บทที่ 3 สบตาแบบไม่ตั้งใจ

สบตาแบบไม่ตั้งใจ

ตอนนี้ทั้งสี่คนได้ออกจากคอนโดของเฟรมและตรงไปยังคอนโดของตั้มแทนเพราะห้องของอีกฝ่ายมีขนาดใหญ่ที่สุดและยังมีเครื่องดื่มมากมายที่เจ้าตัวมักซื้อมาดื่มกับหนุ่มๆ ที่เจ้าตัวหลอกล่อมานอนด้วย และตอนนี้คนที่พึ่งบอกเลิกแฟนมาหมาดๆ ก็กำลังยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกดื่มอย่างระบายอารมณ์

ปึก!

“แม่ง กูเสียดายเวลาจริงๆ นะ แทนที่กูจะได้เอาเวลาหกเดือนนั้นไปหาผัวดีๆ ผัวที่ประเสริฐกว่าไอ้เฟรม” ร่างบางวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะเสียงดังอย่างกรุ่นโกรธจนเจ้าของห้องต้องรีบไปหาผ้ามารองเพราะกลัวว่ากระจกจะแตก โต๊ะตัวนี้เขาซื้อมาแพงมากนะ จะมาแตกเพราะฝีมือชะนีที่กำลังโกรธแฟนเก่าไม่ได้

“เออ มันก็น่าเสียดายเวลาอยู่หรอก ตั้งหกเดือนเลยนะ แม่ง! มันทำกับมึงแบบนี้ได้ไงวะ” น้ำหวานชักสีหน้าออกมาอย่างไม่พอใจเช่นกัน เพราะยิ่งไปเห็นเหตุการณ์คาตาแบบนั้น เธอยิ่งรู้สึกเจ็บใจแทนเพื่อน แต่ก็โชคดีของเพื่อนเธอแล้วล่ะที่เลิกกับคนเห็นแก่ตัวแบบนั้นได้

“มันเลวไง ไอ้ชาติหมาเอ๊ย!” เสียดายเวลาจริงๆ ความรู้สึกที่มีต่ออีกฝ่ายก็เสียไปหมด แม้แต่คำว่าเพื่อนเธอก็ไม่อยากมอบให้มัน

“ว่าก็ว่าเถอะ ก่อนกูออกมา กูเห็นอีฝ้ายมันยิ้มเยาะมึงด้วยนะ กูว่าอีนี่มันวอน มันจงใจทำมึงกับไอ้เฟรมเลิกกันชัวร์ ใครๆ ก็รู้ว่านอกจากมันจะเปลี่ยนผู้ชายเป็นว่าเล่นแล้ว มันยังขี้อิจฉาคนอื่นไปทั่วด้วย มันอิจฉามึงแน่ๆ อีเบลล์เพราะมึงมันสวยและฮ็อตกว่ามัน” นุ่นออกความเห็น อันที่จริงพวกเธอก็ไม่ค่อยอะไรกับใครอยู่แล้ว เว้นแต่ว่ามันมีคนอยากลองของเพราะถ้ามีคนมาหาเรื่องพวกเธอก่อน บอกเลยว่ามันไม่จบง่ายๆ แน่ ไม่รู้จักตัวตึงของคณะมนุษยศาสตร์ซะแล้ว

“กูไม่ได้รู้จักมันเป็นการส่วนตัวและยังไม่เคยมีปัญหาอะไรกับมันด้วย มันจะมาอิจฉาและทำร้ายกูเพื่อ?” เบลล์ขมวดคิ้วเพราะที่ผ่านมาเธอไม่ค่อยได้พูดคุยกับอีกฝ่ายด้วยซ้ำ แต่เรื่องที่เพื่อนเธอพูดก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้เพราะตอนที่เธอจะออกมา เธอเห็นแววตากับรอยยิ้มเยาะนั้นเหมือนกัน แต่มันก็แค่แวบเดียว ยังตัดสินไม่ได้ว่าอีกฝ่ายจงใจทำลายความสัมพันธ์ของเธอกับแฟนหนุ่มจริงๆ หรือเปล่า แต่ก็นั่นแหละยังไงพวกมันก็เลวอยู่ดี

“หึ มึงไม่เข้าใจพวกขี้อิจฉาหรือไง แม่งใครสวยกว่า คนชอบเยอะกว่า หรือได้ดีกว่า มันก็อิจฉาไปหมดแหละ จากสายตาอันหลักแหลมของกูแล้ว กูว่ามันจงใจ อีนี่มันตอแหลชัวร์” นุ่นยังคงยืนยันคำเดิม บอกเลยเรื่องการดูคนเธอดูแม่นยิ่งกว่าหมอดูที่อีตั้มชอบไปดูอีก ความตอแหลแผ่ซ่านออกมาขนาดนั้น มองไกลๆ ยังดูออกเลย

“ช่างแม่งเถอะ ตอนนี้กูไม่อยากไปยุ่งกับพวกมันแล้ว ปล่อยพวกมันเสวยสุขกันไปเถอะ แต่ถ้าหลังจากนี้มันมาวุ่นวายกับกูอีก กูไม่ยอมง่ายๆ แน่” คนอย่างเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมให้คนอื่นรังแกหรอกนะ ใครดีมาก็ดีกลับ ใครร้ายมาก็ร้ายกลับ ไม่มีอะไรซับซ้อนทั้งนั้นแหละ

“เออๆ งั้นก็ยิ้มหน่อย อย่าทำหน้าบึ้งเดี๋ยวไม่สวย หาผัวใหม่ไม่ได้ไม่รู้ด้วยนะ” น้ำหวานเข้าไปกอดคอและขยับโยกเบาๆ อย่างปลอบโยน ทุกคนรู้ดีว่าถึงแม้อีกฝ่ายจะทำตัวเข้มแข็งและไม่มีน้ำตาสักหยดให้คนเลวๆ พวกนั้น แต่ในใจลึกๆ ก็คงเจ็บและเสียใจไม่น้อย ไม่ว่าใครถูกหักหลังจากคนที่เราไว้ใจก็ย่อมเสียใจทั้งนั้นแหละ

“หึ หาไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เอาอีตั้มมาเป็นผัวก็ได้ หล่องานดีขนาดนี้ กูจะจับทำผัวแม่งเลย” พูดจบก็พุ่งตัวเข้าไปกอดเพื่อนตัวสูงอย่างออดอ้อน ตั้มที่เห็นแบบนั้นก็กลอกตามองบนแต่ก็ไม่ได้ผลักไสออกไป วันนี้เขาจะยอมให้มันซบอกแน่นๆ ของเขาก็แล้วกัน

“พูดห่าไรของมึงเนี่ย ขนตูดกูลุกหมดแล้วค่ะ อีกอย่างอย่าเรียกกูตั้มได้มั้ย มันแสลงหู” พูดจบก็ทำหน้างอง้ำใส่เพื่อนแต่ฝ่ามือกลับยกขึ้นยีหัวเพื่อนตัวเล็กอย่างมันเขี้ยว เขารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเสียใจและต้องการที่พึ่ง บางครั้งคนที่เข้มแข็งที่สุดพอเสียใจแล้ว อาจเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดก็ได้

“งื้ออ เบลล์รักเพื่อนตูนมากๆ เลยค่ะ ขอกอดหน่อยนะ ตอนนี้ไม่มีผู้ชายให้กอดแล้ว” เธอกอดเพื่อนแน่นขึ้นพร้อมกับซุกหน้าออดอ้อนไม่หยุด ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเห็นเธอทำตัวออดอ้อนคนอื่นแบบนี้ แม้แต่แฟนเก่าของเธออย่างเฟรมก็ไม่เคยเห็น พอมาคิดดูแล้วเลิกกันไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกันเพราะเธอเองก็ไม่ได้เป็นแฟนที่ดีนัก ไม่เคยทำตัวน่ารักหรือใส่ใจอีกฝ่ายเท่าที่ควร ผู้ชายก็คงอยากได้ผู้หญิงนุ่มนิ่มน่ารักและดูแลเอาใจใส่ทั้งนั้นแหละ

พรึบ!

“พวกกูขอกอดด้วย ไม่มีผัวเหมือนกัน” จากนั้นทั้งสามสาวก็รุมกอดเพื่อนตัวสูงที่เป็นผู้ชายเพียงคนเดียวในกลุ่มจนแทบหายใจไม่ออก แม้ว่าจะหมั่นไส้ชะนีพวกนี้มากแค่ไหน แต่ในใจนั้นกลับรักเพื่อนสาวทุกคนเป็นอย่างมาก ไหนๆ พวกมันก็ไม่มีผัวเพราะงั้นเขาจะใจดีให้พวกมันกอดหนึ่งวันก็แล้วกัน…

สองสัปดาห์ต่อมา

หลังจากวันนั้นเธอก็ไม่ได้เจอแฟนเก่าของเธออีกเลย เหมือนอีกฝ่ายจะพยายามหลบหน้าเธอด้วย ไม่รู้ว่าละอายใจหรือกลัวว่าเธอจะเห็นว่ามันควงเพื่อนร่วมคณะเธอคนนั้นแบบเปิดเผยขึ้น เรื่องเธอกับฝ่ายนั้นเลิกกันเป็นกระแสอยู่พักใหญ่เพราะเธอเองก็ฮ็อตพอตัว ยิ่งกลับมาโสดก็ยิ่งฮ็อต มีคนพยายามเข้ามาจีบหลายคนแต่เธอก็ยังไม่สนใจใครเพราะยอมรับว่ายังเข็ดกับการถูกหักหลังอยู่เลย แต่คิดว่าไม่นานก็น่าจะกลับมาสวยสะบัดเหมือนเดิม

“คืนนี้เอาไง เจอกันกี่โมง พรุ่งนี้ไม่มีสอบด้วย แดกกันให้เมาหัวทิ่มไปเลย” น้ำหวานถามขึ้นด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นเพราะคืนนี้มีคอนเสิร์ตของวง Begin ที่ผับใกล้มหาวิทยาลัยและพวกเธอก็ได้จองโต๊ะหน้าเวทีกันเรียบร้อยแล้ว ส่วนตอนนี้พวกเธอสอบกันเสร็จแล้วจึงมานั่งกินผลไม้กับขนมที่โต๊ะม้าหินอ่อนใกล้ๆ กับตึกที่พึ่งสอบไป ช่วงนี้เป็นช่วงสอบของมหาวิทยาลัยทำให้นักศึกษาเยอะกว่าปกติ จนแทบหาที่นั่งกันไม่ได้

“หนึ่งทุ่มมั้ย กูขอเวลาแต่งตัวหน่อย” เบลล์เสนอเพราะตอนนี้บ่ายสองแล้ว เธอว่าจะกลับไปนอนสักตื่นและลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวใหม่อีกที

“โอ้ยย มึงไม่แต่งก็สวยกว่าพวกกูสองคนรวมกันแล้วมั้ย ถ้ามึงแต่งแบบจัดเต็ม กูกับอีนุ่นไม่ได้เกิดแน่ๆ คืนนี้อะ” คืนนี้ต้องได้ผู้ชายสักคนสองคนสิถึงจะคุ้มกับค่าโต๊ะที่จ่ายไป อยู่ด้านหน้าเวทีขนาดนั้น รับรองว่าโดดเด่นชัวร์

“หึ มึงก็พูดเวอร์ไป มึงกับอีนุ่นก็สวยแถมผิวยังสวยกว่ากูอีก” นุ่นเป็นสาวผิวสีน้ำผึ้งที่เธอเห็นแล้วชอบมากเพราะอีกฝ่ายผิวเนียนสวยและยังเซ็กซี่แบบไม่ต้องพยายามอีกต่างหาก ส่วนเธอผิวขาวแบบขาวมากจนอาจจะดูซีดไปหน่อยอาจเพราะเธอเป็นคนภาคเหนือด้วย

“คิกๆ คืนนี้กูจะใส่ชุดเปิดหลังเลยจ้า โชว์แผ่นหลังเก๋ๆ” นุ่นหัวเราะคิกคักและเปิดรูปชุดให้เพื่อนดูไปด้วย ส่วนน้ำหวานกับเพื่อนตัวสูงอีกคนนั้นกำลังมองไปยังกลุ่มรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งด้วยสายตาวาววับอย่างไม่นึกสนใจในสิ่งที่เธอกับนุ่นกำลังพูดคุยกัน ก่อนหน้ายังสนใจกันอยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้หูตาพวกมันถึงได้ไปจดจ่ออยู่กับรุ่นพี่กลุ่มนั้นได้

“แม่ง กลุ่มพี่โฟล์คน่ากินกันทุกคนเลยว่ะ มึงว่ามั้ยอีตั้ม เอ้ยอีตูน” น้ำหวานยิ้มแห้งเมื่อได้รับสายตาเชือดเฉือนจากเพื่อนเมื่อเผลอเรียกชื่อเล่นอีกฝ่ายผิด ก่อนจะหันไปใช้สายตาแพรวพราวมองไปยังรุ่นพี่กลุ่มนั้นอีกครั้งอย่างไม่วางตา ฮ็อตกันทั้งกลุ่มขนาดนี้ไม่มีใครไม่รู้จักหนุ่มรุ่นพี่วิศวะฯ กลุ่มนี้หรอก แถมพี่ซันและพี่โฟล์คยังเป็นเจ้าของผับที่พวกเธอจะไปดื่มกันคืนนี้ด้วย แต่ว่าก็ว่าเถอะแค่พวกพี่เขาเดินผ่านก็ทำเอาสาวๆ ใจละลายแล้ว

“เออ ทั้งขาวทั้งใหญ่ อู้ยย ดูแซ่บเนอะ” ตั้มเองก็มองตาเยิ้มพร้อมกับจินตนาการไปถึงไหนต่อไหนแล้ว เห็นผู้ชายหล่อๆ มันฟินจริงๆ นะ

“หมายถึงอะไรใหญ่?” น้ำหวานหันมาหรี่ตาถามแต่มุมปากกลับยักโค้งขึ้นอย่างรู้ทันเพื่อน เรื่องจัญไรยกให้พวกเธอเถอะ

“แขนค่ะแขน แขนล่ำมาก ตัวก็สูง ขาก็ยาว ยิ่งพี่โฟล์คคือสเป็กกูเลยค่ะ น่ากินที่สุด” พูดจบก็แลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างหมายมั่น จนเพื่อนๆ หลุดขำกับท่าทีดี๊ด๊าที่เจ้าตัวเก็บอาการไม่อยู่

“แต่สเป็กกูคือพี่ซันเลยย เสียดายพี่เขามีแฟนแล้ว” น้ำหวานพึมพำเบาๆ และยังมองไปยังรุ่นพี่กลุ่มนั้นด้วยแววตาพึงพอใจ ยิ่งทั้งหมดเดินใกล้เข้ามา เธอก็ยิ่งตื่นเต้นเพราะไม่ใช่แค่พี่ซันที่หล่อ แต่แม่งหล่อกันทั้งกลุ่ม

“แฟนพี่เขาน่ารักด้วยนะมึง กูได้ยินว่าพี่ซันคลั่งรักแบบสุด แฟนเขาชื่ออะไรนะ มินปะ” นุ่นขยับตัวมานั่งข้างๆ น้ำหวานและมองดูหนุ่มรุ่นพี่ด้วยสายตาชื่นชมเช่นกัน

“อืม ชื่อมินตรา คณะศิลปกรรมศาสตร์” เบลล์ตอบออกมาเพราะเธอเองก็ได้ยินเรื่องรุ่นพี่กลุ่มนี้มาบ้างเหมือนกัน เดินผ่านกันก็บ่อยแต่ตอนนั้นเธอไม่ได้สนใจอะไรเพราะเธอมีแฟนแล้ว

“แม่งแค่ชื่อก็น่ารักแล้ว กูเคยเดินผ่านเธอด้วยนะ ตัวจริงคือสวยมาก ไม่แปลกที่พี่ซันจะคลั่งรักแฟนขนาดนั้น” น้ำหวานพูดออกมาด้วยความชื่นชมจากใจจริงเพราะฝ่ายนั้นดูน่ารักและดูนิสัยดีมากด้วย คนถึงได้พูดกันทั้งมหาวิทยาลัยว่าทั้งสองคนเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมาก

“มึงๆ พวกพี่เขาเดินใกล้เข้ามาแล้ว กรี๊ดด มองใกล้ๆ โคตรหล่อเลยอะ” น้ำหวานกรี๊ดกร๊าดออกมาก่อนจะยิ้มเขินจนแทบลงไปกลิ้งอยู่ที่พื้น

“กูจะเป็นลมแล้วจับกูที เมื่อกี้พี่โฟล์คยิ้มด้วยอะ เขายิ้มให้กู มึงเห็นมั้ย” ตั้มยกมือจับแก้มตัวเองและยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น ถ้าจะหล่อกันขนาดนี้มาให้เธอจับหอมแก้มสักคนสองคนเถอะนะ

“โนจ้ะ เขายิ้มให้กูค่ะ ตาจ้องตากันเลยเมื่อกี้” นุ่นว่าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้เพื่อนๆ ทั้งสอง ทำให้น้ำหวานกับตั้มกลอกตาใส่อย่างหมั่นไส้ แต่สุดท้ายก็หันหน้ามาหวีดกันต่อจนกระทั่งพวกพี่ๆ กลุ่มนั้นได้เดินห่างออกไป

“พวกมึงดูหิวนะ กินขนมกันก่อนมะ” เบลล์ส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมๆ แต่ก็อดขำไม่ได้เพราะเพื่อนเธอดูคลั่งหนุ่มรุ่นพี่กลุ่มนี้กันมาก เมื่อสักครู่เธอเองก็เผลอสบตากับรุ่นพี่ที่ชื่อโฟล์คเหมือนกัน เธอเห็นว่าเขาชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะส่งยิ้มมาให้แต่เธอเพียงมองอีกฝ่ายนิ่งๆ เท่านั้น ไม่ได้สนใจจะยิ้มตอบแต่อย่างใดเพราะคิดว่าเขาน่าจะยิ้มให้ทุกคนที่เขาเดินผ่านนั่นแหละ เธอไม่ค่อยชอบความสุภาพและใจดีแบบนี้ของเขาเท่าไร มันดูใจดีกับทุกคนจนเกินไป เห็นแล้วมันหงุดหงิด

ด้านโฟล์คหลังจากเขาเดินผ่านน้องๆ กลุ่มนั้นมาแล้ว ก็ต้องหันกลับไปมองยังคนตัวเล็กอีกคนที่ไม่ยอมแม้แต่จะยิ้มตอบเขา เธอดูสะดุดตาเขาที่สุด อาจเพราะแววตานิ่งๆ และสีหน้าไม่สบอารมณ์ของเธอละมั้งที่ทำให้เขามองเห็นเธอชัดเจนที่สุด คนอะไรทำหน้าบึ้งตึงใส่คนอื่นแต่กลับกลบความน่ารักตัวเองไม่มิด ร่างสูงยกยิ้มมุมปากก่อนจะหันกลับไปคุยกับเพื่อนๆ ต่อเพราะพวกเขากำลังจะแยกย้ายกันกลับคอนโดเพื่อไปพักผ่อน ตอนเย็นพวกเขามีนัดกันที่ผับของเขาต่อ หวังว่ารุ่นน้องคนนั้นจะมาดูคอนเสิร์ตเหมือนกันนะเพราะเขาอยากเจอเธออีกสักครั้ง…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป