บทที่ 8 หมาลอบกัด

หมาลอบกัด

มหาวิทยาลัยเอกชน ZK

วันนี้ที่มหาวิทยาลัยยังคงอัดแน่นไปด้วยนักศึกษาเพราะเป็นการสอบย่อยวันสุดท้ายแล้ว ซึ่งการสอบเก็บคะแนนในครั้งนี้มีความสำคัญกับนักศึกษาเป็นอย่างมากทำให้ทุกคนคร่ำเคร่งกับการสอบในครั้งนี้กันมากๆ และหลังจากสอบเสร็จในวันนี้ ทางมหาวิทยาลัยจะหยุดการเรียนการสอนเพื่อให้นักศึกษาได้พักสมองกันถึงสองสัปดาห์ ทุกคนถึงได้มีสีหน้าที่ดีขึ้นมากกว่าทุกๆ วัน แม้ว่าก่อนหน้าแต่ละคนจะเหมือนคนอดหลับอดนอนก็ตามที

“เฮ้อ สอบเสร็จสักที ว่าแต่หยุดตั้งสองสัปดาห์มึงจะไปเที่ยวไหนปะหรือว่าจะกลับบ้าน?” น้ำหวานถามเพื่อนตัวเล็กขึ้นเพราะในกลุ่มนี้มีเบลล์เป็นเด็กต่างจังหวัดคนเดียวและทุกครั้งที่มีวันหยุดเจ้าตัวก็มักจะกลับบ้านตัวเองเสมอ แต่ก็อย่างว่าแหละจังหวัดที่เพื่อนอยู่เป็นจังหวัดที่น่าเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดจริงๆ เชียงใหม่ถือได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีคนจองห้องพักไปเที่ยวกันอย่างล้นหลาม ยิ่งช่วงหน้าหนาวยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะบางคนถึงกับยอมจองห้องพักข้ามปีเผื่อได้ไปเที่ยวพักผ่อนในช่วงเวลานั้นเลยทีเดียว ส่วนช่วงเดือนอื่นๆ อาจไม่ได้มีนักท่องเที่ยวมากมายนัก แต่ก็ไม่ได้เงียบเหงาจนเกินไป

“กลับบ้านเหมือนเดิม ช่วงนี้มีทัวร์มาเที่ยวไร่กูค่อนข้างเยอะ กูต้องกลับไปช่วยพ่อกับแม่รับนักท่องเที่ยว” ที่บ้านเธอมีไร่ส้มขนาดใหญ่ชื่อว่าไร่ญาณินดา เป็นชื่อจริงของเธอกับชื่อจริงของมารดารวมกันซึ่งพ่อเธอเป็นคนตั้งชื่อไร่นี้ขึ้นมาตั้งแต่เธอยังไม่เกิดด้วยซ้ำ เหมือนกับมั่นใจมากว่าต้องได้ลูกสาวแน่ๆ ทั้งๆ ที่ลูกคนแรกเป็นผู้ชายแต่บิดาก็ยังมั่นใจว่ายังไงก็ต้องได้ลูกสาวซึ่งหลังจากพี่ชายเธออายุได้สามขวบ มารดาก็ตั้งท้องเธอจริงๆ ชื่อญาณินที่ผู้เป็นพ่อตั้งเอาไว้จึงได้ถูกนำมาใช้ในที่สุด

ส่วนมารดาของเธอชื่อญาดา ไร่ส้มของครอบครัวจึงถูกตั้งชื่อว่าญาณินดาซึ่งเป็นชื่อของผู้หญิงที่บิดารักมากที่สุด พอคิดถึงครอบครัวแล้วก็ทำเอาเธออดยิ้มออกมาไม่ได้ บิดาเป็นคนที่ใจดีและอบอุ่นมาก ที่สำคัญยังคลั่งรักมารดาเธอแบบสุดๆ เธอหวังว่าสักวันเธอจะได้เจอกับผู้ชายที่มีนิสัยเหมือนบิดาของเธอเพราะเธอมั่นใจว่าเขาคนนั้นจะต้องดีกับเธอมากแน่ๆ และคงไม่คิดหักหลังเธอเหมือนกับไอ้ผู้ชายสารเลวที่เธอยอมเรียกฝ่ายนั้นว่าแฟนคนแรก

“ถ้ามีวันหยุดยาวอีก กูจะชวนอีตูนกับอีนุ่นไปเที่ยวอีกนะ ไปบ้านมึงครั้งไหนสนุกจนไม่อยากกลับกรุงเทพฯ เลย” น้ำหวานยกยิ้มเมื่อนึกถึงหลายเดือนก่อนที่พวกเธอได้ไปเที่ยวบ้านเพื่อนรักคนนี้ หลังจากที่รู้จักกันไม่นานพวกเธอก็ไปเที่ยวบ้านเพื่อนเลย และหลังจากได้ไปหนึ่งครั้งมันก็มีครั้งที่สองที่สามเพราะมันสนุกมากจริงๆ ครอบครัวของเบลล์ไม่ได้ทำแค่ไร่ส้มแต่ยังมีรีสอร์ตสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวที่อยากค้างคืนด้วย อีกทั้งยังมีคาเฟ่ภายในไร่ให้นักท่องเที่ยวได้มานั่งดื่มชาดื่มกาแฟและถ่ายรูปกันแบบชิลๆ อีกต่างหาก

สินค้าที่วางขายในคาเฟ่เป็นสินค้าที่แปรรูปมาจากผลส้มในไร่และเป็นแบบออร์แกนิกทั้งหมด มีเค้กส้มและแยมส้มแบบไม่หวานมากและยังมีน้ำส้มคั้นแบบสดๆ จากไร่มาวางขายที่คาเฟ่ด้วย และที่เธอชอบและประทับใจสุดๆ คงเป็นแยมส้มที่ทางครอบครัวของเพื่อนรักผลิตขึ้นมาเอง มันอร่อยมากจนเธอต้องซื้อกลับมาฝากคนในครอบครัว เอาไว้ให้บิดามารดาได้กินกับขนมปังและกาแฟในตอนเช้าๆ ก่อนไปทำงาน

  และยังไม่หมดแค่นั้นเนื่องจากไร่ของเพื่อนมีขนาดใหญ่และพื้นที่กว้างขวางจึงมีกิจกรรมแบบแอดเวนเจอร์ให้นักท่องเที่ยวได้สนุกสนานกันด้วย โดยเฉพาะการขับรถ ATV เที่ยวชมไร่และเที่ยวชมเส้นทางธรรมชาติที่ทางไร่ได้จัดเส้นทางไว้ให้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวประทับใจกันมาก เรียกได้ว่ามาเที่ยวไร่ส้มญาณินดาคือครบจบที่เดียว ได้มาเที่ยวพักผ่อนไม่พอ ยังได้รับความสนุกสนานกลับไปอีกด้วย

“ยินดีต้อนรับค่ะ จริงๆ พวกมึงกลับพร้อมกูได้นะ ช่วงนี้ส้มกำลังออกผล ถ่ายรูปสวยสุดๆ” ครั้งล่าสุดที่พวกมันไป ส้มยังไม่ออกผลจึงได้แต่ถ่ายรูปกับใบเขียวๆ แทน แต่ก็ยังมีกิจกรรมอื่นให้ทำ เลยทำให้พวกมันสนุกสนานจนไม่อยากกลับกันเลยทีเดียว

“กูก็อยากไป แต่กูมีไปเที่ยวฮ่องกงกับที่บ้าน อีตูนกับอีนุ่นก็เหมือนกัน สรุปก็คือไม่ว่างกันหมด ไม่งั้นกูไปพร้อมมึงแล้ว” น้ำหวานว่าอย่างเสียดายสุดๆ เพราะเธอเองก็อยากไปเที่ยวบ้านเพื่อนเหมือนกัน แต่ครอบครัวเธอก็จองตั๋วจองที่พักเอาไว้หมดแล้ว เหมือนบังคับกลายๆ ว่าทุกคนในครอบครัวต้องไป ทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้

“เคๆ งั้นเอาไว้วันหลัง ไร่กูยินดีต้อนรับพวกมึงเสมอแหละ พ่อแม่กูก็บ่นๆ คิดถึงพวกมึงเหมือนกัน”

“เออ ฝากบอกพ่อกับแม่ด้วยว่าลูกสาวคนนี้คิดถึงท่านทั้งสองเหมือนกัน”

“ย่ะ หมั่นไส้พวกประจบเป็น” เบลล์เบะปากใส่อย่างหมั่นไส้เพราะน้ำหวานถือว่าเป็นลูกรักพ่อกับแม่เธอก็ว่าได้เพราะเจ้าตัวชอบถามนู่นถามนี่และยังออดอ้อนแบบสุดๆ ต่างจากการพูดจากับเพื่อนโดยสิ้นเชิงแต่จะว่าไปพวกเธอเวลาอยู่กับครอบครัวหรืออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ก็นิสัยคนละอย่างจริงๆ นั่นแหละ ถึงจะพูดจากันแบบห่ามๆ ไปบ้าง แต่พวกเธอก็เป็นเด็กที่มีมารยาทกันทุกคน

“ฮ่าๆ ช่วยไม่ได้ กูมันลูกรักทุกคนเว้ย” น้ำหวานหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจเมื่อเห็นสีหน้าหมั่นไส้จากเพื่อน อันที่จริงที่เธอชอบอ้อนพ่อกับแม่เพื่อนเพราะท่านทั้งสองคนใจดีด้วย ครอบครัวของเพื่อนรักเป็นครอบครัวที่น่ารักมาก

“อีเบลล์ อีหวานนน” ยังไม่ทันได้พูดคุยอะไรกันต่อ เสียงตะโกนจากเพื่อนรักอีกคนก็ดังมาแต่ไกลทำให้พวกเธอต้องหันไปมองด้วยความสงสัยและเห็นว่านุ่นกำลังวิ่งเข้ามาหาอย่างหน้าตาตื่น ก่อนหน้าเจ้าตัวไปหาอาจารย์เรื่องรายงานที่ส่งไปล่าสุดจึงทำให้เธอกับเบลล์ที่สอบเสร็จแล้วมานั่งรอเพื่อนที่หน้าตึกคณะ ส่วนคุณการ์ตูนไปเข้าห้องน้ำยังไม่กลับมาเลย

“มีอะไรของมึง หน้าตาตื่นมาเชียว” เบลล์เป็นฝ่ายถามและขยับให้เพื่อนได้นั่งลงข้างๆ เพราะดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะมีเรื่องด่วนหรือไม่ก็มีเรื่องอยากจะเมาท์

“เฮ้อ กูขอพักหายใจแป๊บ” น้ำหวานกับเบลล์ส่ายหน้าไปมาและยิ้มขำกับท่าทีของเพื่อน อยากพูดก็อยากพูดแต่ความเหนื่อยก็มาขัดจังหวะซะงั้น

“สรุปว่า?” เมื่อเห็นว่านุ่นหายใจเป็นปกติแล้ว น้ำหวานจึงถามขึ้น เธอยื่นน้ำดื่มเย็นๆ ไปให้เพื่อนได้ดื่มด้วยจะได้หายเหนื่อย

“คือกูไปคุยเรื่องรายงานมาใช่มั้ย และอาจารย์ฝากกูมาบอกอีเบลล์ให้ส่งรายงานด้วย ตอนนี้เหลือมึงแค่คนเดียวที่ยังไม่ส่งและถ้ามึงไม่ส่งก็จะไม่ได้รับคะแนนในส่วนนี้ซึ่งมันจะส่งผลต่อคะแนนเก็บของมึง แต่ประเด็นคือกูอยากรู้ว่ารายงานอีเบลล์มันหายไปได้ไง กูกับมันเดินไปวางรายงานพร้อมกัน นี่กูก็เถียงกับอาจารย์จนถูกไล่ให้มาถามมึงเนี่ย!” นุ่นว่าอย่างเหนื่อยหอบและกังวลใจด้วย รายงานหายมันไม่ใช่เรื่องเล็กนะ มันเรื่องใหญ่เลยต่างหาก แถมวันนี้ยังเป็นวันสุดท้ายของการสอบด้วย ไม่รู้ว่าอาจารย์จะยังไงกับเพื่อนเธอเหมือนกัน

“เดี๋ยวนะ รายงานกูหายงั้นเหรอ กูส่งคนแรกๆ ด้วยซ้ำ” ก่อนเข้าสู่ช่วงสอบ เธอได้ส่งรายงานวิชาหลักไปแล้ว ส่งก่อนเพื่อนๆ คนอื่นๆ อีก หลังจากวางลงต่อหน้าอาจารย์ผู้สอน เธอก็เดินออกจากห้องเรียน แล้วรายงานของเธอมันจะหายไปได้ไง เพื่อนเธอสองคนก็เห็นว่าเธอส่งรายงานไปแล้ว

“ก็ใช่ไง กูถึงต้องรีบวิ่งมาหามึงเนี่ย อีกอย่างอาจารย์ก็เรียกมึงไปพบด้วย” นุ่นหยิบน้ำขึ้นมาดื่มต่อและบอกเพื่อนไปด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“งั้นไปกัน กูจะไปช่วยมึงยืนยัน วันนั้นกูวางรายงานตามหลังมึง คนอื่นๆ ในห้องก็เห็น” น้ำหวานลุกจากที่นั่งและฉุดข้อมือเพื่อนขึ้นมาด้วย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะรายงานวิชานี้สำคัญมาก ถ้ามันหายไปจริงๆ เพื่อนเธอได้ซวยแน่

“อืม” เบลล์มีสีหน้าเคร่งเครียดและไม่สบายใจเพราะเธอเป็นคนที่จริงจังกับการเรียนและคะแนนสอบเป็นอย่างมาก ถึงจะหลับบ้างเข้าเรียนสายบ้างแต่เธอก็ไม่เคยพลาดเรื่องการสอบและการเก็บคะแนนเลยสักครั้ง เธอมักทำคะแนนได้ดีมาโดยตลอดเพราะเธอมีข้อแลกเปลี่ยนกับครอบครัวในการมาเรียนที่นี่ หากเทอมนี้เธอทำได้ไม่ดีก็คงไม่มีข้ออ้างในการเรียนที่นี่ต่อ

ใช้เวลาไม่นานทั้งสามสาวก็มาถึงห้องพักของอาจารย์เพ็ญศรี พวกเธอเคาะประตูและขออนุญาตเข้าไป ซึ่งคนในห้องก็อนุญาตทันที ร่างบางจึงไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปหาอาจารย์และสอบถามถึงรายงานของเธอ

“อาจารย์คะ เรื่องรายงานของหนู มันหายไปจริงๆ เหรอคะ” สีหน้าและแววตาของเธอเคร่งเครียดมาก เธอมองไปยังรายงานของคนอื่นๆ ที่อาจารย์กำลังตรวจอย่างคลางแคลงใจและไม่อยากจะเชื่อว่ารายงานเธอจะหายไป

“ใช่ นี่อาจารย์ก็พยายามหารายงานของเธอจนตรวจงานของคนอื่นไม่เสร็จสักที วันนั้นอาจารย์จำได้ว่าเธอส่งแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมพอจะหยิบขึ้นมาตรวจถึงไม่เจอ”

“พวกหนูเป็นพยานได้นะคะว่าญาณินได้ส่งรายงานแล้ว” น้ำหวานรีบเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เพื่อนและยืนยันกับอาจารย์ไปอีกครั้ง

“อืม อาจารย์รู้ แต่ประเด็นคือมันหาไม่เจอไง อาจารย์ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน” ร่างบางถึงกับกัดปากแน่นอย่างอึดอัดใจเพราะเธอก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน จะโทษว่าเป็นความผิดของอาจารย์ผู้สอนก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะเธอรู้ว่าอาจารย์ก็ไม่ได้อยากให้รายงานเธอหาย เธอสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ อย่างพยายามสงบสติอารมณ์ก่อนจะถามถึงแนวทางการแก้ปัญหาในเรื่องนี้แทน

“แล้วอาจารย์จะให้หนูทำยังไงคะ รายงานวิชานี้มันสำคัญมาก นี่   มหาลัยก็จะหยุดการเรียนการสอนอีก หนูไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆ”

“งั้นเอาแบบนี้ เธอไปทำมาส่งอาจารย์ใหม่แล้วกัน แต่อาจารย์ให้เวลาเธอได้แค่สองวันนะ เพราะอาจารย์ต้องตรวจและรวบรวมคะแนนให้ทันกับการสอบย่อยของพวกเธอด้วย”

“สองวัน! หนูจะทำทันได้ยังไงคะ รอบแรกที่ส่งไปหนูใช้เวลาเป็นอาทิตย์” ได้ยินแบบนั้นเธอก็ขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียดมากกว่าเดิม แค่สองวันเธอจะทำทันได้ยังไง เนื้อหาและหัวข้อที่เธอได้รับมันไม่ใช่ง่ายๆ เลย

“อาจารย์ก็ช่วยเธอได้เท่านี้จริงๆ ยังไงเธอก็ต้องมีรายงานมาส่ง ไม่อย่างนั้นคะแนนในส่วนนี้ของเธอจะถูกหักไป” เธอเองก็เห็นใจนักศึกษาเหมือนกัน อีกอย่างเด็กสาวคนนี้ก็เรียนดีและไม่เคยส่งงานคลาดเคลื่อนเลยสักครั้ง ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไงเหมือนกัน จะให้เธอไปดูกล้องวงจรปิดของมหาวิทยาลัยก็ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอีก ทางที่ดีให้เจ้าตัวทำรายงานมาส่งใหม่ดีกว่า อย่างน้อยก็น่าจะทันเวลาในการรวบรวมคะแนนส่ง

“เอาเถอะมึง เดี๋ยวพวกกูช่วยเอง กูยังพอมีเวลาอยู่ช่วยมึง” น้ำหวานกระซิบบอกเพราะจากที่เธอฟังๆ ดูแล้ว อาจารย์เองก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน การส่งรายงานมาใหม่น่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดแล้ว และเธอจะช่วยเพื่อนทำเองเพราะเธอยังมีเวลาอยู่ไทยอีกสองสามวันก่อนบินไปฮ่องกงกับครอบครัว

“ก็คงต้องเป็นแบบนั้นเพราะกูทำอะไรไม่ได้แล้ว แต่กูเจ็บใจที่จู่ๆ รายงานกูก็มาหายไป แม่ง! มีใครแกล้งกูหรือเปล่าวะ” เธอสบถเบาๆ อย่างหงุดหงิดใจซึ่งพอนุ่นได้ยินแบบนั้นก็รีบถามอาจารย์ขึ้นมาอย่างนึกอะไรขึ้นมาได้ วันนั้นพวกเธอส่งรายงานเสร็จก็รีบออกจากห้องเรียน แต่ทุกครั้งหากมีการส่งรายงานแบบเยอะๆ อาจารย์เพ็ญศรีจะไหว้วานให้นักศึกษาช่วยเอารายงานไปส่งที่ห้องเพราะเจ้าตัวแบกไปไม่ไหว

“เอ่อ อาจารย์คะ หนูถามอะไรหน่อยได้มั้ย” นุ่นถามอาจารย์ด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจเพราะก่อนหน้าเธอพึ่งจะยืนเถียงอาจารย์เรื่องรายงานของเพื่อนไปจึงต้องทำตัวสงบเสงี่ยมลงนิดหนึ่ง

“จะถามอะไรล่ะ”

“วันนั้นใครเป็นคนช่วยอาจารย์ยกรายงานพวกนี้มาที่ห้องพักคะ” ทันทีที่นุ่นถามออกไปเพื่อนทั้งสองคนก็หันมองหน้ากันและเริ่มสังหรณ์ใจขึ้นมา เพราะพวกเธอมีลางสังหรณ์ว่าเบลล์ต้องถูกใครสักคนแกล้งแน่ๆ

“ปรียาภรณ์กับกรกนกน่ะ สองคนนั้นช่วยอาจารย์ยกรายงานมา เธอถามทำไมเหรอ คงไม่คิดว่าสองคนนั้นกลั่นแกล้งเพื่อนเธอหรอกนะ” ทั้งสามคนมองหน้ากันทันทีเพราะชื่อที่อาจารย์บอกคือชื่อจริงของปุยฝ้ายกับยัยนกเพื่อนสนิทของปุยฝ้ายนั่นแหละ นุ่นขยิบตาบอกให้เพื่อนลาอาจารย์และออกไปคุยกันข้างนอก ซึ่งเบลล์ก็รีบหันไปบอกอาจารย์เพราะเธออยากรีบออกไปจัดการกับคนที่มันล้ำเส้นเธอเร็วๆ

“พวกเราไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ ยังไงเรื่องรายงานหนูจะทำมาส่งใหม่ตามที่อาจารย์บอก ส่วนวันนี้หนูไม่รบกวนอาจารย์แล้ว ขอบคุณมากนะคะที่ยังให้โอกาสหนูได้ทำรายงานส่งอีกครั้ง” ถึงเธอจะสงสัยอีกฝ่ายแต่มันก็ยังไม่มีหลักฐาน อีกอย่างเธอไม่อยากนำปัญหาส่วนตัวมาปรักปรำคนอื่นต่อหน้าอาจารย์ คนอย่างปุยฝ้ายถ้าไม่มีหลักฐานมันไม่ยอมรับออกมาง่ายๆ หรอก ขนาดเธอจับได้ว่ามันแอบกินกันกับแฟนเก่าลับหลังเธอ อีกฝ่ายยังลอยหน้าลอยตาอย่างไม่รู้สึกผิดอะไรเลย เพราะงั้นมันต้องเจอเธอเอาคืนอย่างเจ็บแสบจะได้เลิกทำตัวเป็นหมาที่กัดเธอไม่ปล่อยแบบนี้…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป