บทที่ 2 เสียดายเวลา

เสียดายเวลา

ใช้เวลาไม่นานมากทั้งสี่คนก็มาถึงคอนโดแฟนหนุ่มของเบลล์ ร่างบางยังคงข่มอารมณ์โกรธของตัวเองเอาไว้และพยายามจะมีสติให้มากที่สุด แม้ว่ามันจะยากสำหรับคนที่มีนิสัยใจร้อนแบบเธอก็ตาม แต่เธอก็อยากมีสติให้มากเผื่อว่ามันอาจไม่ได้เป็นแบบที่เธอคิดเอาไว้

       “แล้วเราจะขึ้นไปยังไง ถ้าเจ้าของห้องไม่อนุญาตจะขึ้นไปได้เหรอ” น้ำหวานเหลือบสายตาไปที่เจ้าหน้าที่ข้างล่างคอนโดที่กำลังยิ้มแย้มกับเจ้าของห้องคนอื่นๆ อยู่ ที่นี่เป็นคอนโดขนาดใหญ่และหรูพอสมควร ทำให้มีพนักงานของคอนโดคอยให้บริการและคอยตรวจสอบความเรียบร้อยไปด้วย คล้ายๆ กับโรงแรมเลยทีเดียว หากพวกเธอจะขึ้นไปโดยไม่มีคนมารับก็น่าจะยาก

       “หึ ขึ้นได้ดิ กูมาที่นี่ค่อนข้างบ่อยจนพนักงานจำกูได้แล้ว อีกอย่างกูมีคีย์การ์ดห้องเฟรมอยู่ในกระเป๋า ยังไงก็เข้าห้องมันได้” เบลล์หยิบคีย์การ์ดคอนโดโชว์เพื่อนๆ พร้อมกับยิ้มมุมปาก คงเป็นความโชคดีของเธอที่พกมันติดมาด้วย ส่วนแฟนหนุ่มของเธอดันโชคร้ายที่เอาคีย์การ์ดอีกอันให้เธอเก็บไว้เอง ปกติเธอจะมาที่นี่เฉพาะวันที่ไม่มีเรียนก็มาทานข้าว มาดูหนังและใช้เวลาอยู่กับแฟนของเธอตามปกติ เพียงแต่ไม่ได้ค้างคืนเท่านั้น ก็เหมือนคู่รักคู่อื่นๆ ที่เป็นแฟนกันนั่นแหละ

       “สุดยอดเลยมึงเนี่ย” นุ่นพูดขึ้นมาบ้างโดยที่ตั้มยังคงส่งสายตาหวานๆ ให้หนุ่มๆ ที่เดินผ่านไปมาจนลืมไปว่าที่ตัวเองมาอยู่ที่นี่เพราะต้องการพาเพื่อนมาจับผิดคนรัก

       “มันได้เจอกูแน่ ไปเถอะ ขึ้นข้างบนกัน” เบลล์เดินนำทุกคนไปหาพนักงานซึ่งเธอมีสีหน้าแปลกไปเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้ดังเดิม เธอไม่ได้สอบถามอะไรออกมาเพราะจำได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าเคยมากับเจ้าของห้องที่นี่ ทั้งหมดจึงเข้ามาในลิฟต์โดยไม่ถูกสอบถามอะไร ทุกคนหันมองไปที่เบลล์เป็นตาเดียวเพราะดูจากสีหน้าก็รู้แล้วว่าเจ้าตัวค่อนข้างกังวลใจและมีความโกรธอยู่ในนั้นด้วย

       “มึงโอเคนะ ถ้ามันอยู่กับปุยฝ้ายจริง มึงจะทำไง” นุ่นจับมือเพื่อนเอาไว้และถามอย่างเป็นห่วงความรู้สึกเพื่อน แต่เธอก็รู้ดีว่าเบลล์เป็นคนเข้มแข็ง ยังไงก็ต้องผ่านมันไปได้ แต่ก็คงเสียความรู้สึกไม่น้อย เวลาหกเดือนมันไม่ใช่น้อยๆ เลย อีกอย่างเพื่อนของเธอคนนี้ก็ไม่เคยตกลงคบกับใครจริงจังเลยสักคน มีไอ้เฟรมเนี่ยแหละคนแรกที่มันยอมคบด้วย แต่อีกฝ่ายยังมาทำนิสัยเลวๆ แบบนี้ใส่อีก

       “กูจะตบมันให้หน้าหันและเลิกกับมันวันนี้เลย พวกมึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบการถูกหักหลัง ถ้ามันชอบอีฝ้ายก็ให้มันไปกินกันตามสบาย แต่ก่อนพวกมันจะไปเสวยสุขกันต้องโดนกูด่าให้เสียหมาซะก่อน ไม่งั้นกูคงแค้นไม่หาย” พูดจบก็เดินดุ่มๆ นำเพื่อนทั้งสามคนไปโดยที่ตั้มรีบเดินตามหลังไปติดๆ เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นเขาจะได้รีบเข้าไปอุ้มมันออกมา ถึงยังไงเขาก็เป็นผู้ชายและตัวใหญ่สุดในกลุ่มนี้ อุ้มเพื่อนตัวเล็กแค่นี้เขาทำได้อยู่แล้ว

       เมื่อมาถึงหน้าห้องเธอก็ยืนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อตั้งสติ เมื่อพร้อมแล้วก็แตะคีย์การ์ดและเปิดประตูห้องเข้าไปทันทีโดยไม่คิดจะเคาะประตูให้คนด้านในรู้ตัวก่อน เพื่อนอีกสามคนก็เดินตามกันเข้ามาติดๆ อย่างเครียดขรึมกันทุกคน

       “อื้ออ เฟรมพอแล้วน่า นี่จะเที่ยงอยู่แล้วนะ ยังกินไม่อิ่มอีกเหรอ”

       “ขออีกนิดนะ ฝ้ายหอมไปทั้งตัวขนาดนี้ เราอดใจไม่ไหวหรอก” เสียงพูดคุยกันที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนทำให้ร่างบางที่ยืนฟังอยู่ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ พวกมันอยู่ด้วยกันจริงๆ สินะ ไอ้เฟรมมันหักหลังเธอจริงๆ ไอ้เลวเอ๊ย!

       หมับ!

       “เดี๋ยว มึงจะเข้าไปตอนนี้เลยเหรอ” ร่างบางกำลังจะพุ่งตัวเข้าไปก็ถูกฝ่ามือของตั้มดึงข้อมือไว้ซะก่อน ทุกคนได้ยินเสียงคนด้านในเต็มสองหูและไหนจะเสียงหัวเราะคิกคักที่หยอกล้อกันนั่นอีก ได้ยินแล้วมันก็อดโมโหไม่ได้จริงๆ นี่ขนาดไม่ใช่คนถูกหักหลังยังโกรธแทนขนาดนี้ แล้วคนที่โดนหักหลังแบบเบลล์ มันจะโกรธขนาดไหน เขาถึงต้องรีบเตือนสติมันเอาไว้ก่อน

       “เออ เข้าไปตอนที่มันกำลังทำอะไรกันเนี่ยแหละ กูก็อยากจะรู้ว่ามันจะทำหน้ายังไง จะมียางอายกันอยู่มั้ย” เบลล์สลัดข้อมือตัวเองออกจากการเกาะกุมก่อนจะเปิดประตูเข้าไปอย่างสุดแรงด้วยสีหน้าราบเรียบแต่แววตาคือโมโหแบบสุดๆ

       แกรก! สองคนบนเตียงที่กำลังนัวเนียกันอยู่ถึงกับเบิกตากว้างและรีบคว้าผ้าห่มมาปิดบังร่างกายทันที ปุยฝ้ายรีบขยับไปอยู่ด้านหลังของร่างสูงอย่างตกใจและอับอายเป็นอย่างมากเพราะตอนนี้เพื่อนร่วมคณะหลายคนมาเห็นภาพล่อแหลมของเธอเข้า

       “บะ..เบลล์” ส่วนเจ้าของห้องถึงกับหน้าถอดสีและเรียกแฟนสาวเสียงสั่นด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าเธอจะมาอยู่ที่นี่ได้ เวลานี้เธอควรจะเข้าเรียนไม่ใช่เหรอ ปุยฝ้ายเป็นคนบอกเขาเองเพราะวันนี้เธอยอมขาดเรียนเพื่อจะได้อยู่กับเขา

       “หึ ไง มีความสุขกันมากมั้ย เอากันต่อดิ เดี๋ยวเป็นสักขีพยานในการทำเรื่องเลวๆ ให้” ร่างบางกอดอกมองด้วยแววตานิ่งเรียบแต่ในใจนั้นทั้งโกรธและเจ็บใจเป็นที่สุด ถึงจะยังไม่ได้รักใคร่อะไรอีกฝ่ายขนาดนั้น แต่เวลาหกเดือนก็ทำให้เธอผูกพันและรู้สึกดีที่มีอีกฝ่ายเป็นแฟน

       พรึบ!

       “เบลล์มาได้ยังไง มันไม่ใช่อย่างที่เบลล์เห็นนะ คือ…” ร่างสูงรีบใช้ผ้าเช็ดตัวพันท่อนล่างและพุ่งตัวไปหาแฟนสาวเพื่อต้องการอธิบาย ร่างบางถอยห่างทันทีอย่างนึกรังเกียจ สายตาเธอมันบอกทุกอย่างหมดแล้วว่าเธอไม่มีทางกลับไปคบกับผู้ชายที่หักหลังตัวเองแน่ๆ

       เพียะ!

       “มึงเลิกตอแหลเถอะเฟรม กูเห็นเต็มสองตาขนาดนี้แล้ว มึงยังจะปฏิเสธอีกเหรอ คิดจะสวมเขากูไปถึงไหน เห็นกูโง่นักหรือไง แหม กูโทรหาไม่รับ ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ ที่แท้ก็ยุ่งอยู่กับอีหน้าด้านนี่เอง” ฝ่ามือบอบบางตบเข้าที่ใบหน้าแฟนหนุ่มจนหน้าหันก่อนจะชี้หน้าด่ามันต่ออย่างคับแค้นใจ ร่างสูงที่ถูกตบก็ทำได้เพียงรู้สึกผิดและไม่ตอบโต้ใดๆ แต่ที่ทำหญิงสาวโมโหขึ้นมาอีกเพราะอีกฝ่ายดันปกป้องคู่นอนของตัวเองโดยไม่คิดจะขอโทษเธอสักคำ

       “เรื่องนี้เฟรมผิดเอง อย่าด่าปุยฝ้ายเลยนะ เรื่องนี้ปุยฝ้ายไม่ผิด เฟรมเป็นฝ่ายนอกใจเบลล์เอง” ร่างสูงหันไปหาคนตัวเล็กที่อยู่บนเตียงอย่างห่วงใยเพราะความสัมพันธ์ทางกายที่ทั้งคู่มีต่อกันมันหลายครั้งมากจนเกิดเป็นความผูกพันและเขาคิดว่าเขารู้สึกดีกับปุยฝ้ายไปแล้วแต่อีกใจก็ยังไม่อยากเลิกกับหญิงสาวอีกคนเพราะถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ยอมทำในสิ่งที่เขาร้องขอหรือไม่ได้ทำหน้าที่แฟนที่ดีนัก แต่ตลอดเวลาที่คบกันเขาเองก็มีความสุขมาก จะบอกว่าเขาเลวและเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวเขาเองก็ยอมรับ

       “พวกมึงมันก็ผิดกันทั้งคู่นั่นแหละ แต่ยังดีที่มึงยังกล้ายอมรับออกมาตรงๆ ว่ามึงเป็นฝ่ายนอกใจกูก่อน อันที่จริงถ้ามึงอยากทำเรื่องแบบนี้กับมัน มึงบอกกูตรงๆ ได้เฟรม ไม่จำเป็นต้องมาทำลับหลังกู ถ้ามึงอยากเลิกจริงๆ กูเลิกกับมึงได้อยู่แล้ว” น้ำเสียงเธอเริ่มสั่นเล็กน้อย จะบอกว่ามันไม่เสียใจเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ มันทั้งเสียใจและเจ็บใจเลยแหละ ที่สำคัญเธอเสียดายเวลาที่เอามาทิ้งกับคนเลวๆ แบบนี้ แทนที่เธอจะได้ทุ่มเวลาให้กับคนที่จริงใจกับเธอมากกว่านี้

       “ไม่นะ เฟรมไม่ได้อยากเลิกกับเบลล์ เบลล์ก็น่าจะรู้ว่าที่เฟรมต้องทำแบบนี้มันเป็นเพราะว่าอะไร เฟรมเป็นผู้ชายคนหนึ่งนะ ย่อมมีความต้องการอยู่แล้ว ในเมื่อเบลล์ไม่ยอม เฟรมก็ต้องไปมีอะไรกับคนอื่นแทน” ยิ่งอีกฝ่ายพูดออกมา เธอก็ยิ่งผิดหวังและเสียใจที่เคยคิดว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดเท่าที่เธอเคยพูดคุยมา แต่ความจริงแล้วมันเองก็ไม่ต่างจากผู้ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่งเลย

       “หึ มึงจะบอกว่าที่มึงทำเรื่องเลวๆ แบบนี้ลับหลังกูเพราะกูไม่ยอมมึงงั้นเหรอ มึงมันโคตรเห็นแก่ตัวเลยเฟรม กูไม่น่าตกลงคบกับมึงเลยจริงๆ ตลอดเวลาที่คบกันกูซื่อสัตย์กับมึงเพียงคนเดียว แต่มึงกลับมาหักหลังกูเพียงเพราะกูไม่ยอมมีอะไรกับมึงเนี่ยนะ เหอะ! ให้ตายเถอะ โคตรทุเรศเลยว่ะ” พูดจบเธอก็เงยหน้าขึ้นมองเพดานอย่างต้องการข่มอารมณ์ ก่อนมาเธอคิดเอาไว้ว่าต้องด่ามันให้เจ็บๆ ตบมันหลายๆ ครั้งให้หายแค้น แต่พอเอาเข้าจริงๆ เธอได้แต่ยืนด่ามันด้วยความผิดหวังและไม่อยากจะตบมันให้เจ็บมือตัวเองด้วยซ้ำ ความผิดหวังนี่มันมีผลกระทบกับจิตใจที่เข้มแข็งเธอเหมือนกันนะ

       “เบลล์ เฟรมขอโทษ” ร่างสูงรู้สึกผิดจนพูดแทบไม่ออก แววตาของแฟนสาวตอนนี้มันมีแต่ความผิดหวังและรังเกียจจนเขาเองก็รู้สึกเจ็บไปทั้งใจเหมือนกัน แต่มาถึงขนาดนี้แล้วก็คงต้องยอมรับความผิดของตัวเองทุกอย่าง

       “เหอะ! ยังดีที่มึงยังยอมขอโทษกู จากนี้มึงกับกูไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก กูขอเลิกกับมึงตั้งแต่ตอนนี้และไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับกูอีก เชิญมึงไปเสพสุขกับคนที่มึงเลือกเถอะ ส่วนเธอถ้าอยากได้มันนัก ฉันยกให้เพราะดูๆ แล้วพวกมึงสองคนก็เหมาะสมกันดี เหมือนผีเน่ากับโลงผุน่ะ” เธอเหยียดยิ้มแบบเย้ยหยันก่อนจะหันไปพยักหน้ากับเพื่อนว่าให้ออกไปจากห้องนี้กัน เธอไม่อยากยืนอยู่ในนี้แม้แต่วินาทีเดียว วันนี้เธอได้มาเคลียร์ทุกอย่างจบแล้ว จากนี้ก็ต่างคนต่างอยู่

       ด้านปุยฝ้ายเธอกำหมัดแน่นภายใต้ผ้าห่มเพราะคำพูดเมื่อสักครู่ของหญิงสาวอีกคนทำเธอสะอึกและเจ็บใจ แต่ใบหน้ากลับทำเป็นอับอายและเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาซึ่งมันทำให้เฟรมลังเลว่าจะตามแฟนสาวไปดีหรือเปล่า สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ตามอีกฝ่ายไปทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับเธอคงต้องจบกันตั้งแต่วันนี้ตามที่เธอได้ยื่นคำขาด หัวใจเขามันวูบโหวงชอบกลและเขาก็เสียใจมากด้วย ไม่รู้ว่าตัวเองตัดสินใจถูกมั้ยที่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ แบบนี้

       “เฟรม โอเคมั้ย ฝ้ายขอโทษนะ เป็นความผิดฝ้ายเองที่ยอมนอนกับเฟรมจนเกิดเรื่อง” น้ำเสียงสั่นเครือของเธอทำเอาร่างสูงได้สติและรีบเดินกลับมาหาเธอและโอบกอดไว้อย่างปลอบโยน

       “ฝ้ายไม่ผิดหรอก เรื่องนี้เราเป็นคนเริ่มมันทั้งหมดเราผิดเองแหละ อย่าร้องไห้เลยนะ” ร่างสูงก้มลงจูบหน้าผากเธออย่างอ่อนโยนและทะนุถนอม ปุยฝ้ายลอบยิ้มออกมาอย่างพอใจที่ในที่สุดก็ทำทั้งสองคนเลิกกันได้สักที ตลอดเวลาเธอยอมรับว่าเธออิจฉาเพื่อนร่วมคณะคนนั้นมาโดยตลอดเพราะอีกฝ่ายมักแย่งความสนใจจากคนอื่นไปจากเธอจนหมด ใครๆ ก็ชอบเธอคนนั้นมากกว่าเธอ หรือแม้แต่การประกวดอะไรกับทางมหาวิทยาลัยเธอคนนั้นก็มักจะชนะเธอเสมอ มันทำให้เธออิจฉาและไม่ชอบฝ่ายนั้นไปเลย

       เธอกับร่างสูงที่กอดกันอยู่ตอนนี้เคยมีวันไนต์สแตนด์กันตอนเธอไปนั่งดื่มกับเพื่อนที่ร้านเหล้าใกล้มหาวิทยาลัยตอนปีหนึ่งเทอมสอง และนั่นเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองคนมีอะไรกัน หลังจากนั้นจู่ๆ อีกฝ่ายก็ขอห่างเพราะกำลังตามจีบหญิงสาวอีกคนด้วยความจริงจัง เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเธอก็ไม่ได้มีความรู้สึกลึกซึ้งอะไรกับอีกฝ่ายอยู่แล้ว แต่พอมารู้ทีหลังว่าคนที่เขากำลังตามจีบอยู่คือใครเธอก็รู้สึกยอมแพ้ไม่ได้ ยิ่งได้ยินมารู้ว่าทั้งสองคนรู้จักกันมาก่อนและร่างสูงก็ตามจีบมานานแล้ว เธอก็ยิ่งรู้สึกอิจฉาและไม่ชอบใจจึงกลับไปมีความสัมพันธ์ลับๆ กับอีกฝ่ายอีกครั้ง กระทั่งวันก่อนไม่คิดว่าโชคชะตาจะเป็นใจให้เพื่อนๆ ของเธอคนนั้นเห็นว่าเธออยู่ที่คอนโดกับร่างสูง มันทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของเธอ ตอนนี้ทั้งสองคนเลิกกันแล้ว มันสะใจและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป