บทที่ 5 ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
หลังจากที่เบลล์เดินออกจากโต๊ะไปแล้ว เพื่อนอีกสามคนก็ยกยิ้มอย่างตื่นเต้นเพราะทุกคนต่างก็เฝ้ารอว่าเพื่อนรักจะได้เบอร์หนุ่มรุ่นพี่มามั้ย
“ทำไมมึงถึงเลือกให้อีเบลล์ไปขอเบอร์พี่โฟล์ค ถ้าจะเล่นเกมจริง เป็นอีนุ่นหรือกูก็ได้มั้ย” ตั้มหรี่ตามองเพื่อนอย่างจับผิดเพราะดูเหมือนว่าน้ำหวานจะเจาะจงให้เบลล์เป็นคนเล่นเกมนี้จนเกินไป
“พวกมึงสองคนไปขอ พี่เขาคงให้หรอก แต่อีเบลล์มีโอกาสได้ วันนี้ที่มหา’ลัยมึงไม่เห็นเหรอว่าพี่โฟล์คมองมัน กูว่าพี่เขาก็น่าจะสนใจมันบ้างแหละ อีกอย่างกูก็อยากให้มันมีอะไรสนุกๆ ทำ มันจะได้เลิกทำหน้าเป็นตูดซะที” สิ่งที่น้ำหวานพูดทำให้นุ่นและตั้มคิดตามเพราะสิ่งที่น้ำหวานพูดนั้นมันมีความเป็นไปได้ จริงอยู่ที่พวกเธอกรี๊ดกร๊าดและแกล้งกันไปมาว่าพี่เขามองมาที่ตัวเอง แต่ความเป็นจริงแล้วทุกคนก็เห็นเหมือนกันหมดว่าหนุ่มรุ่นพี่มองไปที่เบลล์จริงๆ
“มึงนี่นะ จะจับคู่ให้มันหรือไง มันยังเข็ดกับการถูกหักหลัง มันคงอยากเริ่มใหม่หรอก” นุ่นส่ายหน้าอย่างไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ในใจก็อยากให้เพื่อนรักได้เริ่มต้นใหม่กับคนที่ดีกว่าคนเดิมเหมือนกัน ยิ่งเป็นหนุ่มรุ่นพี่คนนี้ยิ่งน่าสนับสนุนเพราะพวกเธอได้ยินมาว่าเขายังไม่มีแฟนและยังใจดีมากๆ ด้วย
“มึงพูดเหมือนไม่รู้จักอีเบลล์ คนอย่างมันถ้าบอกจบก็คือจบ อีกอย่างกูดูออกว่ามันไม่ได้รักไอ้เฟรมขนาดนั้น ไม่งั้นมันคงฟูมฟายมากกว่านี้ ที่เป็นอยู่ตอนนี้มันน่าจะเจ็บใจและแค้นใจมากกว่าอีก” จริงอยู่ที่เบลล์คบกับฝ่ายนั้นมานานพอสมควร แต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกกับอีกฝ่ายแบบลึกซึ้งขนาดนั้น แต่จะบอกว่าไม่รักเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ ไม่งั้นมันก็คงไม่ตกลงคบกับอีกฝ่ายหรอก
“เออๆ งั้นมาลุ้นกันว่ามันจะได้มามั้ย แต่ถ้ามันได้มาจริง ยังไงกูก็ต้องขอบันทึกเบอร์พี่โฟล์คไว้เป็นสิริมงคลในเครื่องกูด้วยนะ” แค่มีเบอร์คนที่แอบปลื้มอยู่ในเครื่องมันก็มีความสุขสุดๆ แล้วปะ ตั้มยิ้มอย่างออกหน้าออกตาพร้อมกับทำหน้าฟินสุดๆ เมื่อคิดว่าเพื่อนสาวคนสวยต้องได้เบอร์หนุ่มรุ่นพี่มาแน่ๆ สองสาวส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมๆ กับความเพ้อฝันของเพื่อน
ด้านเบลล์หลังจากที่เธอเห็นว่าหนุ่มรุ่นพี่ที่เป็นเป้าหมายของเธอในคืนนี้ได้ลุกจากที่นั่ง เธอจึงรีบเดินตามหลังเขาออกมาและเห็นว่าเขาเดินเข้าไปในห้องน้ำชายเธอจึงยืนแอบอยู่ตรงมุมเสาเพื่อคิดหาทางเข้าไปขอเบอร์เขาอย่างเนียนๆ แต่พอเขาเดินออกมาจากห้องน้ำเท่านั้นแหละกลับมีสาวสวยสองคนเดินเข้าไปพูดคุยกับเขาและเหมือนจะขอเบอร์เขาด้วย
ร่างบางยืนชั่งใจครู่หนึ่งว่าเธอควรเดินเข้าไปขอเลยหรือว่าเข้าไปพูดคุยกับเขาก่อนดี แต่ในขณะที่กำลังคิดถึงแผนการต่างๆ ของตัวเองอยู่นั้น เธอก็ได้ยินน้ำเสียงทุ้มนุ่มๆ ของเขาปฏิเสธสองสาวนั้นอย่างสุภาพ แต่ถึงแม้เขาจะมีรอยยิ้มให้สองสาวนั้นแต่แววตาเขากลับจริงจังว่าเขาไม่ได้ให้เบอร์โทรใครง่ายๆ ซึ่งมันทำให้เธอคิดหนักเพราะขนาดสองคนนั้นสวยขนาดนั้นเขายังไม่สนใจและยังไม่คิดจะให้เบอร์ง่ายๆ เลย แล้วเธอจะได้เบอร์เขามาง่ายๆ เหรอ เขาน่าจะเป็นคนที่เข้าถึงยากเหมือนที่นุ่นพูดจริงๆ นั่นแหละ แต่เธอก็ไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆ ด้วยสิ ถึงยังไงวันนี้เธอก็จะไม่ยอมเสียเงินเด็ดขาด!
คิดได้ดังนั้นจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขาด้วยความมั่นใจแต่ในขณะที่เธอกำลังจะเดินพ้นมุมเสาที่แอบอยู่ร่างกายก็ปะทะเข้ากับแผงอกแน่นๆ ของใครสักคนอย่างเต็มแรงซะก่อน
พลั่ก!
“อะ..โอ้ยย!” เธอล้มตึงลงไปบนพื้นอย่างแรงเพราะเมื่อสักครู่เธอไม่ทันระวังตัว โชคดีที่ชุดเดรสที่ใส่ไม่ได้สั้นมาก ไม่งั้นมีหวังน้องน้อยเธอออกมาสูดอากาศแน่ๆ และมันคงทำให้เธออายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเลยล่ะ เธอข่มความเจ็บและความอายเอาไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่ชนเธออย่างนึกโมโหแต่แล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจแทนเพราะไม่คิดว่าจะเป็นเขาคนนี้ คนที่กำลังตกอยู่ในเกมการพนันของเธอกับเพื่อนๆ
“ขอโทษครับ เป็นอะไรมากมั้ย เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” โฟล์ครีบยื่นมือออกไปเพื่อจะช่วยพยุงเธอขึ้นมา เขาเองก็ตกใจเหมือนกันที่เห็นว่าคนที่เขาชนเข้าเป็นสาวรุ่นน้องคนนั้น คนที่เขาอยากเจอเธออีกครั้ง เจ้าตัวยังคงมองเขาด้วยสีหน้าเหลอหลาเหมือนกับตกใจไม่หาย เขาจึงนั่งลงตรงหน้าและช่วยพยุงเธอขึ้นมาแทนก่อนจะบอกขอโทษเธออีกครั้งอย่างรู้สึกผิด
“ขอโทษอีกครั้งนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ” สีหน้าและแววตาของเขาทำให้ร่างบางรู้สึกใจเย็นลงและพยายามตั้งสติเพื่อจะได้หาโอกาสขอเบอร์เขาต่อ
“ไม่เป็นไร ปล่อยเถอะ” ร่างบางพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติ เธอขยับตัวออกห่างจากเขาก่อนจะมองสำรวจตัวเองและพบว่าตรงข้อศอกกับมือถลอกเล็กน้อยและนั่นยิ่งทำให้ร่างสูงรู้สึกไม่ดีเพราะกลัวว่าเธอจะเจ็บตัว
“ไปหาหมอมั้ยครับ เดี๋ยวผมพาไป ขอโทษอีกครั้งนะครับ” โฟล์คยังคงมองเธอด้วยสายตาห่วงใยและรู้สึกผิด เธอตัวเล็กกว่าเขามาก ชนกันเต็มแรงขนาดนั้นคงเจ็บไม่น้อยทีเดียว ร่างบางชะงักไปกับน้ำเสียงห่วงใยของเขาและมันทำให้เธอคิดแผนบางอย่างขึ้นมาได้
“ไม่ต้องขอโทษบ่อยขนาดนั้นก็ได้ ไม่ได้เจ็บขนาดนั้น แต่ถ้าอยากจะรับผิดชอบจริงๆ ก็เอาเบอร์โทรมาแล้วกัน เดี๋ยวจะไปหาหมอเองและถ้ามีค่าใช้จ่ายจะโทรไปบอก” โฟล์คมองคนตัวเล็กตรงหน้าและครุ่นคิดเล็กน้อย แต่พอคิดว่าเธอคงไม่สะดวกให้เขาพาไป เขาถึงได้ยอมพยักหน้าและหยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมาเพื่อเตรียมกดบันทึกเบอร์เธอเอาไว้ด้วย
“งั้นเอาเบอร์คุณมาดีกว่า เดี๋ยวผมโทรหาตอนนี้เลยจะได้บันทึกเบอร์กันไว้” เขาเองก็ควรจะรับผิดชอบด้วยการโทรถามอาการเธอด้วยสิถึงจะถูก ตอนนี้เธออาจจะยังไม่เจ็บหรือระบมตรงไหน แต่พรุ่งนี้มันอาจจะส่งผลต่อร่างกายเธอก็เป็นได้เพราะงั้นเขาควรจะติดตามอาการของเธอด้วย จะได้สบายใจทั้งสองฝ่ายและถ้ามีค่าใช้จ่ายในการหาหมอ เขาก็ยินดีจะจ่ายให้เธอด้วยความเต็มใจ
“อืม” เบลล์พยักหน้าและบอกเบอร์ตัวเองไป ไม่นานโทรศัพท์ในกระเป๋ากระโปรงก็สั่นครืดคราดบ่งบอกว่าเขาได้โทรเข้ามาแล้ว ร่างบางแอบซ่อนรอยยิ้มเอาไว้เพราะตอนนี้เธอได้เบอร์เขามาสมใจแล้ว น้ำหวานไม่ได้กำหนดนี่ว่าต้องได้เบอร์เขามาด้วยวิธีอะไร ขอแค่ได้มาก็ถือว่าเกมนี้เธอชนะแล้วไม่ใช่เหรอ เพราะงั้นพวกมันเตรียมเสียเงินได้เลย!
“ถ้ามีค่าใช้จ่ายโทรหาผมได้เลยนะ” โฟล์คบอกเธออีกครั้ง เขามองสำรวจเธอไปด้วยเพราะกลัวว่าเธอจะมีบาดแผลที่อื่นอีก แต่จากที่เขาเห็นเธอน่าจะถลอกเล็กน้อยเท่านั้น แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดี
“งั้นขอตัวก่อนนะ” เธอยิ้มบางๆ และหันหลังกลับเพื่อจะเดินกลับไปที่โต๊ะเพราะตอนนี้ได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดของคนในผับเหมือนว่าวง Begin จะมาถึงแล้ว เธอควรรีบกลับโต๊ะไปรอดูคอนเสิร์ตได้แล้ว
“เดี๋ยวครับ” โฟล์ครีบเรียกอีกฝ่ายเอาไว้ก่อนเพราะไหนๆ ก็แลกเบอร์กันแล้ว ก็ควรจะรู้จักชื่อเธอด้วยสิ เขาเคยเจอเธอที่มหาวิทยาลัยอยู่บ่อยครั้งก็จริง แต่ก็ยังไม่รู้จักชื่อเธออยู่ดี
“หืม” ร่างบางหันกลับมาพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเพราะเธอคิดว่าไม่มีอะไรต้องพูดคุยกับเขาอีกแล้ว
“คุณชื่ออะไรครับ” เห็นแววตาไม่ได้กรุ้มกริ่มหรือทำตัวเจ้าชู้ใส่ เธอจึงยอมบอกชื่อเขาไปอย่างไม่คิดอะไรมากเพราะเธอคิดว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เธอจะบอกชื่อตัวเองกับรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย
“ชื่อเบลล์ และพี่ก็ไม่ต้องเรียกหนูว่าคุณด้วย เราอยู่มหาลัยเดียวกัน พี่น่าจะเคยเจอหนูมาบ้างหรือพี่จำหนูไม่ได้?” เธอเลิกคิ้วถามเขาด้วยสีหน้ายียวนหน่อยๆ นี่ถ้าเขาบอกจำเธอไม่ได้หรือไม่เคยเจอเธอ เขาก็คงเป็นผู้ชายตอแหลใช้ได้ ขนาดว่าเธอไม่ได้สนใจอะไรเขา ยังจำเขาได้เลย
“หึ จำได้สิ พี่ชื่อโฟล์คนะ” โฟล์คยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินน้ำเสียงกวนๆ ของเธอ แม้ใบหน้าจะยังเรียบเฉยดังเดิมแต่วันนี้เขาเห็นว่าเธอยิ้มให้เขาด้วย ไม่เหมือนกับช่วงบ่ายที่เจอกันที่มหาวิทยาลัย นอกจากเธอจะไม่ยิ้มแล้วยังทำหน้าบึ้งใส่เขาอีก
“ไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าของผับหรอกค่ะ ขอตัวนะคะ” เขาสุภาพกับเธอแทบทุกคำขนาดนั้น เธอพูดจาห้วนๆ กับเขาไม่ลงจริงๆ ถึงเธอจะไม่ชอบพูดคุยกับคนไม่คุ้นเคยและค่อนข้างแข็งกระด้างกับคนอื่น แต่ถ้าคนไหนดีกับเธอและพูดจาดีๆ ด้วย เธอก็พร้อมจะพูดจาดีๆ ด้วยอยู่แล้ว อีกอย่างเขาเองก็เป็นรุ่นพี่ เธอก็ควรจะมีมารยาทและก็สุภาพกับเขาสิถึงจะถูก
เมื่อคนตัวเล็กเดินออกไปแล้ว ร่างสูงก็ยกยิ้มอย่างอารมณ์ดี การได้พูดคุยกับเธอเพียงเล็กๆ น้อยๆ ทำให้เขาอารมณ์ดีได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ร่างสูงส่ายหน้าเบาๆ กับความคิดตัวเองก่อนจะเดินออกไปสูบบุหรี่และเข้าห้องน้ำอีกครั้งเพราะเดี๋ยวเขาต้องไปเช็กความเรียบร้อยของผับและกลับไปหากลุ่มเพื่อนอีกครั้ง…
ด้านหนุ่มๆ วิศวะฯที่มารวมตัวกันในวันนี้ต่างก็พูดคุยกันด้วยความสนุกสนานและผ่อนคลาย เสียงยกแก้วชนกันดังขึ้นติดๆ ตามประสาคนคอแข็งกันทั้งกลุ่ม เหล้าไม่กี่ขวดทำอะไรพวกเขาไม่ได้หรอก ที่กินอยู่ตอนนี้ก็เหมือนกินน้ำเปล่าใส่น้ำแข็งเท่านั้นแหละ
“เฮ้อ! นี่กูมาดูคอนเสิร์ตหรือมาดูคนรักกัน กันแน่วะ” ปาร์คหนึ่งในเพื่อนสนิทของโฟล์คส่ายหน้าไปมาเพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่คนมาแบบเป็นคู่ๆ แม้กระทั่งเพื่อนตัวเองอย่างซันเดย์ก็กำลังกะหนุงกะหนิงกับแฟนสาวรุ่นน้องอย่างไม่เกรงใจใคร เห็นแล้วมันอิจฉาโว้ยย!
“เออแม่ง หันไปทางไหนก็มีแต่คนรักกัน นี่มันคอนเสิร์ตกระชับรักชัดๆ” ทอยเพื่อนในคณะว่าขึ้นบ้างก่อนจะหันหน้าไปดูสาวๆ ด้านล่างแทนเพราะสาวๆ ข้างบนนี้ถ้าไม่มีแฟนมาคุมก็มีพี่ชายหน้าดุขนาบข้างไม่ให้คลาดสายตากันสักคน
“หึ บ่นห่าไรอยากได้แฟนก็หาเอาวันนี้เลยดิวะ นู่นโต๊ะนู้นสวยกันทั้งโต๊ะเลย” อาร์มเพื่อนอีกคนชี้ไปยังโต๊ะของสาวๆ กลุ่มหนึ่งที่เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเหมือนกับว่าเคยเห็นรุ่นน้องเหล่านั้นที่มหาวิทยาลัยตัวเอง
“เชี่ย! นั่นกลุ่มน้องเบลล์นี่หว่า แต่งตัวกันโคตรเซ็กซี่เลยว่ะ” ปาร์ครีบชะโงกหน้าลงไปดูเมื่อได้ยินน้ำเสียงตื่นเต้นของทอยและเขาก็ต้องตาลุกวาวและเห็นด้วยมากๆ เพราะน้องๆ กลุ่มนั้นทั้งสวยและเซ็กซี่กันทั้งกลุ่มจริงๆ
โฟล์คที่พึ่งเดินกลับมาจากห้องน้ำเหลือบสายตาไปมองตามกลุ่มเพื่อนและเขาก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่ามีสาวรุ่นน้องที่พึ่งเดินชนกับเขาที่หน้าห้องน้ำอยู่ที่โต๊ะนั้นด้วย เห็นเธอยังยิ้มแย้มกับเพื่อนและไม่ได้รู้สึกเจ็บตรงไหนก็ทำให้เขารู้สึกโล่งใจเพราะเมื่อสักครู่เขากับเธอชนกันแรงมากจริงๆ แต่ยังไงพรุ่งนี้เขาก็จะโทรไปถามไถ่อาการเธออยู่ดี ยอมรับว่าเขาเป็นห่วงเธอและเขาก็อยากได้ยินเสียงเธออีกครั้งด้วย
ด้านเลโอวันนี้เขาเงียบขรึมกว่าทุกวันและได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างเบื่อๆ วันนี้เขาโคตรจะเบื่อหน่ายเพราะมีเรื่องให้หงุดหงิดใจมาหลายวันแล้ว ร่างสูงเหลือบสายตามองไปยังน้องสาวของเพื่อนรักอย่างโฟล์คด้วยแววตาบางอย่างและเขาก็ต้องหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเธอกำลังตอบแชตใครบางคนด้วยความอารมณ์ดีและรอยยิ้มขัดเขิน เห็นแล้วมันคันยิบๆ ในใจจริงๆ นะ…
