บทที่ 11 ผู้ชายอันตราย

พิมพ์ขวัญหันขวับมาหาพฤกษ์ “ไม่มีทาง...ฉันเป็นผู้หญิงนะ จะให้ฉันแชร์ห้องนอนกับคุณได้ยังไง เป็นไปไม่ได้” 

พฤกษ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยกับคำปฏิเสธหนักแน่นของพิมพ์ขวัญ ก่อนจะยิ้มมุมปากบาง ๆ “แล้วคุณคิดว่าเรามีทางเลือกอื่นอีกไหมครับ” 

“คุณเป็นผู้ชายนี่คะ” พิมพ์ขวัญรีบสวนกลับ “คุณเสียสละห้องให้ฉัน แล้วคุณไปนอนในรถก็สิ้นเรื่อง” 

พฤกษ์หัวเราะพลางส่ายศีรษะ “ฟังดูเหมือนง่ายนะครับ แต่ถ้าเกิดผมเป็นอะไรขึ้นมาจากการนอนในรถ สุชาติคงไม่ปล่อยคุณไว้แน่” 

พิมพ์ขวัญขมวดคิ้ว “ทำไมฉันต้องรับผิดชอบอะไรกับเรื่องนั้นด้วยล่ะ” 

“เพราะคุณเป็นคนยื่นข้อเสนอนี้ไงครับ” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่สายตาที่สบมองเธอแฝงแววขี้เล่นจนเธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกท้าทาย “อีกอย่าง...เรามาที่นี่เพื่อทำงานร่วมกัน การที่คุณปล่อยให้เพื่อนร่วมงานนอนในรถ อาจจะทำให้พรุ่งนี้เขาทำงานได้ไม่เต็มที่ คุณรับผิดชอบไหวเหรอครับ” 

พิมพ์ขวัญกัดริมฝีปากแน่น รู้สึกเหมือนถูกดักจนจนมุม 

พนักงานสาวที่ยืนฟังบทสนทนาอย่างกระอักกระอ่วนรีบพูดเสริมด้วยน้ำเสียงเกรงใจ “ขออนุญาตแนะนำนะคะ ทางรีสอร์ตสามารถจัดเตรียมเตียงเสริมให้ได้ในห้องพักค่ะ แขกทั้งสองจะได้มีพื้นที่ส่วนตัว และไม่ต้องนอนในรถค่ะ” 

พิมพ์ขวัญหันมามองพนักงานด้วยความลังเล ส่วนพฤกษ์พยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เห็นไหมครับ นี่อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ตอนนี้”

“แต่มันก็ยังไม่เหมาะอยู่ดี...” พิมพ์ขวัญพยายามหาทางออกอื่น แต่เหตุผลทุกข้อที่ผุดขึ้นในหัวกลับถูกเขาหักล้างหมด 

“คุณกลัวอะไร หรือคุณไม่ไว้ใจผม” เขาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนจะจริงจังขึ้นเล็กน้อย 

คำพูดนั้นทำให้พิมพ์ขวัญนิ่งไปชั่วขณะ เธอสูดลมหายใจลึก รู้สึกว่าคงเถียงอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว “ก็ได้ค่ะ...แต่ถ้าคุณทำอะไรไม่เหมาะสม ฉันจะฟ้องคุณสุชาติจริง ๆ” 

 “หึ ๆ ผมไม่เคยต้องฝืนใจผู้หญิงคนไหนมาก่อน ถ้าคุณไม่เป็นฝ่ายเริ่มต้น รับรองว่าคุณจะปลอดภัยอย่างแน่นอน” เขาเอ่ยอย่างจริงใจ

เมื่อประตูห้องพักปิดลง เสียงล็อกประตูดัง “คลิก” พิมพ์ขวัญรู้สึกเหมือนเสียงนั้นย้ำเตือนถึงสถานการณ์ที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าต้องแชร์ห้องนอนร่วมกับชายหนุ่มที่เธอแทบไม่รู้จัก เมื่อพฤกษ์เดินไปวางกระเป๋าลงข้างเตียง ฝีเท้าของเขานิ่งและมั่นคง แต่กลับส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงปลายประสาทของเธอ พิมพ์ขวัญพยายามสูดลมหายใจลึก ปลอบใจตัวเองว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ แต่หัวใจเธอกลับเต้นแรงขึ้นทุกครั้งที่เขาขยับตัว 

“คุณจะอาบน้ำก่อนหรือเปล่าครับ” เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย พฤกษ์หันมามองเธอด้วยแววตาสงบนิ่งที่ดูเหมือนจะอ่านใจเธอออก 

พิมพ์ขวัญกะพริบตาเร็ว ๆ “เอ่อ...ฉันว่า...คุณอาบก่อนเลยค่ะ” เธอรีบตอบ ทั้งที่ในหัวตีกันยุ่งเหยิงกับคำถามว่าเขาจะพูดอะไรต่อ 

พฤกษ์ยิ้มบาง ๆ อย่างสุภาพก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย “ได้ครับ และถ้าคุณไม่รังเกียจ หลังอาบน้ำเสร็จเราอาจจะลงไปหาอะไรกินกัน” 

พิมพ์ขวัญเม้มปากแน่นก่อนจะพยักหน้า “ก็ดีนะคะ ฉันหิวเหมือนกัน” 

“ถ้าอย่างนั้น พอผมอาบน้ำเสร็จจะลงไปรอคุณที่ล็อบบี้แล้วกัน คุณจะได้มีเวลาทำธุระส่วนตัวตามสบาย”

เขาเอ่ยเบาก่อนจะหยิบผ้าขนหนูจากกระเป๋าเดินเข้าห้องน้ำไป เสียงประตูปิดเบา ๆ ทำให้ห้องเงียบลงทันที แต่เสียงหัวใจของเธอกลับดังชัดเจน จนเธอเผลอแอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“แค่อาบน้ำเอง...ใจเย็นไว้สิพิมพ์ขวัญ”

เสียงน้ำจากฝักบัวที่เปิดดังแว่วลอดประตูห้องน้ำออกมา จังหวะนั้นเองที่เธอหันไปมองโดยไม่ตั้งใจ ภาพในวันฝนตกบนถนนสายเปลี่ยววันนั้นแวบเข้ามาในหัว ผู้ชายเปลือยอกอวดหุ่นยืนกลางสายฝน กล้ามเนื้อที่ขยับทุกครั้งที่เขาหันหรือก้มตัวลง มือใหญ่ที่จับยางรถอย่างคล่องแคล่ว และละอองฝนที่เกาะบนผิว   สีแทนของเขา 

พิมพ์ขวัญเผลอกลืนน้ำลายอย่างลืมตัว ก่อนที่จินตนาการจะเลยเถิดไปถึงภาพของเขากำลังยืนอยู่ใต้ฝักบัวในห้องน้ำในเวลานี้ น้ำเย็นที่ไหลรินลงมาตามกล้ามเนื้ออกและต้นแขน ความอบอุ่นที่แฝงอยู่ในร่างแกร่งนั้นเหมือนจะลอยมาแตะปลายจมูกของเธอ 

“หยุดคิดสิพิมพ์ขวัญ! เธอจะมัวมาคิดอะไรบ้า ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ!”

เธอพึมพำเสียงแผ่ว พลางยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติ แต่ความร้อนบนใบหน้าที่เธอสัมผัสได้บ่งบอกชัดว่า แก้มของเธอกำลังแดงระเรื่อเหมือนเด็กสาวที่เพิ่งผ่านความฝันหวาน ๆ พิมพ์ขวัญรีบลุกขึ้นยืน ทำท่าเก็บของบนเตียงอย่างลวก ๆ เพื่อเบนความสนใจ แต่เสียงน้ำจากห้องน้ำยังคงดังต่อเนื่องเหมือนเป็นเสียงกระซิบที่ย้ำเตือนให้เธอนึกถึงสิ่งที่ควรจะลืม

“ผู้ชายแบบเขานี่มัน...อันตรายจริง ๆ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป