บทที่ 6 ตั้งใจสินะ

ตั้งใจสินะ

เสียงกรี๊ดกร๊าดของสาวๆ ดังไปทั่วทุกมุมของผับเพราะตอนนี้วง Begin ได้ขึ้นเล่นแล้ว เจ้าของผับเดินไปสอดส่องสายตาดูความเรียบร้อยตามบริเวณผับและพื้นที่หน้าเวทีอีกครั้ง และทุกครั้งสายตาของเขามักจะไปหยุดอยู่ตรงใบหน้าเรียวเล็กของสาวรุ่นน้องคนนั้น คนที่เขาพึ่งจะได้เบอร์โทรศัพท์เธอมา รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้งอย่างพอใจ เขาไม่ได้รู้สึกอยากทำความรู้จักกับผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษแบบนี้มานานแล้ว ปกติก็แค่ถูกใจ มีความสัมพันธ์ทางกายกันชั่วข้ามคืน จากนั้นก็แยกย้ายกันไป เป็นไปตามปกติของคนที่ยังเป็นโสดแบบเขา แต่ตอนนี้เขาชักอยากจะทำความรู้จักกับสาวรุ่นน้องคนนั้น คนที่เขาถูกใจตั้งแต่แรกเจอ

เขาได้เลียบๆ เคียงๆ ถามเพื่อนๆ ที่รู้จักกลุ่มของเธอมาบ้างแล้ว ได้ยินว่าเธอพึ่งเลิกกับแฟนเมื่อไม่นานมานี้และแฟนของเธอก็เป็นรุ่นน้องที่เรียน    วิศวะฯเหมือนกันกับเขา ก่อนหน้าเขาเคยเจอเธอผ่านตามาบ้าง แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจเพราะเห็นว่าเธอมากับแฟนของเธอ กระทั่งหลายวันที่ผ่านมาเขาเห็นว่าเธอไม่ได้ไปไหนมาไหนกับหนุ่มรุ่นน้องคนนั้นอีกแล้ว เธออยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ แทบตลอดเวลา กระทั่งวันนี้ได้มีโอกาสสบตากับเธอซึ่งๆ หน้า เขาถึงได้รู้ว่าเขาสนใจเธอเข้าแล้วจริงๆ  สีหน้านิ่งๆ และไม่ค่อยยิ้มแย้มให้คนอื่นของเธอนั้น มันทำให้เขาอยากทำความรู้จักกับเธอเป็นพิเศษจริงๆ นะ

สามสาวสวยกับอีกหนึ่งหนุ่มหน้าหวานได้เปลี่ยนจากการยกแก้วมากอดคอกันกระโดดไปตามจังหวะเพลงมันๆ ของพี่ๆ วง Begin แทน เพราะตอนนี้เป็นช่วงเวลาสนุกสนานที่สุด พวกเธอสนุกกันอย่างเต็มที่เพราะต้องการผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการสอบ โดยเฉพาะคนที่ชนะเกมการพนันก่อนหน้าอย่างเบลล์ เธอยิ้มสดใสด้วยความอารมณ์ดีจนเพื่อนๆ อดหมั่นไส้ไม่ได้ ยิ่งมารู้ว่าเธอได้เบอร์หนุ่มรุ่นพี่มาด้วยวิธีการใด พวกมันก็ยิ่งเจ็บใจเพราะดันลืมบอกเงื่อนไขในการขอเบอร์ในครั้งนี้ ก็พวกมันไม่ได้บอกนี่ว่าให้เธอเข้าไปขอตรงๆ ห้ามใช้แผนอื่นใด เพราะงั้นเธอก็มีสิทธิ์ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เบอร์โทรเขามาและตอนนี้เธอก็ได้ให้เบอร์โทรเขากับคุณการ์ตูนเพื่อนรักไปแล้ว อีกฝ่ายดีใจจนออกนอกหน้าแถมยังรีบโอนเงินมาให้เธออีกต่างหาก เห็นแล้วก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ ไม่คิดว่ามันจะคลั่งไคล้ในตัวรุ่นพี่คนนั้นมากขนาดนี้

“สรุปวันนี้คงต้องนั่งแท็กซี่กลับกัน แม่ง! ดื่มกันหนักเกิน” น้ำหวานเดินมานั่งอย่างเหนื่อยหอบเมื่อวง Begin ได้เล่นจบแล้ว ทุกคนต่างกลับโต๊ะตัวเองและมาดื่มกันต่อเพราะช่วงเวลาต่อไปจะเป็นช่วงที่ดีเจเปิดเพลงให้สนุกสนานกันต่อ แต่พวกเธอคงไม่อยู่กันต่อแล้วล่ะ เพราะดูเหมือนว่านุ่นกับการ์ตูนจะเมากันมากแล้ว คงต้องนั่งแท็กซี่ไปส่งพวกมันก่อน

“อืม งั้นเดี๋ยวกูไปเข้าห้องน้ำแป๊บ เจอกันหน้าผับเลย มึงลากอีตูนกับอีนุ่นออกไปรอหน้าผับได้ปะ” เบลล์ถามเพื่อนก่อนจะเรียกพนักงานมาเก็บเงิน วันนี้เธอเป็นฝ่ายเลี้ยงทุกคนเองเพราะเธอได้เงินจากพวกมันมา ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติของคนชนะพนันอยู่แล้ว ใครชนะก็เป็นฝ่ายเลี้ยงไปส่วนเงินที่เหลือจะเอาไปช็อปปิงหรือทำอะไรต่อก็ตามแต่ผู้ชนะเลย

“ไม่ต้องลาก กูยังเดินหวาย!” ตั้มพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงยานคางก่อนจะเดินให้เพื่อนๆ ดู แม้จะเซซ้ายเซขวาไปบ้างแต่มันก็พอมีสติเดินได้จริงๆ ส่วนนุ่นมันขอนั่งดึงสติแป๊บหนึ่งก่อนจะเกาะแขนน้ำหวานเดินออกไปหน้าผับด้วยความทุลักทุเล

เมื่อเห็นว่าเพื่อนๆ เดินออกไปกันแล้ว เธอจึงรีบเดินไปเข้าห้องน้ำเพราะตอนนี้เธอปวดฉี่มาก หากไม่ได้เข้าห้องน้ำก่อนเธอคงนั่งรถกลับแบบไม่มีความสุขแน่ๆ เดินเบียดคนออกมาไม่ถึงสองนาทีเธอก็ได้เข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำอย่างสบายใจเพราะเวลานี้คนยังสนุกสนานกันอยู่ด้านใน ทำให้ในห้องน้ำไม่ค่อยมีคนนัก

แกรก~ เสียงเปิดประตูและเสียงฝีเท้าคนที่เดินเข้ามาใหม่ทำให้เบลล์เงี่ยหูฟังนิดหนึ่ง ก่อนจะเลิกสนใจและหันมาจัดการกับเสื้อผ้าตัวเองต่อเพราะตอนนี้เธอทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว ร่างบางเอื้อมมือไปเปิดประตูด้วยท่าทีปกติโดยไม่ได้สนใจคนมาใหม่แต่อย่างใด แต่ถึงแม้เธอจะมึนเมาไปบ้างแต่เธอก็ยังมีสติ เธอถึงได้มองเห็นคนที่ยืนล้างมืออยู่หน้ากระจกอย่างชัดเจน แววตาเธอนิ่งเรียบขึ้นทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายและเธอรู้สึกรำคาญหูรำคาญตามากเพราะดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะพยายามมาเสนอหน้าให้เธอได้เห็นอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่การจองโต๊ะใกล้กันและยังคอยสอดส่องสายตาเย้ยหยันมาทางเธอบ่อยๆ ครั้งนี้ยังมาเจอกันที่ห้องน้ำอีก อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น

เธอถอนหายใจและกลอกตานิดหน่อยก่อนจะเดินไปล้างมือด้วยท่าทีปกติเพราะคนตรงหน้าไม่มีอะไรให้เธอต้องไปสนใจหรือเสวนาด้วยอยู่แล้ว การถูกหักหลังเหมือนตัวเองเป็นตัวตลกให้คนอื่นหัวเราะเยาะมันไม่ได้สนุกเลยสักนิด เธอยังคงเจ็บใจและแค้นใจเหมือนเดิม แต่เพียงแค่เธอไม่อยากไปยุ่งกับคนพวกนี้อีกแล้ว

“ช่วงนี้เธอคงลำบากสินะ เพราะไม่มีเฟรมคอยไปรับไปส่งเหมือนเดิม” ปุยฝ้ายหันหน้ามาพิงสะโพกกับขอบอ่างล้างมือและมองเพื่อนร่วมคณะตรงหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปาก ในเมื่อตอนนี้มีแค่เธอกับอีกฝ่าย ก็ไม่มีความจำเป็นที่เธอจะต้องแสร้งทำตัวเป็นคนน่ารักอ่อนหวานให้คนเอ็นดู

“หึ ฉันก็มีมือมีตีนมั้ย ไม่ได้เป็นง่อยที่ดูแลตัวเองไม่ได้” ในเมื่ออีกฝ่ายเปิดศึกก่อนมีหรือคนอย่างเธอจะถอย เธอเองก็อยากรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร มีปัญหาอะไรกับเธอนัก การแย่งแฟนคนอื่นไปแบบหน้าด้านๆ ไม่ได้ทำให้เจ้าตัวละอายใจเลยงั้นเหรอ

“ฉันไม่แปลกใจแล้ว ว่าทำไมเฟรมถึงกล้าหักหลังเธอ ก็เพราะเธอมันนิสัยแบบนี้ไง พูดจาก็ขวานผ่าซาก ไม่มีความอ่อนหวานนุ่มนวล ผู้ชายที่ไหนเขาจะอยากทนอยู่ด้วย” เธอเองรอเวลานี้มานาน วันที่เธอจะได้พูดจาให้อีกฝ่ายได้เจ็บช้ำเหมือนที่เธอเคยโดน ความอิจฉาและเกลียดชังมานานทำให้เธออยากทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดซ้ำๆ จนกว่าเธอจะพอใจ

“อ่อ ที่พวกเธอแอบกินกันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วสิ ต่อให้ฉันจะนิสัยเสียยังไง พวกเธอก็ไม่มีสิทธิ์ทำเรื่องเลวๆ แบบนั้น อย่ามาหาข้ออ้างในการทำเรื่องเลวๆ หน่อยเลย ถ้าฉันมันนิสัยแย่ พวกเธอสองคนก็โคตรเลว” ร่างบางเหยียดยิ้มใส่ก่อนจะกอดอกมองอย่างกวนอารมณ์คืนเช่นกัน บอกแล้วว่าคนอย่างเธอถ้าจบก็คือจบ แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมจบและมาทำตัวระรานใส่เธอก่อนแบบนี้ เธอก็จะจัดให้หนักเลยทีเดียว

“เธอ!” ปุยฝ้ายชักสีหน้าอย่างไม่พอใจเมื่อถูกอีกฝ่ายตอกกลับแบบนั้น เธอกำหมัดแน่นอย่างข่มอารมณ์ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าให้นิ่งเรียบเหมือนเดิม เธอต้องไม่เดือดร้อนกับคำพูดเผ็ดร้อนพวกนี้สิ

“ไหนๆ ก็มาหาเรื่องฉันถึงที่แล้ว ฉันถามจริงๆ เถอะ เธอมีปัญหาอะไรกับฉันงั้นเหรอ ถ้าไม่ชอบหน้ากันก็ต่างคนต่างอยู่ไปสิ ถ้าเธออยากได้ไอ้เฟรมนักก็เอาไป ฉันไม่ได้เสียดายอะไรมันอยู่แล้ว” จริงอยู่ที่เธอเจ็บใจและเสียใจอยู่บ้าง แต่ถ้าถามว่าเสียดายผู้ชายแบบนั้นมั้ย บอกเลยว่าไม่ คนที่คิดนอกใจแฟนตัวเองมีอะไรให้น่าเสียดายงั้นเหรอ ปุยฝ้ายหน้าตึงขึ้นเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ไม่ยี่หระของอีกฝ่ายเพราะสิ่งที่เธอทำลงไปก็เพราะอยากให้อีกฝ่ายเจ็บช้ำ แต่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าเธอจะไม่ได้รู้สึกเสียใจที่ถูกแย่งแฟนไปขนาดนั้น มันทำให้เธอหงุดหงิดและเจ็บใจเป็นที่สุด

“เธอมันชอบแย่งความสนใจทุกคนไปจากฉัน คนที่ฉันชอบก็มักจะไปชอบเธอ แข่งอะไรกันเธอก็มักจะชนะฉันเสมอ เธอมันได้อะไรมาง่ายๆ แบบไม่ต้องพยายาม ฉันโคตรไม่ชอบเธอเลย รู้เอาไว้ด้วย! แต่ยังดีที่ยังมีเรื่องที่ฉันชนะเธอได้ ฉันแย่งแฟนเธอมาได้ไงล่ะ” พูดจบก็ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ความเกรี้ยวกราดในแววตาและท่าทีไม่ปกติของอีกฝ่ายทำให้เบลล์ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เมื่อนึกไปถึงคำพูดของนุ่นที่เคยบอกว่าปุยฝ้ายมักขี้อิจฉาคนอื่นแบบนี้อยู่เสมอ เหมือนกับคนป่วยทางจิตที่ต้องไปพบแพทย์แบบด่วนๆ

“สรุปที่เธอทำแบบนี้เพราะอิจฉาฉันงั้นสิ ทุกอย่างที่เธอทำเธอตั้งใจ ถูกมั้ย!” เบลล์ถามเพราะเธอเองก็อยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายยอมเล่นละครตบตาคนอื่นเพื่อทำร้ายเธอจริงๆ เหรอ มันต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอ อีกฝ่ายโรคจิตไปหรือเปล่า

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้” ปุยฝ้ายยอมรับออกมาตรงๆ เพราะเธออยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอไม่เคยชอบอีกฝ่ายเลย ที่แสร้งทำดีด้วยก่อนหน้าก็แค่เล่นละครเท่านั้น

“งั้นเธอก็คงต้องผิดหวัง เพราะสิ่งที่เธอทำมันไม่ได้ทำให้ฉันเจ็บปวดจนต้องฟูมฟายทนไม่ไหวและถ้าเธอคิดว่าเธอชนะฉันแล้ว เธอคิดผิดเพราะฉันไม่ได้เจ็บอะไรกับการกระทำของเธอขนาดนั้น อีกอย่างการอิจฉาคนอื่นมันไม่ได้ทำให้ชีวิตเธอดีขึ้นหรอกนะ กลับไปทบทวนความคิดป่วยๆ ของเธออีกทีเถอะ” เบลล์ส่ายหน้าไปมาอย่างสุดจะทนกับตรรกะป่วยๆ ของอีกฝ่าย นี่เธอทนพูดคุยกับคนแบบนี้ไปได้ยังไง ป่านนี้เพื่อนๆ ไม่เป็นห่วงเธอกันหมดแล้วเหรอ ก็เธอเล่นหายมานานพอสมควรแล้วน่ะสิ

“ครั้งนี้เธออาจไม่เจ็บปวด แต่ครั้งหน้ามันก็ไม่แน่ มันต้องมีใครสักคนที่เธอหลงรักเขาจริงๆ และเธอจะได้รับรู้ความรู้สึกเจ็บปวดนั้นแน่ ฉันจะไม่ยอมรู้สึกเจ็บปวดอยู่ฝ่ายเดียวหรอก ฉันจะแย่งคนที่เธอรักมาให้หมด” ยิ่งอีกฝ่ายพูด เธอก็ยิ่งมึนงงเพราะดูเหมือนว่าปุยฝ้ายจะมีความแค้นฝังใจกับเธอมากกว่าความอิจฉาทั่วไป แต่ไม่ว่าอีกฝ่ายจะป่วยทางจิตหรือเป็นเพราะสันดานของตัวเอง เธอก็จะไม่ยอมให้อีกฝ่ายมาทำร้ายเธอฝ่ายเดียวแน่ ถ้าอยากเล่นสงครามประสาทกับเธอ เธอก็จะจัดให้ อย่าพึ่งดิ้นตายไปซะก่อนล่ะ

“งั้นเธอเองก็ต้องระวังคนที่เธอรักด้วยนะ เพราะฉันก็แย่งได้เหมือนกัน เธอบอกว่าอะไรนะ คนที่เธอชอบเขามักมาชอบฉันใช่มั้ย งั้นเธอก็ระวังเอาไว้ด้วยล่ะ เพราะคนที่เธอตกหลุมรักเขาจริงๆ เขาอาจมาชอบฉันก็ได้” เรื่องการใช้คำพูดตอกกลับคนอื่น บอกเลยว่าเธอก็ไม่เป็นสองรองใครเหมือนกัน อยากมาระรานเธอดีนัก ต้องโดนเอาคืนซะบ้าง!

“ไม่มีทาง เธอไม่มีทางทำสำเร็จหรอก” ปุยฝ้ายข่มอารมณ์ตัวเองเอาไว้ แม้ในใจจะหวาดหวั่นขึ้นมา การเปิดศึกกับอีกฝ่ายซึ่งๆ หน้ามันไม่ได้เป็นผลดีกับเธอก็จริง แต่เธอก็เก็บกลั้นความรู้สึกเกลียดชังเอาไว้ไม่ไหวเหมือนกันและเธอจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายรู้เด็ดขาดว่าเธอแอบชอบใครอยู่ ผู้ชายที่เธอคุยๆ อยู่ล้วนเป็นแค่คู่นอนและคนคุยเท่านั้น ร่วมถึงเฟรมก็ด้วย เธอเข้าหาอีกฝ่ายเพราะต้องการทำร้ายจิตใจของเพื่อนร่วมคณะคนนี้ เธอไม่ได้มีใจลึกซึ้งกับชายหนุ่มแม้แต่น้อยเพราะหัวใจของเธอ เธอได้มอบมันให้ใครอีกคนไปตั้งนานแล้ว…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป