บทที่ 5 Volo
หัวใจของเธอสะดุดไปชั่ววินาที ก่อนที่เธอจะรีบปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติ พฤกษ์ปรากฏตัวพร้อมหัวหน้าโปรเจกต์ สุชาติที่เดินนำหน้าเขาเข้ามา เขายังคงมีบุคลิกที่ดูชิลในแบบที่เธอจดจำได้จากวันก่อน แต่คราวนี้กลับแฝงความภูมิฐานและน่าเกรงขามมากขึ้น
เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีกรมท่าคัตติ้งเนี้ยบกับกางเกงสแล็กสีอ่อน เสื้อเชิ้ตถูกพับแขนขึ้นอย่างลวก ๆ แต่ดูไม่รุงรัง รองเท้าหนังกลับสีเข้มบ่งบอกถึงความใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ แม้ชุดจะดูเรียบง่าย แต่ทั้งบุคลิกและท่าทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจทำให้เขาดูโดดเด่น ดวงตาคมคายที่เคยมองผ่านกระจกมองหลังในรถเมื่อวานยังคงเป็นสิ่งที่เธอไม่อาจลืมได้...
“สวัสดีครับคุณพิมพ์ขวัญ” สุชาติทักทายหญิงสาวด้วยน้ำเสียงสุภาพและเป็นมิตร ขณะที่พฤกษ์ยืนอยู่ด้านหลัง ปรายตามองเธอด้วยรอยยิ้มบางที่เหมือนมีความลับซ่อนอยู่
“สวัสดีค่ะ” เธอตอบกลับ พลางพยายามคุมสีหน้าไม่ให้แสดงความประหลาดใจจนเกินไป
สุชาติพยักหน้า ก่อนจะหันไปทางพฤกษ์ที่ยืนนิ่งอย่างมั่นใจ “คุณ พิมพ์ขวัญครับ ขอแนะนำให้รู้จักกับคุณพฤกษ์ เขาเป็นหัวหน้าทีมไดรเวอร์ที่ร่วมงานกับ Volo ของเรา เขาจะมาทำหน้าที่เป็นตัวแทนคุณหวัง เจิ้งหยาง หรือเจเรมี หวังผู้จัดการโปรเจกต์เราครับ”
พิมพ์ขวัญเบิกตากว้างเล็กน้อย แต่เธอไม่ได้พูดอะไรเพราะมัวแต่มองรอยยิ้มของพฤกษ์ที่ปรากฏมุมปากของเขา ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เธอเคยได้ยินในรถเมื่อวาน
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับ คุณพิมพ์ขวัญ”
เสียงทุ้มนุ่มนั้นทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย เธอพยายามรักษามารยาทและความเป็นมืออาชีพ แม้ในหัวจะตีกันยุ่งเหยิง
“เอ่อ...ทำไมถึงเป็นคุณ ฉันหมายถึง...” เธอเผลอพูดออกมาราวกับไม่เชื่อสายตา ก่อนจะรีบกลบเกลื่อนด้วยการปรับน้ำเสียงให้เป็นทางการ “ช่างเถอะค่ะ ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการค่ะ”
พฤกษ์หัวเราะน้อย ๆ รอยยิ้มที่เหมือนจะเข้าใจทุกอย่างทำให้เธอยิ่งประหม่า “ครับ ผมเอง ขอโทษที่เมื่อวานไม่ได้แนะนำตัวให้ชัดเจน”
พิมพ์ขวัญเม้มปากแน่น เมื่อวาน แค่คำนี้ทำให้ใบหน้าเธอร้อนขึ้นเล็กน้อย ภาพเขาถอดเสื้อกลางสายฝนยังวนเวียนอยู่ในหัว
“หวังว่าคุณคงไม่ถือสานะครับ ถ้าผมจะต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนคุณหวังร่วมงานกับคุณในครั้งนี้”
เขาพูดอย่างสุภาพ แต่แววตาที่มองเธอกลับแฝงความขี้เล่นจนเธออยากจะหนีหายไปจากตรงนี้
‘นี่ฉันกำลังทำงานร่วมกับเขาจริง ๆ เหรอ’
แสงแดดของช่วงสายทอผ่านกระจกใสของรถ SUV สีดำคันเดิม เส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังตลาดนัดแห่งหนึ่งทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยรถราที่เคลื่อนตัวช้า ๆ เสียงเร่งเครื่องรถจักรยานยนต์ดังก้องบนถนน
พิมพ์ขวัญนั่งอยู่เบาะหลังพร้อมเอกสารในมือ เธอจดโน้ตบางอย่างลงสมุด ปลายนิ้วเคาะปากกากับกระดาษเบา ๆ ขณะใช้ความคิด “ตลาดนี้เป็นจุดสำรวจกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมค่ะ กลุ่มคนวัยทำงานถึงวัยกลางคนที่มีรายได้ปานกลางถึงสูง มันเป็นตลาดที่สะท้อนความหลากหลาย”
เธอพูดพลางเหลือบมองพฤกษ์ที่กำลังขับรถอยู่ เขาฟังเธออย่างตั้งใจ ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังถนนเบื้องหน้า แต่ท่าทีที่ดูผ่อนคลายของเขาทำให้เธอเริ่มรู้สึกแปลกใจ
“เข้าใจการตลาดดีจังนะครับ ดูเหมือนคุณจะวางแผนไว้หมดแล้ว” พฤกษ์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงความชื่นชม
พิมพ์ขวัญยิ้มบาง ๆ โดยไม่ตอบอะไรกระทั่งรถจอดในพื้นที่ว่างหน้าตลาด พฤกษ์เปิดประตูให้เธอเหมือนเป็นหน้าที่ของเขา แต่รอยยิ้มบาง ๆ ของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับตามอง
นี่คือจุดที่เธอเลือก...
ตลาดนัดไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่ที่ผู้คนมาจับจ่ายใช้สอย แต่มันคือจุดตัดของกลุ่มคนหลากหลายวัยและอาชีพ ทั้งพนักงานออฟฟิศที่เพิ่งเลิกงาน แม่บ้านที่แวะมาเดินเล่นก่อนกลับบ้าน นักศึกษาที่มองหาสินค้าราคาประหยัด ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยที่มาเลือกซื้อวัตถุดิบหรือไอเดียใหม่ ๆ
พิมพ์ขวัญไม่ได้มองตลาดนัดเพียงในฐานะพื้นที่ขายของ แต่มันคือลานประลองพฤติกรรมผู้บริโภคที่แท้จริง
“ตลาดนัดเป็นสถานที่ที่สะท้อนพฤติกรรมคนได้ดี” เธอพึมพำกับตัวเองขณะหยิบสมุดโน้ตเล่มเล็กขึ้นมาในมือ “มันรวมเอาทุกกลุ่มเป้าหมายไว้ในที่เดียว คนที่มาด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน และคนที่แค่แวะมาเพราะบรรยากาศ”
เธอมองไปยังแผงขายสินค้าราคาประหยัดที่คนแน่นจนแทบไม่มีที่ยืน สลับกับร้านขายสินค้าเฉพาะทางที่มีลูกค้าไม่มาก
“ร้านหนึ่งดึงดูดคนด้วยราคาเย้ายวน ส่วนอีกร้านเลือกขายของเฉพาะกลุ่มที่ยินดีจ่ายเพื่อคุณภาพ... มันคือภาพรวมของความต้องการที่แตกต่างกันในสังคม”
พิมพ์ขวัญยิ้มเล็ก ๆ เธอรู้ว่าสถานที่แบบนี้คือโอกาสอันล้ำค่าที่จะช่วยให้เธอเข้าใจหัวใจของตลาด การทำการตลาดที่ดีไม่ได้หมายถึงแค่ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ แต่ต้องสร้างสายสัมพันธ์กับลูกค้าในแบบที่พวกเขารู้สึกว่าแบรนด์คือส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
และ Volo ก็สามารถเป็นแบบนั้นได้...ตลาดนัดยังมีความสำคัญอีกด้าน มันเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของกลุ่มคนที่เลือกใช้แอปพลิเคชันเรียกรถ สถานที่แบบนี้เต็มไปด้วยลูกค้าที่ต้องการความสะดวกในการเดินทางและขนของกลับบ้าน เธอวางสมุดโน้ตลงพลางถอนหายใจเบาก่อนเอ่ยสรุป
“ถ้าฉันเข้าใจจุดนี้ให้ดีพอ แบรนด์ Volo จะกลายเป็นมากกว่าบริการ มันจะกลายเป็นเพื่อนร่วมทางของคนทุกกลุ่ม”
เธอหันไปมองพฤกษ์ที่ยืนรออยู่ข้างรถ ดวงตาของเขามีแววสงสัยเล็กน้อย แต่ก็เต็มไปด้วยความสนใจในสิ่งที่เธอกำลังทำ
“เราเดินไปฝั่งนู้นกันดีกว่าคะ” เธอชี้ไปทางโซนอาหารที่ผู้คนกำลังจับจ่ายซื้อขายกันอย่างคึกคักแล้วก้าวเดินนำไปก่อนขณะที่พฤกษ์เดินตามไปช้า ๆ โดยไม่คาดคิดว่าตลาดนัดจะกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อม เมื่อเสียงโวยวายดังลั่นมาจากฝั่งซ้ายมือของพิมพ์ขวัญ และเธออยู่ใกล้สถานการณ์นั้นมาก
“อีคนขี้โกง! กล้าดียังไงมาขายของข้าง ๆ ฉัน ทั้งที่ไปแย่งผัวคนอื่นเขามา!”
อยู่อยู่เสียงแหลม ๆ ของแม่ค้าในชุดทะมัดทะแมงก็ดังก้องขึ้นทางฝั่งซ้ายมือของเธอทำให้พิมพ์ขวัญเผลอหยุดเดินและหันไปมองด้วยความตกใจ และทันใดนั้นเอง เสียงโต้ตอบก็ดังกลับมาจากอีกฝ่ายที่เปิดร้านติดกัน
“ใครแย่ง! ผัวแกมาติดพันฉันเองนะ ถ้าจะโทษ แกก็ต้องโทษตัวเองก่อนเพราะเขาบอกกับฉันว่า อดทนนอนกับแกไม่ไหวแล้ว เหมือนนอนกับซากศพทุกคืนเขาขนลุก!”
คำพูดนี้ยิ่งเหมือนราดน้ำมันใส่ไฟ เสียงคนในตลาดเริ่มเซ็งแซ่ด้วยความสนใจ ขณะที่แม่ค้าทั้งสองยืนประจันหน้ากันกลางแผงขายของ พฤกษ์เห็นท่าทางไม่ดีกำลังจะเดินขึ้นไปดึงพิมพ์ขวัญที่มัวตะลึงมองเขาทะเลาะกันให้เดินออกจากสมรภูมิ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเดินถึงตัวเธอ ก็มีเสียง “ซ่า!” ดังขึ้น
เหตุจากแม่ค้าคนหนึ่งคว้าถังน้ำจากข้างแผงแล้วสาดใส่อีกฝ่าย แต่โชคร้ายของพิมพ์ขวัญที่อีกฝ่ายไหวตัวทันจึงปัดถังน้ำในมือคู่วิวาท ทำให้น้ำในถังไม่ได้พุ่งตรงเป้าหมาย แต่สาดใส่พิมพ์ขวัญเต็ม ๆ
