเอง

“อือ อย่ากวน ฉันจะนอน” ปฏิเสธสามีอย่างรำคาญ

“นิดหน่อยน่านารา” เขามีอารมณ์อย่างผู้ชายทั่วไป ภรรยากลับไม่ตอบสนองอารมณ์ แบบนี้ชวนหงุดหงิด

“ไม่ค่ะ อย่ายุ่งกับฉัน” เธอส่งเสียงดุ คนเหนื่อยจะตาย กวนอยู่ได้ ผู้ชายนี่นะไม่คิดถึงเรื่องอื่นเลย นอกจากเรื่องเซ็กซ์บ้าสิ้นดี

โดนขัดใจชายหนุ่มผู้ยังมีความต้องการเรื่องอย่างว่า ถึงกับหงุดหงิด ก้าวลงจากเตียง ถอนหายใจรู้สึกเบื่อหน่ายภรรยา ที่ไม่ใส่ใจการทำการบ้านร่วมกับสามี พวกเขาคงเครียดจากเรื่องงานทั้งสองฝ่าย จึงไม่มีลูกเป็นโซ่ท้องคล้องใจ นาราเองก็ห่วงงาน เขาเองวันๆ ทำแต่งานไม่ต่างกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป