บทที่ 4 ทำเรื่องแก้เบื่อ

ทำเรื่องแก้เบื่อ

ผับใกล้มหาวิทยาลัย

ตอนนี้สามสาวสวยกับอีกหนึ่งหนุ่มที่กรีดตามาซะสวยเฉี่ยวกว่าพวกเธอที่เป็นผู้หญิงแท้ๆ ได้เดินทางมาถึงผับที่วง Begin จะขึ้นแสดงเรียบร้อยแล้ว น้ำหวานที่เห็นคนข้างๆ กำลังตบแป้งเบาๆ ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ ยิ่งเรื่องของความหูตาแพรวพราวต้องยกให้คุณการ์ตูนเขาเลยล่ะ เธอขอยอมแพ้!

“อีตูน มึงแต่งตัวจัดเต็มไปปะ กลบความสวยพวกกูหมด” น้ำหวานอดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่เมื่อเห็นชุดโชว์แผ่นหลังของเพื่อนที่ใส่มาประชันกับนุ่นที่เลือกใส่ชุดเปิดหลังมาเหมือนกัน ร่างสูงเพรียวอยู่ในชุดเว้าหลังสะดุดตากว่าพวกเธอทั้งสามคนจริงๆ นะ วันนี้พวกเธอนัดกันมาในธีมสีดำ ทำให้ชุดเดรสที่พวกเธอใส่กันอยู่ตอนนี้จึงเป็นสีดำกันทั้งกลุ่ม น้ำหวานกับเบลล์ใส่เดรสสายเดี่ยวสีดำคล้ายๆ กันไม่ได้เน้นโชว์รูปร่างอะไรมากมายแต่พอใส่ออกมาแล้วกลับดูเซ็กซี่และน่ามองเป็นที่สุด ส่วนนุ่นเป็นชุดเกาะอกแต่มีสายเดี่ยวเล็กๆ คล้องคอ โชว์แผ่นหลังผิวสีน้ำผึ้งของตัวเอง ดูเซ็กซี่และเย้ายวนใจมากเหมือนกัน

ส่วนตัวแม่ตัวมัมของกลุ่มวันนี้ก็คือคุณการ์ตูนใส่เสื้อคอกลมซีทรูสีดำที่ดูจะธรรมดาแต่เปล่าเลย มันเรียบร้อยแค่ข้างหน้าส่วนด้านหลังคือโชว์แผ่นหลังขาวๆ แน่นๆ ของตัวเองส่วนกางเกงก็เป็นกางเกงขายาวสีดำแบบรัดรูปสุดๆ เห็นแล้วอยากจะตีก้นเด้งๆ ของมันจริงๆ

“บอกแล้วว่าวันนี้พวกมึงไม่ได้เกิดหรอก วันนี้มันวันของการ์ตูนค่ะ”

พูดจบก็หมุนตัวโชว์หนึ่งทีพร้อมกับเท้าเอวสวยๆ มองจิกเพื่อนสาวทั้งสามคน

สามสาวกลอกตามองบนพร้อมกันอย่างหมั่นไส้

“กูยอมมึงแล้วจ้าา แต่งตัวมาฆ่าพวกกูขนาดนี้ ก็ต้องยอมแล้วมั้ย!” นุ่นว่าขึ้นก่อนจะหันไปทางเข้าผับอีกครั้งเพราะตอนนี้คนเริ่มทยอยกันมาเยอะแล้ว คงเพราะอีกไม่นานคอนเสิร์ตก็จะเริ่มแล้ว โชคดีที่พวกเธอมาก่อนเวลาขึ้นโชว์จะได้มีเวลาสั่งอาหารเครื่องดื่มมากินกันก่อน กลุ่มพวกเธอเป็นประเภทต้องกินข้าวกันก่อนจะเมา

“หึ ไปกันเถอะ เข้าข้างในดีกว่า เดี๋ยวพอคนเยอะแล้วต้องเบียดเข้าไปอีก” เบลล์ยกยิ้มก่อนจะเดินไปควงแขนเพื่อนๆ เข้าไปด้านใน แต่ในขณะที่กำลังมุ่งหน้าไปทางเข้าผับนั้นน้ำหวานก็ได้สะกิดเรียกซะก่อน

“อีเบลล์ เดี๋ยว!”

“มีอะไร” เบลล์หันหน้ามาถามก่อนจะมองตามสายตาของเพื่อนที่ตอนนี้กำลังจับจ้องไปยังใครอีกคนที่กำลังจะเข้าไปข้างในผับเหมือนกัน

“นั่นอีปุยฝ้ายมันมากับใครวะ เหมือนไม่ใช่ไอ้เฟรมเลย” นุ่นเองก็มองตามสายตาเพื่อนทั้งสองก่อนจะพูดออกมาด้วยความสงสัย วันนี้ดูเหมือนว่าฝ่ายนั้นจะมาเที่ยวกับผู้ชายอีกคนที่ไม่ใช่อดีตแฟนของเพื่อนเธอ

“สงสัยเลิกกันแล้วมั้ง ว่าแต่มึงโอเคปะ” น้ำหวานละสายตาจากฝ่ายนั้นหันมามองเพื่อนอย่างห่วงใย สองอาทิตย์ที่ผ่านมาเพื่อนรักไม่ได้พูดถึงอดีตแฟนอีกเลย แต่เธอรู้ว่าเจ้าตัวก็คงแอบเสียใจอยู่เงียบๆ คนเดียวนั่นแหละ อีกอย่างแผลยังสดใหม่มันก็ย่อมต้องใช้เวลา ที่ผ่านมาเบลล์ซื่อสัตย์กับแฟนมาโดยตลอด การถูกคนที่บอกว่ารักเราหักหลังมันก็ต้องเจ็บอยู่แล้ว แต่ดีที่เพื่อนรักเป็นคนที่อยู่กับปัจจุบันและเดินไปข้างหน้าอย่างเดียว ถ้าบอกว่าจบก็คือจบ

“แล้วทำไมกูต้องไม่โอเคด้วย พวกมันสองคนจะคบหรือจะเลิกกันแล้วก็เรื่องของพวกมันเถอะ ไม่เกี่ยวอะไรกับกูทั้งนั้น” เอาจริงๆ ความเสียใจมันก็ยังมีนั่นแหละ แต่ยอมรับว่าความรู้สึกเจ็บใจนั้นมีมากกว่า เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่ที่ถูกพวกมันรวมหัวกันหลอกลวงเธอ ยิ่งเห็นหน้าคนที่แอบแทงข้างหลังเธอมาลอยหน้าลอยตาอยู่ใกล้ๆ เธอก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด

“เออๆ กูก็แค่กลัวว่ามึงจะหมดสนุกที่มาเห็นหน้ามันซะก่อน” น้ำหวานว่าเสียงเบา เธอไม่อยากให้เพื่อนรักหมดสนุกหรือทำหน้าบึ้งตึงอีก อยากให้มันมีแต่รอยยิ้มสดใสเหมือนเดิมเพราะถ้ามันไม่ยิ้มหน้ามันจะเหวี่ยงมากกลัวว่าคนอื่นจะคิดว่ามันหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา ผู้ชายที่ไหนเห็นก็คงไม่กล้าเข้ามาคุยหรอก

“อืม ช่างมันเถอะ เข้าข้างในกันดีกว่า จะได้ไปสนุกกันให้ลืมเรื่องน่ารำคาญพวกนี้” เบลล์ว่าอย่างไม่ใส่ใจทำให้เพื่อนๆ พยักหน้าและเดินควงแขนกันเข้าไปในผับด้วยรอยยิ้มตื่นเต้นอีกครั้ง

ไม่นานทั้งหมดก็มาถึงโต๊ะที่จองไว้ เป็นโต๊ะหน้าเวทีที่เห็นบรรยากาศรอบๆ ผับชัดเจนมาก ที่สำคัญยังได้เห็นพี่ๆ วง Begin ใกล้ๆ อีกด้วย ทั้งสี่คนตื่นเต้นมากเพราะนานๆ ครั้งจะได้มาดูคอนเสิร์ตแบบจัดเต็มแบบนี้ที่ผับ คงต้องขอบคุณเจ้าของผับที่ยอมทุ่มทุนจ้างวงนี้มาเล่นคอนเสิร์ตที่นี่

“กูสั่งเหล้าไปสามกลมนะ พวกมึงเอาไรอีกมั้ย” ตั้มถามเพื่อนสาวทั้งสามคนอย่างเอือมๆ เพราะตอนนี้พวกมันกำลังดี๊ด๊ามองผู้ชายอย่างออกหน้าออกตา ไม่สนใจเขาที่กำลังสั่งของมาให้พวกมันกินเลย ทำไมหน้าที่สั่งอาหารกับเครื่องดื่มมันต้องเป็นเขาทุกทีเลยวะ

“เอาๆ ขอของกินเล่นสักสองสามอย่าง จะได้เคี้ยวเพลินๆ” เป็นนุ่นหันมาตอบก่อนจะหันไปหัวเราะคิกคักกับเพื่อนอีกสองคนต่อ เสียงเพลงที่ทางผับเปิดระหว่างรอคอนเสิร์ตเริ่ม ทำให้คนที่มาเที่ยวเริ่มผ่อนคลายและสนุกสนานกัน บางโต๊ะก็เริ่มดื่มกันตั้งแต่เข้ามาเลยทีเดียว ผับที่นี่ค่อนข้างใหญ่เลยทำให้ไม่ค่อยอึดอัดแม้ว่าคนจะเยอะมาก แต่จุดเด่นจริงๆ คือการบริการและเรื่องของความปลอดภัยมากกว่า

ตั้มหันไปสั่งของกินเพิ่มให้สามสาวกับพนักงานที่ยืนรอรับออร์เดอร์อยู่ กระทั่งสั่งทุกอย่างที่ต้องการเรียบร้อยก็หันไปใช้สายตามองหนุ่มๆ โต๊ะข้างๆ บ้าง วันนี้ทำไมมีแต่คนหล่อๆ และน่ากินขนาดนี้เนี่ย เห็นแล้วมันน่าหิ้วกลับไปกินต่อที่ห้องจริงๆ ร่างสูงส่งยิ้มตอบคนที่ยิ้มทักทายมา ก่อนสายตาจะไปสะดุดกับโต๊ะข้างๆ ที่อยู่ไม่ไกลกันนัก เขาขมวดคิ้วแต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรออกมาเสียงของนุ่นก็แทรกขึ้นซะก่อน

“แม่งเจออีฝ้ายอีกละ ทำไมมันต้องมาจองโต๊ะใกล้ๆ พวกเราด้วยวะ เห็นหน้ามันแล้วกูหมดอารมณ์จะสนุกจริงๆ” นุ่นชักสีหน้าออกมาโดยที่เบลล์ยังคงทำสีหน้าเรียบเฉย ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงเธอกำลังรู้สึกหงุดหงิดมากเหมือนกัน ถ้าเธอไม่ได้คิดไปเองเธอรู้สึกว่าฝ่ายนั้นกำลังเล่นสงครามประสาทเล็กๆ กับเธอ ทุกอย่างมันดูบังเอิญไปหมด เหมือนอีกฝ่ายตั้งใจมาทำให้เธอหงุดหงิดเล่นๆ

อีกทั้งสายตากับรอยยิ้มมุมปากที่อีกฝ่ายส่งมามันเหมือนกำลังเยาะเย้ยเธออย่างไรอย่างนั้น ไม่เหมือนกับท่าทีนุ่มนิ่มและทำตัวน่าสงสารเวลาอยู่ต่อหน้าอดีตแฟนของเธอเลยสักนิด มันทำให้เธอนึกถึงคำพูดของนุ่นในวันนั้นที่บอกว่าอีกฝ่ายจงใจทำลายความสัมพันธ์ของเธอกับแฟนหนุ่มเพราะฝ่ายนั้นอิจฉาเธอ แต่ประเด็นคือทำไมต้องมาอิจฉาเธอด้วย เธอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายคับแค้นใจงั้นเหรอ ถึงได้ทำตัวเป็นโรคจิตระรานเธอไม่จบไม่สิ้น

“อีเบลล์ กูว่าอีฝ้ายมันวอนจริงๆ นะ ดูมันมองมาที่พวกเราดิ ไม่เหมือนตอนอยู่ต่อหน้าผู้ชายเลยสักนิด อีนี่มันแอ๊บใสอย่างที่กูคิดไว้จริงๆ” นุ่นมองจิกคืนอย่างไม่ยอมเพราะเธอก็เป็นคนที่ใจร้อนและหัวร้อนง่ายไม่ต่างจากเบลล์เลย แต่ที่เห็นว่าเพื่อนรักยังคงนิ่งสงบได้แบบนี้เพราะฝ่ายนั้นยังไม่ถึงขั้นทำให้มันระเบิดลงได้ ก็หวังว่าอีฝ้ายมันจะแค่มองมาอย่างกวนๆ พอนะ เพราะถ้ามันทำมากกว่านั้นไม่รับรองว่าจะถูกเพื่อนเธอตบหน้าหันหรือเปล่า

“ช่างมัน มันก็ทำได้แค่กวนประสาท อย่าไปสนใจมัน แดกเหล้ากันดีกว่า เครื่องดื่มมาครบแล้ว” เบลล์ผละสายตาจากฝ่ายนั้นและกลับมาสนุกสนานกับเพื่อนต่อ ในใจก็อดคิดถึงแฟนเก่าไม่ได้ ไม่รู้ว่าทางนั้นจะรู้มั้ยว่าผู้หญิงที่ตัวเองเลือกจนยอมตัดขาดจากเธอนั้นไม่ได้ใสอย่างที่คิด แถมวันนี้มันยังมากับผู้ชายคนใหม่ด้วย แต่จากที่เธอเห็นผู้ชายคนนั้นก็คงไม่ได้จริงจังกับมันเท่าไรเพราะสายตาของอีกฝ่ายดันมองมาที่เธอไม่หยุด ส่งสายตาแบบสนใจอย่างเปิดเผยอีกต่างหาก แต่ให้ตายเถอะ! ผู้ชายแบบนั้นเธอโคตรเกลียดเลยจริงๆ

“มาๆ ชนแก้ว” น้ำหวานดึงทุกคนกลับมาสนุกสนานและขยับโยกไปตามเสียงเพลง EDM จากดีเจที่เปิดระหว่างรอคอนเสิร์ตเริ่ม นุ่นจึงยกแก้วไปชนและตามด้วยตั้มกับเบลล์ที่ถือแก้วรออยู่แล้ว ทั้งสี่คนเริ่มดื่มกันทันทีหลังจากกินอะไรรองท้องกันเรียบร้อย เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะจากทุกมุมในผับเริ่มเปลี่ยนเป็นบรรยากาศสนุกสนานมากขึ้นทำให้พวกเธอเริ่มขยับโยกร่างกายไปตามเสียงเพลงอย่างสนุกสนานเช่นกัน

ความสวยของทั้งสามสาวเรียกได้ว่าโดดเด่นและดึงดูดสายตาจากหนุ่มๆ ได้ไม่ยาก หลายคนชูแก้วทักทายและมีอีกหลายคนกล้าพอที่จะเดินเข้ามาขอชนแก้วกับพวกเธอซึ่งพวกเธอก็เพียงชนตอบไปตามมารยาทเท่านั้น บอกแล้วว่าเรื่องอ่อยเหยื่อเนี่ยพวกเธอก็ไม่ได้เป็นสองรองใครเหมือนกัน

กระทั่งสายตาของน้ำหวานหันไปเจอกับกลุ่มของรุ่นพี่วิศวะฯ สุดฮ็อตที่วันนี้มากันหลายคนเลยทีเดียว อีกทั้งในกลุ่มนั้นยังมีผู้หญิงอีกสองสาวคนที่พวกเธอพอจะคุ้นหน้าอยู่บ้างและหนึ่งในนั้นก็คือมินตราแฟนสาวของพี่ซันเดย์ น้ำหวานยกยิ้มมุมปากทันทีเมื่อคิดอะไรสนุกๆ ขึ้นมาได้ พอเหล้าเข้าปากความคิดแผลงๆ ของเธอก็ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“กูมีอะไรสนุกๆ มานำเสนอ อีเบลล์จะได้เลิกทำหน้าบูดเป็นตูดสักที” เธอว่าขึ้นยิ้มๆ และหรี่ตาลงอย่างไม่น่าไว้ใจ ทุกคนมองไปที่น้ำหวานเป็นตาเดียวโดยเฉพาะเบลล์ที่กลอกตาใส่อย่างเอือมๆ

“กูไม่ได้หน้าบูดสักหน่อย หน้ากูมันก็เป็นแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้วปะ” หน้าเธอถ้าไม่ยิ้มก็เหมือนคนหงุดหงิดแบบนี้แหละ ตาเธอก็เฉี่ยวจนมันดูเหมือนเหวี่ยงไปโดยปริยายแต่ใบหน้าเธอกลับจิ้มลิ้มน่ารักไม่เหมาะกับท่าทีแข็งกระด้างเท่าไร

“คิกๆ กูก็แค่แซวเล่น ไม่อยากให้มึงเครียดไง ถ้าเรื่องอีฝ้ายทำมึงหงุดหงิด งั้นกูจะทำให้มึงหายหงุดหงิดเอง” น้ำหวานยังคงยิ้มอย่างพึงพอใจกับเรื่องสนุกๆ ที่คิดขึ้นมาได้

“ยังไง!” ไม่ใช่แค่เสียงเบลล์ที่ถามออกไป แต่รวมถึงเสียงของนุ่นกับตั้มด้วยเพราะทุกคนอยากรู้ว่าเรื่องสนุกที่ว่าคืออะไร กลุ่มพวกเธอก็แบบนี้แหละชอบสรรหาเรื่องมาเล่นกันหรือไม่ก็หาอะไรมาพนันกันสนุกๆ เพื่อเอาเงินคนแพ้ไปช็อปปิงต่อ

“กูขอท้าอีเบลล์ ให้มันไปขอเบอร์เจ้าของผับมาให้ได้ ถ้ามันทำได้กูให้สองหมื่น ถ้ามึงทำไม่ได้มึงต้องจ่ายกูสองหมื่นเหมือนกัน ส่วนมึงสองคนจะลงข้างใครก็เลือกมา ช่วยกันคนละหมื่นพอ” น้ำหวานหันไปมองเพื่อนอีกสองคนที่กำลังครุ่นคิดอยู่ เรื่องเงินสำหรับพวกเธอไม่ใช่ปัญหาหรอกเพราะที่บ้านก็มีฐานะกันทุกคน แต่อยู่ที่ว่ามันสองคนจะเลือกข้างใครเท่านั้น

  “มึงจะให้กูไปขอเบอร์คนที่มีแฟนแล้วเนี่ยนะ มึงแหกตาดูด้วยว่ารุ่นพี่คนนั้นรักแฟนเขาขนาดไหน หาเรื่องให้กูเป็นคนบาปหนาดีจริงๆ” เบลล์ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เห็นด้วย เธอชอบเล่นสนุกกับเพื่อนๆ ก็จริง แต่ก็ต้องเป็นการพนันที่สมเหตุสมผลด้วย ไม่ใช่สักแต่จะเล่นไปเรื่อย ยิ่งเรื่องไปยุ่งกับแฟนคนอื่นเธอยิ่งไม่อยากทำเพราะเธอเองก็เคยเจ็บใจกับเรื่องแบบนี้มาแล้ว

“โอ้ยอีนี่ ถึงกูจะไม่ได้นิสัยดีมากมาย แต่เรื่องผิดผัวผิดเมียคนอื่นกูไม่ส่งเสริมมึงหรอกค่ะ และเจ้าของผับที่กูว่าก็คือพี่โฟล์คไม่ใช่พี่ซันโว้ยย มึงลืมไปหรือไงว่าสองคนนั้นเป็นเจ้าของร่วมกัน” น้ำหวานกลอกตาใส่คืนบ้าง คนอุตส่าห์หาอะไรให้ทำแก้เบื่อจะได้เลิกทำหน้าเป็นตูดสักที เธอรู้ว่าเพื่อนรักชอบเล่นอะไรแบบนี้เหมือนกัน อันที่จริงก็ทั้งกลุ่มนั่นแหละ

“ให้กูไปขอเบอร์พี่โฟล์คเนี่ยนะ อีตั้มไม่จิกหัวกูตายเหรอ” เธอรู้ว่าตั้มแอบปลื้มหนุ่มรุ่นพี่คนนั้นอยู่ แม้ว่าจะไม่ได้จริงจังแต่เธอก็ไม่อยากทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาเพื่อน

“มันก็แค่เกมปะ เล่นกันขำๆ ไม่ได้ให้มึงไปจีบพี่เขาจริงๆ สักหน่อย อีกอย่างถ้ามึงขอเบอร์เขาได้ก็เท่ากับสงเคราะห์อีตั้มให้มันได้เบอร์พี่โฟล์คไปด้วย” น้ำหวานยังคงโน้มน้าวให้เพื่อนตอบตกลงเล่นเกมเพราะอีกไม่นานคอนเสิร์ตจะเริ่มแล้ว เดี๋ยวเธอจะอดได้เล่นอะไรสนุกๆ กับเพื่อนๆ

“เยี่ยม มึงฉลาดมากอีหวาน งั้นกูลงข้างมึงเพราะกูอยากได้เบอร์พี่โฟล์ค อีเบลล์ถ้ามึงไม่อยากเสียเงินก็ขอมาให้ได้นะเพื่อน กูยินดีจ่ายให้มึง” ตั้มยิ้มกว้างและมีท่าทีกระตือรือร้นขึ้นมาทันที วันนี้ถ้าเพื่อนรักขอเบอร์หนุ่มรุ่นพี่มาได้ เขาจะเลิกมองหนุ่มๆ ไปหนึ่งวันเลยเอา

“งั้นกูลงข้างอีเบลล์เอง กูว่ามันขอมาไม่ได้เพราะพี่เขาดูใจดีก็จริงแต่ก็มีความเข้าถึงยาก” นุ่นวางเดิมพันข้างเบลล์ซึ่งเบลล์เพียงถอนหายใจเบาๆ เธอมองหน้าเพื่อนๆ ทุกคนอย่างตัดสินใจกระทั่งทนคำรบเร้าของเพื่อนไม่ไหวจึงตอบตกลงเพราะเธอเองก็อยากจะหาอะไรทำแก้เบื่อเหมือนกัน วันนี้เธอทั้งหงุดหงิดและเบื่อหน่ายพอสมควร แม้จะอยู่ในพื้นที่ที่มีแสงสีเสียงของความบันเทิงแต่ในใจก็ยังรู้สึกไม่สนุกเท่าที่ควรเพราะงั้นเล่นเกมกับเพื่อนสักเกมจะเป็นอะไรไป

“มึงเตรียมเสียเงินให้กูได้เลย กูขอมาได้แน่!” เบลล์วางแก้วเหล้าลงและลุกขึ้นยืนอย่างมั่นอกมั่นใจ ยังไงเธอก็ต้องชนะเกมนี้ให้ได้ พวกมันสองตัวได้เสียเงินอย่างแน่นอน

“คิก~ กูรอเสียเงินไม่ไหวแล้วจ้าาา…”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป