บทที่ 2 เดอะไดรเวอร์
พฤกษ์ชะลอรถจนหยุดสนิท ก่อนจะหันมาตอบด้วยน้ำเสียงสงบ “น่าจะยางแตกครับ”
“ฮะ!” เธอแทบจะกรีดร้องออกมา “คุณล้อฉันเล่นหรือเปล่าคะ ยางแตกตอนนี้เนี่ยนะ!”
เขาหลุดหัวเราะขันสีหน้าของหญิงสาว รอยยิ้มพราวมุมปากเมื่อเอ่ย “ผมคิดว่าผมเตือนคุณตั้งแต่แรกแล้วนะครับ ว่าซอยนี้ถนนไม่ดี”
“ก็ฉันไม่รู้นี่คะว่าเส้นทางมันจะแย่ขนาดนี้ แต่คุณเป็นคนขับรถย่อมต้องรู้เส้นทางดีกว่าผู้โดยสารไม่ใช่เหรอ ถ้าคุณยืนยันว่าซอยนี้ผ่านไม่ได้ ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ซะหน่อย คุณเป็นคนตัดสินใจเลี้ยวเข้ามาเองนะคะ!” เธอย้อนทั้งที่รู้แก่ใจว่าตนเองเป็นคนขอให้เขาเลี้ยวเข้ามาเอง
พฤกษ์ไม่ตอบให้เกิดการโต้เถียง เสียงฝนยังคงกระหน่ำลงมาไม่หยุด เขาเคลื่อนรถเข้าจอดใต้ร่มฉำฉาต้นใหญ่ที่ขึ้นชิดขอบถนนในซอยแคบและเปลี่ยว ไฟหน้ารถส่องไปยังพื้นถนนที่เต็มไปด้วยน้ำขังและหลุมบ่อลึก
“นี่คุณจะจอดตรงนี้จริงเหรอคะ ฝนตกหนักขนาดนี้ คุณคิดจะทำอะไร” พิมพ์ขวัญนั่งอยู่เบาะหลัง ขยับตัวอย่างกระสับกระส่ายพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอหันกลับมาพูดกับคนขับอย่างหัวเสียเมื่อเห็นเขาดับเครื่องยนต์
พฤกษ์ไม่ตอบ เขาลงจากรถเดินไปเปิดกล่องเก็บเครื่องมือที่เบาะหลัง หยิบแม่แรงและอุปกรณ์เปลี่ยนยางออกมาโดยไม่พูดอะไร
“เดี๋ยวสิคะ คุณจะไปไหนนะ” เธอถามพลางขยับตัวเข้าไปใกล้
เขาเหลือบตาขึ้นสบตาเธอ แววตานิ่งสงบเหมือนไม่มีอะไรต้องกังวลแต่ไม่ตอบคำถามของผู้โดยสารสาว
“โอ๊ยคุณ! นี่คุณจะไม่ตอบฉันเลยเหรอคะ!”
พิมพ์ขวัญบ่นตามหลังพลางลดกระจกลงเล็กน้อยเผื่อเขาต้องการความช่วยเหลือจะได้พูดกันได้ยิน เธอมองเขาเดินไปที่ท้ายรถอย่างไม่ใส่ใจคำถามของเธอทำเหมือนไม่ได้ยิน เธอเลยหันกลับไปที่โทรศัพท์บนตัก กดเช็กเวลาอีกครั้ง 17:50 น. และยังเหลือระยะทางอีกครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึง เธอพ่นลมหายใจแรงอย่างหงุดหงิด แต่พอเงยหน้าขึ้นมองออกไปทางกระจกหน้า เธอก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจ
“เฮ้ย! คุณ นั่นคุณจะทำอะไร คิดจะล่วงละเมิดผู้โดยสารเหรอ!”
เธอโวยวายเสียงแหลม นัยน์ตาตื่นโพลงยังคงมองเขาอย่างตระหนก ขณะที่มือขวาเธอคว้าแฟ้มงานที่วางอยู่ใกล้ตัวขึ้นมาเป็นอาวุธทันที ชายหนุ่มที่เธอคิดว่าเป็นคนขับรถธรรมดากำลังถอดเสื้อเชิ้ตออกจากตัวอย่างไม่เร่งรีบ ก่อนจะถอดเสื้อกล้ามสีขาวที่ชุ่มน้ำออกตามไปอีกชิ้น เผยให้เห็นร่างเปลือยอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อชัดเจน แสงไฟหน้ารถที่กระทบลำตัวเขาทำให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าอกและหน้าท้องชัดเจนขึ้นทุกส่วน ราวกับพระเจ้าตั้งใจปั้น
“บ้าจริง! คุณถอดเสื้อทำไมฮะ!”เธอแหวลั่น
พฤกษ์เหลือบมองเธอเล็กน้อยพลางถอนหายใจเบาพลางส่ายศีรษะน้อย ๆ แล้วเดินไปที่ท้ายรถ หยิบเสื้อกันฝนเนื้อบางที่เขาตั้งใจใช้คลุมตัวระหว่างเปลี่ยนยาง
พิมพ์ขวัญยังคงจ้องมองเขาอย่างหวาดระแวง มือของเธอขยับคว้าแฟ้มที่อยู่ข้างตัว เป็นไปโดยอัตโนมัติ “นี่คุณคิดจะทำอะไร ฉันบอกเลยนะว่าฉันจะไม่ยอมง่าย ๆ!”
พฤกษ์หยุดมือที่กำลังจัดเครื่องมือ หันกลับมาเปิดประตูแล้วโน้มตัวเข้ามาในรถ กลิ่นกายสดชื่นปนกลิ่นฝนของเขาลอยเข้ามาในอากาศ มือของเขาที่จับข้อมือเธอไว้อย่างมั่นคงทำให้พิมพ์ขวัญหยุดชะงัก สายตาของเขาจ้องมองเธอด้วยความนิ่งสงบ ขณะที่ตัวเขาเอียงเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างใบหน้าทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว
“คุณกลัวอะไรเหรอ” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและมั่นคง
พิมพ์ขวัญรู้สึกเหมือนสมองว่างเปล่า เธอพยายามหลบสายตาแต่กลับพบว่าตัวเองกำลังจ้องดวงตาคมคู่นั้นราวกับถูกสะกด เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยจนตัวเองยังแปลกใจ “ฉะ...ฉันแค่... ฉันแค่คิดว่าคุณดูไม่น่าไว้ใจ”
“อย่างนั้นคุณก็วางใจได้เลย”
พฤกษ์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย สายตาที่นิ่งลึกแต่แฝงด้วยความจริงใจทำให้พิมพ์ขวัญชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายแต่หนักแน่น
“คุณกำลังใช้บริการ Volo แอปของเราคัดคนขับอย่างละเอียดก่อนจะให้รับงานได้ ทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบประวัติ เช็กประวัติอาชญากรรม และการฝึกอบรมมาตรฐาน คุณมั่นใจได้ว่าคนขับของเราไม่ทำอะไรที่เสี่ยงให้ระบบเสียชื่อหรอกครับ” เขาคลายมือจากข้อมือเธอ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “และผมก็เป็นคนที่จริงจังกับมาตรฐานพวกนี้มาก คุณเชื่อใจได้ครับ ผมแค่ถอดเสื้อเพราะมันเปียกน้ำฝน จะได้ไม่เกะกะตอนทำงาน”
เขาพูดเสียงต่ำอย่างใจเย็น พลางเอื้อมมือจับข้อมือของเธอ ห้ามไม่ให้เธอยกแฟ้มขึ้น ดวงตาของเขาสบกับเธอในระยะใกล้จนเขาเห็นอาการสะดุ้งเบา ๆ ของเธอ
“คุณ...” คำพูดของเธอขาดหาย พิมพ์ขวัญแทบกลั้นลมหายใจขณะสบตาคู่นั้นในระยะแค่ลมหายใจกั้น ความตื่นเต้นแปลกประหลาดทำให้เธอต้องพยายามเบือนหน้าหนี หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกมา
“ผมจะเปลี่ยนยางให้เร็วที่สุด คุณอยู่ในรถเฉย ๆ นะครับ” เขาพูดจบก่อนจะปล่อยมือเธอและปิดประตูรถ
พิมพ์ขวัญเบือนสายตามองออกไปนอกหน้าต่างตามร่างสูงของคนขับที่เดินฝ่าสายฝนไปยังท้ายรถอีกครั้ง เธอเห็นเขาย่อตัวลงข้างล้อหลังที่แบนสนิท ฝ่ามือใหญ่รั้งแม่แรงขึ้นจากกล่องเครื่องมือแล้วจัดการกับมันอย่างคล่องแคล่วจนสายตาของเธอไม่อาจละจากเขาได้ง่าย ๆ และเธอไม่อยากจะเชื่อว่าคนขับรถธรรมดาจะดูมั่นใจและคล่องแคล่วกับการเปลี่ยนยางขนาดนี้ มันไม่ใช่แค่ความชำนาญ แต่เป็นบุคลิกที่ดูสงบ มีสมาธิ และน่าเชื่อถืออย่างน่าประหลาด
ร่างสูงในชุดคลุมกันฝนยังคงตั้งใจทำงาน สายฝนที่ค่อย ๆ ซาลงแต่ยังคงโปรยปรายกระทบตัวเขาเหมือนจะไม่เป็นอุปสรรคอะไรเลย เธอมองกล้ามเนื้อที่เคลื่อนไหวเป็นจังหวะนั้นอย่างสนใจ
“คุณโอเคไหมคะ” เธออดไม่ได้ที่จะตะโกนถามผ่านกระจกแง้มเล็กน้อย แต่ในใจรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็ก ๆ กับคำถามของตัวเอง
“โอเคครับ อีกไม่นาน” เขาหันมาส่งเสียงตอบ รอยยิ้มเล็ก ๆ ติดมุมปากขณะที่จับแม่แรงให้แน่น
สายตาของเขาสบเข้ากับเธอผ่านกระจกรถ ม่านฝนอำพรางสายตาสองคู่ที่ต่างเต็มไปด้วยความรู้สึกขณะมองกันและกัน กระทั่งเขาเปลี่ยนยางเสร็จก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเช็ดมือด้วยผ้าสีเทาที่หยิบออกมาจากท้ายรถ พลางถอนหายใจยาว
เสียงประตูปิดดังขึ้นเบา ๆ พร้อมกับร่างสูงที่หย่อนตัวลงนั่งในตำแหน่งคนขับ พฤกษ์ยกมือเสยผมที่เปียกชื้นลวก ๆ ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำด้านนอก กลิ่นฝนสดชื่นปะปนกับความอุ่นของร่างกายเขาอบอวลอยู่ในรถ และนั่นทำให้พิมพ์ขวัญเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ขณะที่สายตาเหลือบมองเขาเล็กน้อย และภาพที่เห็นกลับทำให้เธอเบิกตากว้าง
เขาถอดเสื้อคลุมที่เปียกชื้นออก ก่อนจะโยนไว้บนเบาะเผยให้เห็นร่างกายล่ำสันและมัดกล้ามแน่นจนเธอต้องรีบเบือนสายตา แต่เหมือนสมองจะไม่ทำงานยังคงออกคำสั่งให้เผลอสำรวจร่างผึ่งผายของเขาผ่านกระจกมองหลัง เธอมองแผ่นอกกว้างเหมือนถูกมนตร์สะกด กล้ามเนื้อหน้าท้องเรียงตัวแน่นเปียกชุ่มเล็กน้อยจากละอองฝน และความกว้างของบ่าที่ทำให้เธอเผลอลืมตัวกลืนน้ำลาย
“คุณพิมพ์ขวัญ...”
