บทที่ 9 เมียแต่ง 1
“ณุ ทำไมมาบ้านแม่ได้” ภาวดีเอ่ยถามบุตรชาย เมื่อเห็นภาณุเคลื่อนรถเข้ามาในบริเวณบ้าน แล้วก้าวลงจากรถยนต์ จึงเดินมาหา ลูกชายออกเรือนแต่งงานไปตั้งแต่อายุ 37 ตอนนี้ก็ 40 ยังไร้ซึ่งทายาทสืบสกุลให้แม่ชื่นชมอุ้มชูคลายเหงา
“เซ็งๆ ครับแม่” ภาณุกล่าวพร้อมสีหน้าเบื่อหน่าย
“เรื่องงานใช่ไหม” ภาวดีชอบคิดไปแบบนั้น ผู้ชายที่แต่งงานแล้ว ครอบครัวสมบูรณ์แบบครบถ้วน ไม่น่าคิดเรื่องผู้หญิง คงเป็นเรื่องงานเท่านั้น
“ไม่เชิงหรอกครับ” เนี่ยแม่ไม่เคยเข้าใจเขาเลย ถ้าพูดไปแม่ก็ต้องเข้าข้างลูกสะใภ้สุดสวาท ชมว่าดีนักดีหนา ถ้าพูดว่าเซ็งเมีย เชื่อเลยแม่ต้องออกตัวแทน นาราเขาทำงานหนัก คนเป็นครูบาอาจารย์ก็แบบนี้แหละ อย่าถือสาเมียนักเลย หนักนิดเบาหน่อยอภัยให้กันเถอะ
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาทนความเจ้ากี้เจ้าการ เอาแต่ใจ อ้างแต่เรื่องงานของภรรยาไม่ไหว ที่เซ็งสุดคือไม่ทำการบ้าน มันจะมีลูกได้อย่างไร
“มาเหนื่อยๆ ยังไม่ต้องพูดอะไร ดื่มน้ำเสียก่อน” แม่เรียกคนรับใช้นำน้ำมาต้อนรับลูกชาย
“ว่าแต่หนูนารา มีแววจะท้องบ้างหรือยัง” แม่ไม่เคยไม่ถามเรื่องท้องของลูกสะใภ้
“ยังหรอกแม่”
“ที่ยัง เพราะแกไม่ทำหรือเปล่า” ภาวดีเอาแต่โทษลูกชาย เรื่องแบบนี้ผู้ชายต้องนำ ผู้หญิงจะกล้าขึ้นนำหรือ นี่แสดงว่าลูกชายไม่เอาไหนสิท่า
“แม่โทษแต่ผม ไม่ลองไปถามลูกสะใภ้คนโปรดดูละครับ” สะใภ้สุดรัก เสาะหาเอง ชื่นชมเอง เขากับนาราแต่งงานกันเพราะเงื่อนไขบางอย่าง และการนัดดูตัว ตอนนั้นเขามีแฟนอยู่คนหนึ่ง แม่สั่งให้เลิกแบบฟ้าผ่า เหตุผลไม่กี่ข้อแฟนเขาจน เขาทำงานหนักเพื่อดูแลครอบครัวแฟนมากเกินไป แม่รับไม่ได้ที่จะมีสะใภ้จน ท่านเลยพาไปดูตัว แล้วจับแต่งงานกับนารา เพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านการดูตัว
ฝ่ายหญิงไม่มีทีท่าต่อต้านในการแต่งงานกับคนไม่คุ้นเคยเช่นเขา แม้ท่าทางของเธอดูเป็นสาวสมัยใหม่มีการศึกษา จบถึงเมืองนอกดีกรีปริญญาโท ไม่น่าตามใจผู้ใหญ่อย่างง่ายดายอย่างนี้
“แกมันไม่สนใจเมีย” บางช่วงบางมุมภาวดีเคยซ่อนความสำนึกผิด ที่ตนจับคู่บุตรชายให้แต่งกับนารา หากแต่คิดแล้วสิ่งนี้คือดี ถ้ายอมให้แต่งกับนางปลิงนั่น มีหวังลูกชายหมดตัว อะไรที่ว่าดีคนเป็นแม่พร้อมหาให้ลูกเสมอ เช่นลูกสะใภ้ดีๆ คู่ชีวิตที่พร้อมสนับสนุนกัน ไม่ใช่เอาแต่ปอกลอกผู้ชาย
“ต้องให้สนใจสักแค่ไหน ผมก็ทำหน้าที่ของตัวเองดีที่สุด”
“มันยังไม่ดีพอนะสิ ทำให้หนูนาราท้องไม่ได้ แกต้องพยายามกว่านี้”
“ผมต้องทำทุกวันเลยไหมแม่” โมโหแม่ ท่านเป็นแม่ของเขา หรือเป็นแม่นารากันแน่ อะไรกันเห็นสะใภ้ดีกว่าลูก แทบจะไม่ใช่ลูกแล้ว แทบจะเป็นคนอื่นแล้ว
“ได้แบบนั้นก็ดี จะได้ติดไง นี่เพราะแกทำงานมากเกินไป ไม่มีเวลาให้เมีย เลยไม่มีลูกเสียที เอานี่ไป” คนเป็นแม่ยื่นหม้อสแตนเลสมาตรงหน้า
“อะไรน่ะแม่ กับข้าวหรา”
“ไม่ใช่ นี่ของดี”
“ของดี ?” ภาณุรับหม้อนั้นมาเปิดดู เห็นน้ำดำๆ ในหม้อ หน้าก็ปุเลี่ยนแหยะเอนหน้าหนี “น้ำอะไรดำปี๋เชียวแม่”
“ยาจีน แม่ไปปรึกษาหมอจีน เขาแนะนำสูตรนี้มา ดื่มทุกวัน หมั่นทำการบ้าน รับรองแกมีลูกแน่” ไม่ว่าผลไม้ ของบำรุง ไม่ว่าวิตามิน มาวันนี้ภาวดีจัดให้บุตรชายชุดใหญ่จนเต็มคันรถ
แม่ควรไปเยี่ยมลูกสะใภ้คนดีของแม่บ้าง จะได้รู้ว่าเธอเคร่งเครียดเรื่องงานมากกว่าลูกชายคนนี้เสียอีก ทว่าเขาไม่อยากพูดประโยคนี้ เรื่องมันจะยาว ดีไม่ดีแม่อาจจะไปนอนค้างที่บ้าน พอดีล่ะเห็นเขากับเมียหมางเมินกัน เป็นเรื่องเปล่าๆ
มาบ้านแม่แต่ละทีราวกับมาจ่ายตลาด ภาณุหนุ่มนักธุรกิจ ผู้มีอนาคตไกล ธุรกิจแนวใหม่เอาใจสายเกม ‘บอสเกมส์’ บริษัท ซึ่งกำลังพัฒนาเกมต่อสู้ เกมในหลากหลายรูปแบบ หลายๆ คอนเทนต์ออกสู่ตลาดโลก ที่สำคัญเขาจับเกมตลาดสู่อีสปอร์ต ซึ่งเป็นยอดฮิตในปัจจุบัน มีเขาเป็นซีอีโอบริหาร ด้วยความเข้าใจคนรุ่นใหม่
โทรศัพท์เขาดัง แค่ขับรถออกจากบ้านแม่ ไม่กี่ร้อยเมตร ทีแรกใบหน้าภาณุเปื้อนยิ้ม ครั้นพอดูหน้าจอ ใบหน้าที่เหมือนจะมีรอยยิ้มเฉิดฉาย กลับหุบลง แล้วกดรับจากบลูทูธ
“คุณณุก่อนกลับบ้านแวะซุปเปอร์ ซื้อของด้วย ฉันส่งรายการไปทางไลน์แล้ว” เห็นเขาไม่อ่านไลน์นาราจึงต้องโทรกำชับ เพื่อให้เขาซื้อของเข้าบ้านตามรายการที่เธอสั่ง
“นี่ถ้าคุณจ้างแม่บ้าน ผมคงไม่ลำบาก ส่วนคุณเองก็ไม่ต้องมาจุกจิกกับเรื่องแค่นี้”
“ทำตามที่บอกเถอะ อย่าบ่นน่ารำคาญ” เป็นผัวทำหน้าที่แค่นี้จะตายหรือไง เอะอะให้จ้างแม่บ้าน อยู่กันสองคนเอง ลูกเต้าก็ไม่มี
“อือ” ผู้บริหารระดับเขาต้องไปซื้อกะปิ น้ำปลา เข้าบ้านรู้ถึงไหนอายถึงนั่น ประหยัดไม่เข้าท่า นาราเป็นผู้หญิงประเภทไหน ไม่อยากทำงานบ้าน กลับไม่จ้างแม่บ้านช่วยงาน ชายหนุ่มจำใจเออออตอบรับเพื่อตัดรำคาญ
ก่อนถึงบ้านเขาจึงเลี้ยวรถเข้าไปห้างฯ เป็นทางผ่านกลับบ้าน เดินไปยังแผนกซุปเปอร์ฯ หยิบรถเข็นเดินตามชั้นต่างๆ หยิบน้ำยาซักผ้ากลิ่นที่เมียระบุมาในไลน์
“เร็วสิแก รีบซื้อรีบกลับ อยากกินอะไรซื้อไปเลย ฉันต้องรีบไปทำงานต่อนะ” สองสาวเข็นรถด้วยความเร่งรีบ ไม่ทันได้ระวัง ฉับพลันชนกับรถเข็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังเลือกซื้อของ เป็นจังหวะที่เขาก้มดูหน้าจอโทรศัพท์ อ่านรายการที่ภรรยาจอมบงการบัญชาให้ซื้อพอดี
“อุ๊ย อ่า ขอโทษค่ะ” รถเข็นผู้ชายคนนั้นไถลไปนิดหน่อย ตามมารยาทต้องกล่าวขอโทษ “ลุง !” พอเห็นหน้าเจ้าของรถเข็นที่มีของใช้ในบ้าน น้ำปลา ผงซักฟอก ยาสีฟัน สาวน้อยในชุดนักศึกษา ยกมือไหว้ค้าง จึงตาค้างพอๆ กับมือที่ยกไหว้ขอโทษ
“ขอโทษอีกทีค่ะลุง หนูไม่ได้ตั้งใจ”
“ลุง?” โดนเรียกลุงจากเด็กนักศึกษา ว่าแต่ทำไมสาวน้อยคนนี้ถึงได้ทักเขา ราวกับยังไม่รู้จักกัน ทั้งที่รู้จักกันแล้ว กินข้าวกันไปมื้อหนึ่งแล้วด้วย
เอาเถอะ เธอคงมีเหตุผล ไว้ค่อยถามทีหลัง หากว่าอารมณ์ไม่ดีเมื่อครู่ เลือนหายไปแบบปัจจุบันทันด่วน ราวกับไม่เคยโกรธใครมาก่อน
“ไม่ ไม่เป็นไรค่ะ” หนุ่มใหญ่ซีอีโอบอสเกมส์ ระบายยิ้มแสดงความไม่ถือสา เชื่อว่าเด็กฉลาดย่อมซนเป็นเรื่องปกติ สาวน้อยสดใสยิ้มหวานคนนี้ ดึงความเครียดเมื่อครู่ไปจากเขาได้ทุกครั้งที่พบ
