บทที่ 1 ไม่ใช่คนโลกสวย

ไม่ใช่คนโลกสวย

มหาวิทยาลัยเอกชน ZK

       บริเวณม้าหินอ่อนหน้าตึกคณะมนุษยศาสตร์เต็มไปด้วยนักศึกษาปีสองเพราะหลังจากที่อาจารย์ยกเลิกคลาสกะทันหันก็ทำให้ทุกคนรีบมุ่งหน้าออกจากห้องเรียนเพราะรู้สึกเซ็งไม่หาย เนื่องจากอาจารย์พึ่งมาบอกก่อนเวลาเข้าเรียนไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ ทำให้นักศึกษาหลายคนถึงกับบ่นออกมาไม่หยุดเพราะบางคนต้องรีบตื่นแต่เช้าฝ่ารถติดเพื่อมาเรียนวิชานี้ให้ทัน

       “เฮ้อ ร้อนฉิบหาย” เบลล์หญิงสาวนัยน์ตาเฉี่ยวบ่นเสียงดังพร้อมกับวางแก้วน้ำอัดลมลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนด้วยสีหน้าหงุดหงิดเพราะนอกจากจะถูกยกเลิกคลาสแล้ว อากาศยังมาร้อนอบอ้าวอีก วันนี้มันวันอะไรก็ไม่รู้โคตรหงุดหงิดเลยจริงๆ

       เธอเป็นหญิงสาวตัวเล็กน่ารักแต่มักมีสีหน้าเหวี่ยงอยู่เสมอ อันที่จริงก็ไม่ได้ตั้งใจทำหน้าเหวี่ยงหรอกแต่เพราะสีหน้ากับแววตาของเธอมันเป็นไปเอง หากใครไม่รู้จักหรือสนิทสนมกันมักจะคิดว่าเธอหยิ่งและดูไม่เป็นมิตร ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงเธอไม่ใช่คนหยิ่งอะไร ออกจะเป็นคนคุยเก่งด้วยซ้ำและที่เป็นอยู่ตอนนี้คือสีหน้าและท่าทางปกติของเธอเลยด้วย แต่เพียงแค่เธอไม่ชอบยิ้มหรือพูดคุยกับคนที่ไม่สนิทก็เท่านั้นเอง

       “ร้อนที่อากาศหรือร้อนที่ใจ?” น้ำหวานหนึ่งในเพื่อนสนิทของเบลล์แกล้งเย้าแหย่ขึ้น เธอรู้จักเพื่อนรักดีว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันเป็นเพราะว่าอะไร ไม่ใช่แค่อากาศหรอกที่ทำให้ร้อนแต่เป็นเพราะว่าเจ้าตัวกำลังหงุดหงิดและร้อนใจที่แฟนหนุ่มไม่ยอมตอบข้อความมากกว่า แถมโทรไปก็ยังไม่รับสายอีก

       “เออ! กูร้อนใจ แม่งเฟรมมันหายหัวไปไหนวะ ทำไมไม่ตอบข้อความกูเลย กูทักไปตั้งแต่ตื่นนอนแล้ว” ร่างบางบ่นออกมาอย่างคนหัวเสียเล็กน้อยก่อนจะหยิบน้ำอัดลมขึ้นดื่มเพื่อดับความร้อนรุ่มในใจ เฟรมคือแฟนหนุ่มของเธอที่คบกันมาได้หกเดือนแล้วและที่เธอตกลงคบกับแฟนคนนี้เพราะอีกฝ่ายตามจีบเธอมานาน น่าจะตั้งแต่มัธยมปลายเลยมั้งแต่ตอนนั้นเธอไม่ได้สนใจอีกฝ่าย ทั้งคู่รู้จักกันมาก่อนเพราะเรียนมัธยมที่เดียวกันและยังเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ เหมือนกันอีก อาจเพราะอีกฝ่ายตามจีบเธอมานานและเธอก็เห็นความพยายามของฝ่ายนั้นก็เลยลองคบดู ที่ผ่านมามันโอเคทุกอย่าง เขาใส่ใจและดูแลเธออย่างดีแต่พักหลังมานี้อีกฝ่ายกลับดูเปลี่ยนไป ไม่ค่อยโทรหาและยังไม่ค่อยตอบข้อความเธอเลยด้วย

       ก่อนหน้านั้นเธอเคยคุยๆ กับผู้ชายมาหลายคน แต่ก็เป็นแค่การพูดคุยเท่านั้น ยังไม่เคยตกลงคบกับใครอย่างจริงจัง เพราะเธอค่อนข้างเป็นคนขี้เบื่อ และถ้าคุยๆ ไปแล้วมันไม่ใช่ ไม่ถูกใจ เธอก็จะไม่ไปต่อให้เสียเวลาแต่ถ้าคนไหนที่เธอตกลงคบด้วย เธอก็จะซื่อสัตย์และไม่มองใครอีกเลย เป็นประเภทถ้ารักใครแล้วก็รักจริง ให้ใจแบบเต็มร้อย แต่กับเฟรมจะบอกว่าเธอให้ใจไปเต็มร้อยมั้ย เธอก็คิดว่ายังไม่ใช่ เพราะแม้ว่าเจ้าตัวจะเป็นคนที่เธอคบมานานที่สุด แต่เธอก็ยังไม่ได้รู้สึกลึกซึ้งอะไรกับอีกฝ่ายขนาดนั้น แต่เพราะตลอดเวลาที่คบกันมาอีกฝ่ายดีกับเธอมากทำให้เธออยากลองคบกับอีกฝ่ายไปนานๆ เผื่อว่าความรู้สึกของเธอมันจะลึกซึ้งขึ้น

       ด้านน้ำหวานกับนุ่นเพื่อนในกลุ่มอีกคนที่ได้ยินเพื่อนรักบ่นก็หันมามองสบตากันก่อนจะสะกิดกันไปมาราวกับว่ามีบางอย่างอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา เบลล์ที่เห็นแบบนั้นจึงรีบวางแก้วน้ำอัดลมลงและหันมาหรี่ตาจับผิดเพื่อนทั้งสองคนแทน

       “พวกมึงเลิกสะกิดกันได้แล้ว มีอะไรก็รีบๆ พูดมา สายตาแบบนี้ กูไม่รู้เลยว่ามีเรื่องอยากจะพูด” เบลล์กลอกตาไปมาอย่างเอือมๆ พวกเธอคบกันมาปีกว่าแล้ว มันมากพอที่จะรู้ว่าแต่ละคนกำลังคิดอะไรอยู่ ที่สำคัญเพื่อนของเธอทุกคนเป็นประเภทปากตรงกับใจ มีอะไรก็พูดกันแบบตรงๆ ไม่อ้อมค้อมและเพราะทุกคนมีนิสัยที่เหมือนกันก็เลยทำให้คบกันได้ ปากดีกันทุกคนแบบนี้คงไม่มีใครอยากจะคบเป็นเพื่อนอีกแล้วล่ะ

       “อีหวานมึงพูดดิ” นุ่นรีบผลักภาระมาให้เพื่อนตัวเล็กข้างๆ เพราะเธอกลัวว่าหากเบลล์รู้เรื่องแล้วระเบิดจะลงและเธอจะลุกหนีไม่ทัน อีกฝ่ายค่อนข้างใจร้อนและยังมุทะลุแบบสุดๆ เรียกได้ว่าอย่าหาเรื่องให้มันโกรธจะดีกว่า

       “มึงพูดเถอะ กูไม่อยากพูด” น้ำหวานทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกก่อนจะหยิกขาให้นุ่นเป็นคนบอกออกไป

       “ไม่ต้องเถียงกัน ใครพูดก็ได้ทั้งนั้นแหละ เกี่ยวกับเฟรมใช่มั้ย พวกมึงไปรู้อะไรมา บอกกูมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” สีหน้าท่าทางแบบนี้มันต้องมีอะไรแน่ๆ และมันต้องเกี่ยวกับแฟนตัวดีของเธอที่หายเงียบไปอย่างแน่นอน ถ้าเรื่องที่พวกมันบอกเป็นเรื่องที่เธอรับไม่ได้ รับรองเลยว่าไอ้เฟรมมันได้เจอดีแน่!

       “เอ่อ กู…” น้ำหวานอึกอักเล็กน้อยอย่างไม่มั่นใจว่าควรจะบอกเพื่อนดีมั้ย แต่สุดท้ายก็รวบรวมความกล้าและกำลังบอกออกไป

       “แตงโมเย็นๆ มาแล้วจ้า ชะนีน้อยทั้งหลาย” แต่แล้วก็เหมือนสวรรค์มาโปรดเพราะเพื่อนชายหุ่นมาดแมนแฮนด์ซัมแต่ใจเป็นหญิงได้เดินบิดตูดเข้ามาหาซะก่อน มันมาทันเวลาอะไรขนาดนี้ โชคดีของอีหวานจริงๆ

       “อีตั้มมาพอดี มึงถามมันแล้วกัน” น้ำหวานโยนภาระทุกอย่างไปให้คนที่เดินยิ้มเข้ามาอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร แต่เพียงได้ยินเพื่อนเรียกชื่อเล่นจริงๆ ของตัวเอง สีหน้าที่เคยยิ้มแย้มก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงออกมาอย่างไม่พอใจทันที

       “กูบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกตูน การ์ตูนนน เข้าใจมั้ย มึงเรียกกูตั้มอีก กูตบมึงแน่อีหวาน” ร่างสูงวางแตงโมลงบนโต๊ะพร้อมกับทำท่าทีพร้อมตบเพื่อนจริงๆ หากมันเรียกชื่อไม่เข้าหูอีก คนอุตส่าห์เดินไปซื้อแตงโมเย็นๆ มาให้กินคลายร้อนยังมาทำให้อารมณ์เสียอีก

       “คิก~ เออๆ กูขอโทษค่ะ คุณการ์ตูน แหม ทีวันแรกที่รู้จักกันยังบอกกูว่าชื่อตั้มครับอยู่เลย” น้ำหวานหัวเราะคิกคักพร้อมกับแกล้งหยอกล้อเพื่อนไปด้วยเพราะเธอรู้ว่าแม้อีกฝ่ายจะทำท่าทีขึงขังใส่แบบนั้นแต่มันก็ไม่กล้าตบเธอจริงๆ หรอก ทำปากเก่งไปงั้น ความเป็นจริงมันเป็นคนใจดีมาก ใจดีที่สุดแล้วในกลุ่มนี้

       “มึงนี่มันวอนจริงๆ” ชี้หน้าเพื่อนเสร็จก็ยอมขยับตูดไปนั่งใกล้ๆ ก่อนจะเลิกคิ้วมองเพื่อนสาวอีกคนที่มองมาอย่างกดดัน เมื่อสักครู่เหมือนจะได้ยินพวกมันคุยเรื่องอะไรกันสักอย่างและหวานก็เหมือนจะโยนขี้มาให้เขาด้วย ยิ่งเบลล์จ้องหน้าแบบนี้ ต้องเป็นเรื่องคอขาดบาดตายชัวร์ หาเรื่องให้กูจริงๆ อีชะนีข้างๆ เนี่ย!

       “เอ่อ มึงมองหน้ากูทำไม มีเรื่องอะไรกัน?” ตั้มมองคนนั้นทีคนนี้ทีเพราะเขายังไม่รู้ว่าเรื่องที่เพื่อนโยนมาให้คือเรื่องอะไร แต่ดูจากสีหน้าทุกคนเขาคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ทุกคนในกลุ่มรู้กันหมด ยกเว้นชะนีคนสวยประจำกลุ่มอย่างเบลล์

       “สองคนนี้มันมีเรื่องปิดบังกู พอกูถามมันก็บอกให้กูถามมึง ตกลงยังไง พวกมึงจะบอกกูได้หรือยัง ถ้าเป็นเรื่องเฟรม พวกมึงก็รีบบอกกูมาซะ” ร่างบางเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะหยิบยางรัดผมมารวบผมขึ้นไปมัดเป็นหางม้าเพราะทนกับอากาศร้อนไม่ไหว ผมยาวสลวยที่ดัดลอนมาอย่างสวยงามตอนนี้เริ่มชื้นเหงื่อและยุ่งเหยิงหน่อยๆ ไฮไลต์สีชมพูบนเส้นผมยิ่งขับให้เธอดูเป็นสาวสวยและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน วงหน้าเรียวเล็กกระจ่างใสขึ้นเมื่อรวบผมเปิดหน้าแบบนี้ เธอเป็นสาวฮ็อตของคณะจึงไม่แปลกใจที่ใครต่อใครจะแอบเมียงมองมายังเธอเมื่อเดินผ่านไปผ่านมา

       “เออๆ กูพูดเอง คือว่า…วันก่อนพวกกูไปดูดวงแถวคอนโดเฟรมมา พวกกูเห็นมันควงอีปุยฝ้ายขึ้นคอนโด แต่พวกกูไม่แน่ใจนะว่าสองคนนั้นไปทำไรกัน แล้วไปรู้จักกันตอนไหน มึงก็รู้ว่าอีฝ้ายมันก็คั่วไปเรื่อย” ปุยฝ้ายคือเพื่อนร่วมคณะที่พวกเธอไม่ได้สนิทสนมด้วย แค่เพียงเคยทักทายกันตามมารยาทเท่านั้น แต่ใครๆ ก็รู้ว่าอีกฝ่ายคบคนนั้นทีคนนู้นที จนบางครั้งก็ตามไม่ทันว่าตกลงแล้วมันกำลังคบกับใครอยู่กันแน่ แต่ก็อย่างว่าแหละอีกฝ่ายก็สวยใช่ย่อย ก็ต้องใช้ความสวยให้เป็นประโยชน์เป็นธรรมดา

       ร่างบางกำหมัดแน่นเมื่อได้ยินเพื่อนบอกออกมาแบบนั้น ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยสงสัยหรือเอะใจเพราะฝ่ายนั้นเคยส่งข้อความมาหาแฟนเธอบ่อยครั้ง แต่เพราะเธอเชื่อใจแฟนหนุ่มของเธอ อีกอย่างเฟรมก็ไม่ได้เรียนคณะเดียวกันกับเธอ เจ้าตัวเรียนวิศวะฯ เธอจึงไม่คิดระแวงว่าพวกมันสองคนจะแอบไปคั่วกันได้ บอกเลยว่าเธอไม่ใช่คนโลกสวย แค่ได้ยินว่าพวกมันควงกันขึ้นคอนโด เธอก็รู้แล้วว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น

       ที่ผ่านมาเฟรมขอมีอะไรกับเธอมาโดยตลอดและมักมีปัญหากันในเรื่องนี้ แต่เพราะเธอยังไม่พร้อมและไม่มั่นใจก็เลยไม่ยอม จึงได้แค่กอดและหอมแก้มกันเท่านั้น สงสัยว่ามันคงอดอยากปากแห้งมากละมั้งถึงได้สวมเขาให้เธอและไปแอบกินกันลับๆ แบบนี้ มึงอยากลองดีมากใช่มั้ย ได้…มึงเจอกูแน่ไอ้เฟรม!

       พรึบ!

       “เดี๋ยว! มึงจะไปไหน” เห็นเพื่อนรักลุกขึ้นยืน น้ำหวานก็รีบถามด้วยความรีบร้อนเพราะกลัวว่าเบลล์จะใจร้อนอีก

       “กูจะไปคอนโดเฟรมเดี๋ยวนี้ กูว่าตอนนี้มันสองคนต้องกกกันอยู่แน่ๆ มันถึงไม่ตอบข้อความกู หนอย กูโทรหาไม่รับแต่กลับไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่นงั้นเหรอ หยามกูเกินไปละ” เธอยังคงกำหมัดแน่นและโกรธเป็นฟืนเป็นไฟไม่หาย

       หมับ!

       “มึงใจเย็นๆ ก่อน มันอาจไม่ใช่อย่างที่พวกกูเห็นก็ได้” ตั้มรีบจับข้อมือเพื่อนเอาไว้เพราะถ้าปล่อยอีกฝ่ายไป ระเบิดได้ลงคอนโดฝั่งนั้นแน่

       “กูไม่เย็นอะไรทั้งนั้นแหละ พวกมึงจะยอมให้มันทำแบบนี้กับกูจริงๆ เหรอ อย่างน้อยก็ขอให้กูได้ด่ามันสักนิดก็ยังดี ไปตอนนี้กูอาจจับได้แบบคาหนังคาเขา เอาให้พวกมันอายกันไปข้าง” ร่างบางหายใจฟึดฟัดอย่างข่มอารมณ์ก่อนจะรวบของทุกอย่างลงกระเป๋าเพื่อเตรียมพร้อมไปจัดการกับพวกทรยศหักหลัง

       “เออๆ ไปก็ไป เดี๋ยวพวกกูพามึงไปเอง ปล่อยไปคนเดียว คอนโดมันได้พังแน่” นุ่นพูดขึ้นมาบ้าง เธอมองสบตากับเพื่อนอีกสองคนก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ แต่ก็อย่างว่าแหละ ถ้าไปให้เห็นกับตาก็น่าจะดีกว่ายอมเป็นคนโง่ต่อไป และถ้าพวกเธอเห็นมันสองคนอยู่ด้วยกันจริง พวกเธอเนี่ยแหละจะช่วยเพื่อนจัดการพวกมันเอง

       “แม่ง หงุดหงิดฉิบหาย ถ้าเป็นเรื่องจริง กูไม่เอามันไว้แน่ มันต้องถูกกูตบให้เลือดกบปาก” เธอเกลียดที่สุดคือการหักหลัง ถึงแม้ที่ผ่านมาเธอจะไม่ยอมนอนกับอีกฝ่ายและเป็นแฟนที่ไม่ดีนัก แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่ฝ่ายนั้นจะมาทำเรื่องเลวๆ แบบนี้ลับหลังเธอ ถ้าอยากมากเธอก็จะปล่อยให้มันไปกินกันอย่างเปิดเผยจะได้จบๆ กันไป แต่ก่อนจบกันมันต้องโดนเธอตบให้หายแค้นก่อน!

บทถัดไป