บทที่ 9 สู้ศึก

ชื่อของสู้ศึก ไม่ได้ผ่านเข้ามาในความคิดของเธอได้ง่าย ๆ ชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเธอเคยวาดฝันถึงอนาคตร่วมกัน แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นอดีตที่เธอต้องพยายามก้าวข้าม  เธอพึมพำในใจ ก่อนจะสลัดความคิดนั้นออกและหันมาจัดการกับพีรภัทร

“เลิกพูดถึงคุณเล็กเขาได้แล้ว นายพีร์ แล้วก็จำไว้ด้วยว่าฉันไม่ต้องการให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัว เข้าใจไหม” 

สู้ศึก เลิศลีลา...ชื่อที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความสุข ตอนนี้กลับกลายเป็นแผลที่เธอพยายามปิดบังจากตัวเอง ภาพของเขาปรากฏในความคิด รอยยิ้มอบอุ่น น้ำเสียงที่เคยเอ่ยคำสัญญา และสายตาที่เคยทำให้เธอรู้สึกว่าเธอคือคนสำคัญที่สุดในโลก แต่ตอนนี้ทุกอย่างเหล่านั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของอดีตที่ไม่อาจเรียกกลับคืนมา

พิมพ์ขวัญกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เธอรู้สึกได้ว่ามือเย็นเฉียบจนต้องขยับมันเล็กน้อยเพื่อคลายความเกร็ง สายตาที่หลุบต่ำเหมือนกำลังมองถุงกระดาษจริงจัง แต่ในความเป็นจริง เธอไม่ได้เห็นสิ่งใดเลย 

“ทำไมต้องคิดถึงเขาตอนนี้ด้วย...”

เธอพยายามบอกตัวเองว่าทุกอย่างมันจบไปแล้ว จบไปนานแล้ว และเธอก็ไม่ได้ต้องการให้มันกลับมา แต่ความเจ็บปวดที่ซ่อนลึกเหมือนหนามที่ไม่เคยถูกดึงออก ยังคงทำให้เธอรู้สึกถึงแรงบีบที่อก 

พีรภัทรที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จับสังเกตสีหน้าของพี่สาวได้ทันที เขาเห็นว่า แววตาของพี่สาวที่มักจะดูมั่นใจและแน่วแน่ กลับมีความลังเลและเศร้าซ่อนอยู่ 

“โธ่ พี่ขวัญ...” พีรภัทรเอ่ยพร้อมกับยื่นมือไปแตะแขนเธออย่างปลอบโยน 

“อะไรของนาย”

พิมพ์ขวัญเงยหน้าขึ้นมองเขา สีหน้าเธอเปลี่ยนกลับมาเป็นเข้มแข็งอีกครั้ง แต่เสียงที่เปล่งออกมายังไม่มั่นคงเท่าเดิม เธอสูดลมหายใจลึก แล้วคลายมือจากถุงกระดาษ

“อย่าเอ่ยชื่อนั้นอีก” เธอพูดเรียบ ๆ แต่เต็มไปด้วยน้ำหนักที่บ่งบอกว่าเธอต้องการจบหัวข้อนี้ 

พีรภัทรยักไหล่ “โอเค ๆ ผมไม่พูดก็ได้ แต่พี่ขวัญครับ...ผมแค่หวังดีนะ พี่ก็รู้ใช่ไหม” 

พิมพ์ขวัญพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะยิ้มจาง ๆ ที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “ฉันรู้...นายไปพักได้แล้ว ฉันเหนื่อย อยากอยู่เงียบ ๆ สักพัก” เธอเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปด้วยจังหวะที่เหมือนมั่นคง แต่ภายในเธอยังคงรู้สึกถึงแผลเก่าที่ไม่ได้เยียวยาอย่างแท้จริง 

หลังจากพิมพ์ขวัญได้รับข้อความแจ้งจากสุชาติเรื่องการประชุมสำคัญที่รีสอร์ต เธอรีบโทร. กลับหาเขาทันที สีหน้าและน้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย “คุณสุชาติคะ ทำไมฉันถึงต้องเดินทางไปประชุมที่รีสอร์ตด้วย  ฉันคิดว่าส่งรายงานกับแผนงานไปให้แล้ว หน้าที่ฉันก็น่าจะจบแล้วนี่คะ”

เสียงทุ้มของสุชาติจากปลายสายฟังดูใจเย็นและเป็นมิตรเหมือนเช่นเคย แต่คำตอบของเขาก็ชัดเจนและเต็มไปด้วยเหตุผล “ฟังนะครับคุณพิมพ์ขวัญ นี่เป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่เรากำลังร่วมมือกับ Volo และมีทีมบริหารระดับสูงของทั้งสองฝ่ายจะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เราต้องการให้คุณอยู่ที่นั่นเพื่อตอบคำถามและให้ข้อมูลโดยตรง โดยเฉพาะเรื่องการตลาดในพื้นที่”

พิมพ์ขวัญนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเต็มไปด้วยข้อสงสัย “แต่ฉันสามารถเตรียมเอกสารหรือวิดีโอคอลเข้าประชุมจากที่นี่ได้ไม่ใช่เหรอคะ”

น้ำเสียงของสุชาติจริงจังขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงสุภาพ “ปัญหาคือโปรเจกต์นี้มีความซับซ้อนและต้องการการสื่อสารที่ละเอียดลึกซึ้ง คุณรู้จักตลาดในประเทศนี้ดีที่สุด และพวกเราทุกคนเห็นตรงกันว่าคุณเหมาะสมที่สุดที่จะเข้าร่วมในที่ประชุม”

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวเธอ ทำให้พิมพ์ขวัญเริ่มลังเลแต่ในที่สุดเธอก็ยอมรับในเหตุผลดังกล่าวจึงพยักหน้าน้อย ๆ แม้จะอยู่ในห้องทำงานของตัวเอง “เรื่องนี้ฉันเข้าใจแล้วค่ะ แต่ที่ยังไม่เข้าใจคือ...ทำไมจะต้องเดินทางไปพร้อมกับคุณพฤกษ์ด้วยล่ะคะ” 

สุชาติหลุดหัวเราะอารมรณ์ดีก่อนจะตอบ  “อันนี้ต้องขออภัยด้วยนะครับ ปกติผมจะส่งทีมงานคนอื่นไปด้วย แต่พอดีตอนนี้ทุกคนติดงานด่วนหมด อีกอย่าง คุณพฤกษ์เองก็รู้จักโปรเจกต์นี้อย่างละเอียด เขาเป็นตัวแทนของ Volo ที่เราไว้ใจได้”

พิมพ์ขวัญขมวดคิ้ว ‘คุณพฤกษ์เนี่ยนะตัวแทน Volo น่าแปลก ทำไมผู้บริหารแอปพลิเคชันนี้ถึงดูมอบความไว้วางใจและให้ความสำคัญกับหัวหน้าทีมไดรเวอร์คนนี้มากเสียเหลือเกิน’ พิมพ์ขวัญถอนหายใจเบา ๆ พลางเม้มปากแน่น

“ก็ได้ค่ะ ฉันจะเตรียมตัวให้พร้อม แล้วเจอกันที่รีสอร์ตค่ะคุณสุชาติ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป