บทที่ 8 แสบนัก

@ผับ CK

มิลนิกส์มีสีหน้าบึ้งตึงสาวเท้าลงจากรถพอร์ชด้วยชุดเสื้อแขนยาวสีชมพูผ้านุ่มมีขน สอดใส่ชายเสื้อในกระโปรงทรงเอสีขาวสั้นถึงต้นขาขาวผ่อง

“ฟู่~” หลับตาพลางพ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ เพื่อให้ตัวเองผ่อนคลาย แล้วบอกกับตัวเอง “แค่สามเดือนเองมิล แป๊บเดียว”

สูดหายใจเข้าปอด แล้วสาวเท้าเดินเข้าผับ ฝ่าฝูงชนมากหน้าหลายตาทั้งชายและหญิง ที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มอย่างเมามัน พลอยทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามแทบไม่เป็นจังหวะ ท่ามกลางแสงไฟหลากสีสอดส่องลงมาจากเพดานตกกระทบใบหน้าจนสายตาพร่ามัว

“คุณมิลนิกส์ครับ”

มิลนิกส์หันไปตามเสียงเรียกขณะที่เธอกำลังมองหาทางไปห้องทำงานเจ้าของผับ

“เชิญทางนี้ครับ”

สาวเท้าเดินตามหลังการ์ดร่างใหญ่ไปชั้นสามของผับ ซึ่งเต็มไปด้วยชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ยืนคุ้มกันตามจุด ราวกับกลัวใครจะเข้ามาลอบทำร้าย

“พี่คะถ้าจะดูกล้องวงจรปิดต้องไปที่ไหนคะ?” กรวดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วถามออกไปตามตรง

“ต้องขอดูที่นายครับ”

“คนเดียวเลยเหรอคะ?”

“ครับ” การ์ดตอบรับเพียงเท่านั้นโดยไม่อธิบายเพิ่มเติม

มิลนิกส์หม่นคิ้วพลางกัดปากล่างอย่างคิดหนัก เพราะโอกาสจะรอบเข้าห้องมาเฟียหนุ่มนั้นยากเย็นแสนเข็ญราวกับงมเข็มในมหาสมุทร และไหนจะเรื่องสัญญาบ้า ๆ นั่นอีก

“เฮ้อ~” ถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างหมดแรงกับปัญหาที่ต้องตามแก้

คิดหาหนทางกระทั่งเดินมาถึงหน้าห้องเจ้าของผับ

“เชิญครับ” การ์ดผายมือเชิญหลังจากเปิดประตูให้

มิลนิกส์สาวเท้าเดินเข้าห้องทันที ทำให้ปะทะเข้ากับแววตาคมเรียบนิ่งยากจะคาดเดาอารมณ์ของภาคินพอดี ราวกับเขากำลังนั่งรอเธอ ซึ่งภายในห้องสีขาวเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ต่างไปจากห้องทำงานที่บริษัท ข้าวของทุกอย่างเรียงรายกันเนี้ยบซะจนไม่มีที่ติ

“น่าเกลียด”

“อะไร?” ละสายตาออกจากเรือนร่างอันบอบบางมองสบตากับแววตาคู่สวยเป็นประกายน่าหลงใหลแต่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

เธอยิ่งเกลียด..เขาก็ยิ่งอยากเอาชนะ

“ไม่เคยมีใครบอกเหรอ ว่าห้ามมองผู้หญิงตั้งแต่หัวจรดเท้า”

“หึ เหรอ?”

“ยังจะมาตีหน้ามึนใส่อีก”

ภาคินกระตุกยิ้มมุมปากเบา ๆ

“นั่งลงสิ”

มิลนิกส์จิ๊ปากใส่อย่างหมั่นไส้ เลื่อนเก้าอี้ออกเล็กน้อยแล้วทรุดตัวนั่งลง

“ชุดนี้เหมาะกับงานทำความสะอาดดีนะ”

“เหมาะบ้าอะไรล่ะ!”

          “ก็รู้หนิ แล้วใส่มาทำไม?”

“เฮ้ย! นี่หลอกด่ากันเหรอ?”

“คิดเอาเอง ออกไปได้ละ”

“เพื่อ? เรียกให้มานั่งแล้วก็บอกให้ไปเนี่ยนะ ประสาทปะ?”

“หรืออยากให้ฉัน....” ภาคินหยุดชะงักคำพูด แล้วหลุบสายตามองร่องเสื้อของมิลนิกส์ใบหน้าหล่อประดับด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างเปิดเผย

“ไอ้ลามก!” แหวใส่ทันที มือบางรีบปิดหน้าอกพร้อมทั้งเด้งตัวลุกขึ้นจ้องมองใบหน้าหล่อเจ้าเล่ห์ตาเขียว ทว่ามาเฟียหนุ่มกลับยกยิ้มสะใจอย่างไม่สะท้านกับคำต่อขานของเธอ

“ต่อจากวันนี้มาทำงานและเลิกงาน ให้มาเจอฉันก่อนกลับ”

“ต้องการอะไรไม่ทราบ?”

“ฉันเตรียมคนสอนงานให้เธออยู่ด้านหลัง ไปได้ละ” ไม่ตอบคำถามแต่กลับสั่งแทน ว่าจบก็ก้มหน้าทำงานทันที ทำราวกับว่าอยู่คนเดียวในห้องทำงาน

มิลนิกส์กัดฟันบ่นอุบอิบอย่างหงุดหงิดกับท่าทางเย็นชาน่าหมั่นไส้ของชายหนุ่มตรงหน้า

“ศพเดินได้เอ๊ย!” ด่าอย่างไม่มีเสียงแล้วแยกเขี้ยวใส่ ก่อนหมุนตัวเดินกระทืบเท้าออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง โดยมีสายตาของมาเฟียหนุ่มมองตามหลังไปจนกระทั่งบานประตูห้องทำงานปิดสนิท

...

“เซตนี้ของนายนะ ถ้าเด็กใหม่เข้ามาก็บอกให้ยกไปให้นายชั้น3” ผู้จัดการร้านกล่าวบอกกับมิลนิกส์ที่กำลังเช็ดแก้วกลางโต๊ะห้องครัว

“ค่ะ” มิลนิกส์ตอบรับอย่างยิ้ม ๆ ครั้นผู้จัดการร้านเดินออกไป เธอหลุบตามองเซตแอลกอฮอล์แล้วยกยิ้มมุมปากเบา ๆ อย่างมีแผนการ

“รู้จักฉันน้อยไปซะแล้ว ไอ้ขี้เก๊ก!” แววตาคู่สวยเต็มไปด้วยเลศนัย

มิลนิกส์ล้วงหยิบซองบางอย่างออกมาจากเอวบาง หันซ้ายมองขวาดูลาดเลา แล้วแหงนคอสำรวจกล้องวงจรปิด เมื่อทางสะดวกจึงรวยผงสีขาวลงในถังน้ำแข็งให้ทั่ว และ กับแก้มจนหมดทั้งซองขนาดเล็ก

“หึ” เธอเค้นเสียงในลำคออย่างพึงพอใจพลางยิ้มเยาะ แล้วกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง

#อีกด้าน

“แสบนัก” ภาคินเผยรอยยิ้มร้ายกาจออกมาบาง ๆ ละสายตาออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เอ็นหลังพิงกับผนังเก้าอี้ทำงาน มือหนาทั้งสองข้างประสานกันบนหน้าท้องอันแข็งแกร่ง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูจากด้านนอกดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเข้าพร้อมกับหญิงสาวร่างเพรียวสวมชุดเสื้อสายเดี่ยวสีแดงและกางเกงยีนขาสั้นแทบเห็นแก้มก้นอยู่รอมร่อ

“เด็กใหม่ครับนาย” เทวากล่าว

ในขณะที่หญิงสาวคนดังกล่าวเดินสับขาส่งแววตายั่วยวนให้กับเจ้าของผับ นำถาดแอลกอฮอล์ไปวางบนโต๊ะกระจกหน้าโซฟา

“อีกห้านาทีไปตามยัยเด็กนั่นมาหากู” ภาคินสั่งพลางดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานเต็มความสูง

“ครับ” เทวาโค้งศีรษะน้อมรับคำสั่ง แอบเหลือบตามองใบหน้าหล่อของผู้เป็นนายอย่างสงสัยก่อนเดินออกไป

เวลานี้กลับตาลปัตรเมื่อผู้เป็นนายเปลี่ยนแปลงไปจนไม่น่าเชื่อ ยิ้มง่ายและพูดมากขึ้น อีกทั้งยังให้ความสนใจยัยลูกสาวมาเฟียใหญ่มากกว่าใคร อย่างไม่เคยเป็นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน นอกซะจากน้องสาวสุดหวง ทั้งที่ยัยเด็กนั่นมีนิสัยที่ผู้เป็นนายเกลียดชัง อวดดี หยาบกระด้าง ไร้มารยาท มีครบทุกอย่างไร้ซึ่งความเป็นกุลสตรี...

#สิบนาที

“เชิญ” เทวาผายมือให้มิลนิกส์เดินเข้าไปหาผู้เป็นนายตามคำสั่ง หลังจากเป็นฝ่ายเปิดประตูให้

มิลนิกส์จิ๊ปากใส่เทวาด้วยความหมั่นไส้แล้วย่างก้าวเข้าห้องเจ้าของผับ ทว่าเท้าเล็กกลับต้องหยุดชะงักทันใด ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เมื่อภาพตรงหน้าไอ้คนขี้เก๊กกำลังหม่นซอกคอนัวเนียกับสาวนมโตอย่างมัวเมา ไม่สนใจว่าใครจะยืนอยู่หรือไม่

“นี่! จะเรียกให้มายืนดูหรือไง”

ประโยคประชดประชันจากมิลนิกส์ทำให้ภาคินผละใบหน้าออกจากซอกคอของหญิงสาวร่างเพรียวนมโตอย่างอ้อยอิ่ง

“ออกไป”

“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจ เธอลุกขึ้นจากโซฟาเดินหน้าบึ้งกระแทกไหล่มิลนิกส์ด้วยความหมั่นไส้ที่ถูกขัดจังหวะความสุขระหว่างเธอกับเจ้าของผับออกไป

“ยัยนี่!” มิลนิกส์กัดฟันแยกเขี้ยวตามหลังหญิงสาวคนดังกล่าวไปอย่างหัวร้อน

“จะยืนบื้อตรงนั้นอีกนานไหม?”

หันขวับจ้องเขม็งเจ้าของใบหน้าหล่อ ก่อนสาวเท้าเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ชำเลืองมองจำพวกแอลกอฮอล์บนโต๊ะแวบหนึ่งแววตาสงสัย กับแก้มและน้ำแข็งต่างลดลง แต่ทำไมไอ้ขี้เก๊กถึงไม่ถูกฤทธิ์ของยากล่อมประสาทครอบงำสติ ทั้งที่ยากล่อมประสาทของอาเธอผลิตขึ้นชนิดพิเศษ แรงกว่ายากล่อมประสาทธรรมดาสิบเท่า ไม่ถึงนาทีก็เห็นผล

“มีอะไรก็รีบพูดมา?”

“รีบไปไหนไม่ทราบ?”

“อย่ามาโอ้เอ้!”

“หึ มาดื่มไวน์เป็นเพื่อนหน่อยสิ” ภาคินเค้นเสียงในลำคอพร้อมทั้งยิ้มร้าย

“พนักงานจะดื่มกับเจ้าของผับได้ยังไงคะ คุณภาคิน”

“ได้สิ ถ้าฉันอนุญาต”

มิลนิกส์จ้องมองลึกเข้าไปในแววตาคู่คมของคู่สนทนานิ่งเพื่อค้นหาความจริง แต่สุดท้ายกลับพบเพียงความว่างเปล่า เธอจึงหย่อนตัวนั่งบนโซฟาตัวยาวฝั่งตรงข้ามหวังดูชั้นเชิงอีกฝ่าย ในขณะที่ภาคินกำลังรินไวน์ใส่แก้วเปล่าพร้อมทั้งเพิ่มน้ำแข็งอย่างที่ไม่ควรจะเป็น ก่อนยื่นให้...

“ฉันไม่ชอบดื่มไวน์ใส่น้ำแข็ง”

“ดื่ม!”

คำสั่งเผด็จการของภาคินทำให้มิลนิกส์หม่นคิ้วเข้าหากันมองแก้วไวน์ในมือหนาอย่างช่างใจ

“ที่ไม่ดื่ม กลัวฉันใส่อะไรลงไปอย่างงั้นเหรอ?”

“แล้วทำไมฉันต้องดื่ม?” หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งเนื้อตัวยังเย็นเฉียบ เพราะกลัวตกหลุมพรางตัวเอง

“ก็ฉันสั่ง”

“ก็ได้! ดื่มแล้วฉันจะออกไปทันที”

“หึ” ภาคินกระตุกยิ้มมุมปากแทนคำตอบ ก่อนที่แก้วไวน์ในมือจะถูกหญิงสาวร่างเล็กตรงหน้า คว้าไปกระดกเข้าปากเล็กรวดเดียวหมดแก้ว

-----------------------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป