บทที่ 7 ตอนที่ 6 พี่เสร็จไหมครับ
ตอนที่ 6 พี่เสร็จไหมครับ
สองวันต่อมา
ตลอดสองวันที่ผ่านมาตะวันแต่งตัวมิดชิดเพื่อปกปิดร่องรอยที่ใครบางคนฝากเอาไว้เพราะกลัวว่า..ว่าที่เจ้าบ่าวจะเห็นเข้า เธอไม่รู้ว่าสองวันของพี่ธันกับสองวันของเธอมันเท่ากันไหม เพราะรู้สึกว่ามันยาวนาน อึดอัดทรมานมากจนแทบขาดใจ แตกต่างกับช่วงเวลาที่มีอสูรสิ้นเชิง
“พี่กลับไปทำงาน คงไม่มีเวลาแวะมาหาบ่อย ๆ โกรธไหมครับ”
“ไม่นะคะ”
“แล้วจะคิดถึงพี่ไหม พักนี้เราไม่ค่อยอ้อนพี่เลย”
“ก็ค่ะ คงเริ่มชิน”
“เดี๋ยวแต่งงานกันก็ได้เจอหน้ากันทุกวันแล้ว”
“^_^ ค่ะ” คลี่ยิ้มจนตาเป็นสระอิแทนคำตอบ ไม่รู้ว่าเขารู้เห็นหรือมองออกไหมว่าเธอนั้นเสแสร้งแกล้งทำจนเริ่มเหนื่อยแล้ว
“ขอจุ๊บหน้าผากหนึ่งครั้งได้ไหมครับ จะได้มีแรงไปทำงาน”
“ค่ะ ~” ตะวันยิ้มพยักหน้ายอมแต่โดยดี โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาใครบางคนกำลังจ้องมองอยู่ภายในรถ..
“พี่ไปก่อนนะ ไว้มาค้างใหม่ เราจะได้มีเวลาด้วยกันอีก ส่วนค่าขนมพี่โอนให้แล้วนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ บาย ~” ยิ้มหวานโบกไม้โบกมือให้พี่ธัน และเมื่อลับตา เธอก็รีบวิ่งเข้าบ้านไปยืนล้างมือ แถมยังเช็ดหน้าผากอีกนับสิบ ๆ ครั้ง อาการแบบนี้ไม่ได้รังเกียจนะ ไม่รังเกียจเลยจริง ๆ
“ขนาดนั้น?”
เสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำหญิงสาวหยุดชะงัก หันกลับไปมองเชื่องช้าก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งใจที่เห็นว่าเป็นอสูรไม่ใช่พี่ธัน
“ขอล้างมือแป๊บหนึ่ง มือสกปรก”
“ไปจับอะไรมา”
“จับเสนียด” ตอบเสียงดังฟังชัดจนอสูรหัวเราะในลำคอ เดินมาช้อนหลังเนียนสวมกอดเกยคางบนไหล่ช่วยล้างมือ
“ถ้าขนาดนี้ไม่บอกไปเลยล่ะว่าไม่แต่งแล้ว จะได้ไม่อึดอัด”
“ไม่ พี่จะทำให้มันเสียเงินเสียหน้า เอาให้อายจนไม่รู้ต้องเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนเลย”
“ร้ายกาจ”
“ไม่เท่าที่มันสองคนทำกับพี่หรอก”
“ครับ ผมรู้” พยักหน้ารับรู้ความเกลียดชังของพี่ตะวัน ระหว่างที่ยืนก็เนียนดอมดมคอขาวกกหู แก้มฝาดเป็นระยะ จนรุ่นพี่หันมาสบตา..
“พอหรือยัง เยอะไปแล้ว”
“นิดหน่อยเอง”
“ไม่หน่อย มือเหี่ยวหมดแล้วเนี่ย”
“หึหึ..ครับ” เหี่ยวก็เหี่ยว เหี่ยวทั้งเธอและเขาเลยล่ะ ทั้งถูสบู่ทั้งล้างน้ำ..
เมื่อพี่ตะวันล้างมือเช็ดมือเสร็จสรรพ เขาก็เดินเนียนไปปิดประตูบ้านล็อกเอาไว้ สาวเท้าเดินดูภายในบ้านจนไปหยุดอยู่หน้าห้องนอน ซึ่งอสูรก็ไม่ลังเลที่จะเปิดและดันเข้าไป
“ขอแต่งหน้าแป๊บหนึ่ง”
“แต่งทำไม จะไปไหน”
“อ้าว ไม่ได้จะมารับไปข้างนอกเหรอ”
“…” อสูรไหวไหล่ ย่อตัวนั่งลงบนเตียงนอนอย่างไร้มารยาท ระหว่างที่รอเจ้าของบ้านแต่งหน้า หากเป็นเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่มีอะไรกัน เขาคงเดินไปนั่งที่โซฟา ไม่ก็รออยู่นอกห้อง ผิดกับตอนนี้ที่กำลังนอนกระดิกเท้าสบายใจอยู่บนเตียงนอนของพี่ตะวัน
“ห้องพี่วิวดีนะ”
“ก็ดีทุกห้องแหละ”
“มันนอนห้องไหน”
“ห้องข้าง ๆ”
“ไม่ใช่มานอนบนเตียงนี้เหรอ”
“ไม่มีทาง”
“มันอยู่กับพี่สองต่อสองแบบไม่มีอะไรกัน ทำได้ยังไง?”
“เรื่องพวกนี้เคยคุยกันมานานแล้ว พี่ธันก็เข้าใจ..” เข้าใจว่าเธอไม่พร้อม เขาเลย..เหอะ!
“ดี ไม่อย่างนั้นเราก็คงไม่ได้เป็นคนแรกของกันและกัน”
“พูดอีกแล้ว” หันไปยู่ปากใส่อสูร ที่เริ่มพูดจาวกวนเข้าเรื่องอย่างว่า ทำให้ร่างสูงหัวเราะในลำคอ เบือนหน้ามองไปทางอื่น ล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา
อสูรนอนรอราว ๆ ครึ่งชั่วโมง กว่าเจ้าของไร่ตะวันจะแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จ กระทั่งแล้วเสร็จทุกอย่าง สองเราก็ตรงไปยังรถหรูของเขา มีบ้างที่ถามว่าสองวันที่ไม่เจอกันเธอทำอะไร คำตอบก็เดิม ๆ ทำงาน กินนอน ดูหนัง ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ออกจะอึดอัดใจ หงุดหงิดน่ารำคาญ ท่าทางที่พี่ตะวันพูดเหมือนคนสุดจะทนเขาเลยค่อนข้างมั่นใจว่าเธอไม่ได้มีความรู้สึกดี ๆ ให้ว่าที่เจ้าบ่าวแล้ว
แต่ถ้าเพื่อนสนิทที่ชื่อเอวาก็ไม่แน่ คนเคยเป็นเพื่อนรักกันมานาน นานแค่ไหนไม่รู้ ไม่เท่าเขาที่แอบชอบเธอมาตลอดสิบปีกว่าก็แล้วกัน
ตลอดทางพี่ตะวันไม่ถามไม่ไถ่นั่งร้องเพลงคลออย่างคนอารมณ์ดี พอเปลี่ยนเป็นเพลงเศร้าก็จะได้ยินเสียงกระซิกเหมือนร้องไห้ จนต้องขมวดคิ้วหันไปมอง ซึ่งทุกอย่างก็ปกติดี ที่ไม่ปกติเห็นจะเป็น..เธอ มากกว่า
“ทางไปหมู่บ้านสวรรค์หนึ่ง” เสียงร่างเล็กอ่านป้ายบอกทาง
“ทางไปหมู่บ้านสวรรค์สอง เอ..อยู่ใกล้กันเหรออสูร”
“ครับ หนึ่งสองไม่ไกลกัน”
“สามสี่ห้าล่ะ”
“สามสี่ใกล้กัน ห้ายังไม่เสร็จ ต่อเติมอยู่” อสูรพูดขณะที่ตบไฟเลี้ยวเข้าซอย หญิงสาวด้านข้างที่นั่งมองมาตลอดทางคิดอยากแกล้งเลยเอ่ย..
“เฮียอสูรขา ~ น้องตะวันอยากได้สักหลัง เป็นไปได้ไหมคะ”
“มาเป็นเมีย เดี๋ยวให้ทุกหลัง”
“โอโห ~ สายเปย์มากเว่อร์”
“พอตัว”
“เปย์สาวขนาดนี้จะหมดตัวเอานะ”
“ทั้งชีวิตผมมีพี่แค่คนเดียว ถ้าจะหมดตัวกับคนนี้ก็ให้มันรู้ไป” เจ้าของโครงการบ้านสวรรค์พูดไม่สะทกสะท้าน
ทันทีที่รถขับเข้ามายังโครงการหมู่บ้าน รปภ.ของหมู่บ้านก็เอ่ยทักทายสีหน้ายิ้มแย้ม จนเมื่อขับผ่านไป วิวราคาหลักล้านก็เริ่มปรากฏให้เห็นพร้อมกับความสูงชันที่รถกำลังขับเคลื่อนขึ้นไป
“โห ทางเป็นแบบนี้เหรอเนี่ย” พึมพำตามลำพังมองทางขึ้นหมู่บ้านสวรรค์ ที่ไม่คิดว่าจะสูงชันมากขนาดนี้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นนั่งนิ่งตัวแข็งทื่อในตอนที่ล้อรถฟรี..
“รถแรงครับ โทษที” อสูรหันมายักคิ้วกวน ๆ ใส่ เลี้ยวหักศอกเข้าไปยังบ้านหลังใหญ่ที่เพื่อนพี่ชายจะเข้ามาอยู่อาศัยเร็ว ๆ นี้ ตะวันที่ยังตกใจอยู่เป็นต้องยกมือทาบอก ลูบอกปลอบตัวเองให้อย่าขวัญอ่อน จนประตูด้านข้างเธอเปิดออก
“กลัวอะไรขนาดนั้น ลงมาได้แล้ว”
“อสูร..มันสูงแล้วก็น่ากลัวมากเลย”
“ก็ครับ แลกกับวิว” ชี้ไปยังตัวบ้านที่หันออกไปมองเห็นวิวทะเล บ้านเรือน เกาะเล็กเกาะน้อย พร้อมสระว่ายน้ำหมุนเวียนขนาดใหญ่ ไม่รวมสระสปา พื้นที่ใช้สอยนอกบ้าน
“สวยมาก แบบมาก ๆ”
“ผู้หญิงที่มาเช่าบ้านสวรรค์มีผัวหมดเลยนะ ถ้าบ้านไหนไม่มีแล้วขับขึ้นมาเองได้คือโคตรเก่ง ถ้าพี่สังเกตจะเห็นว่าตามข้างทางมีรอยขูดรอยชน ลูกบ้านผมเองแหละ”
“อย่าว่าแต่ผู้หญิง ผู้ชายก็ด้วย เก่งมาก! ยิ่งหักศอกเข้าบ้านแบบเมื่อกี้ หัวใจจะวาย”
“แก่แล้วก็แบบนี้”
“แก่กว่าสองปีนี่นะ”
“ก็แก่กว่า..”
“บ้า” ว่าให้อสูรที่ว่าเธอแก่ แค่สองปีมันไม่น่าเกลียดอะไรขนาดนั้นหรอก อายุเลขสามก็กำลังดี แต่อีกหลายปี..รอก่อน
“เดินเข้าไปดูในบ้านได้นะ ดูได้ทุกห้อง แม่บ้านน่าจะมาทำความสะอาดบ้างแล้ว แต่เดี๋ยวผมตรวจแล้วสั่งงานอีกที..”
“อือ แล้วนายจะไปไหนเหรอ”
“สูบบุหรี่ข้างล่าง”
“อือ” พยักหน้าเดินแยกไปกันคนละทาง
ตะวันดันประตูเข้าไปด้านในตัวบ้าน หันมองซ้ายมองขวาตาลุกวาว สมกับชื่อบ้านสวรรค์จริง ๆ ที่ประทับใจที่สุดคือวิวหลักล้านนี่แหละ เห็นแล้วสบายหูสบายตาสบายใจ มันไกลสุดลูกหูลูกตามากดูเป็นส่วนตัวสุด ๆ ในส่วนของบ้านก็สะอาดมาก เฟอร์นิเจอร์ใหม่มากเหมือนไม่เคยถูกใช้งานมาก่อนจนอดคิดไม่ได้ว่าบ้านเพิ่งสร้างเสร็จหรือเปล่า และทันทีที่หย่อนก้นลงบนโซฟา ก็แทบจะหลับใหลทันที มันนุ่มชนิดที่ว่าไม่ว่าจะนั่งจะนอนหรือกระโดด ไข่ที่วางบนโซฟาก็ไม่มีทางหล่นหรือแตกเหมือนในโฆษณาไม่มีผิด
เมื่อเห็นแบบนี้ ความอยากรู้อยากเห็นก็ทวีคูณมากยิ่งขึ้น เลยเป็นเหตุให้เดินสำรวจไปทีละห้อง ทีละห้องจนเจอบันไดลงไปด้านล่าง ระหว่างที่กำลังเดินเธอได้ยินเสียงอสูรดังแว่วขึ้น
“อยากได้อะไรบ้าง เดี๋ยวกูให้ลูกน้องหาไว้ให้”
“ให้กูหาผู้หญิง? พวกมึงหากันเองไม่ดีกว่าหรือไง ความชอบไม่เหมือนกัน”
“ล่ามแปลภาษาเหรอ เออมี ๆ”
“ปืนมีทุกบ้าน ไม่ต้องกลัวถูกปล้น”
“มากี่คนนะ”
“เออมาเยอะก็ดี อยากเช่าหลังอื่นก็บอกกูล่วงหน้าสักสองวัน จะได้เตรียมไว้ให้”
“กูล้างสระแล้วครับไอ้ปีศาจ!”
“มาคนเดียว”
“คนเดียว!”
“เออ!” กระแทกเสียงใส่คนในสายก่อนจะตัดสายทิ้งสูบสารนิโคตินเข้าเต็มปอดแล้วปล่อยออกมาเป็นควันขาว ยังไม่ทันจะผ่อนคลายเสียงไอแค่ก ๆ ก็ดังขึ้นจนต้องรีบปัดควันบุหรี่
“ลงมาทำไม..” ถามแล้วสูบอีกครั้งเดินพ่นควันขาวก่อนมาถึงตัวพี่ตะวัน
“ก็นายบอกว่าดูได้ ข้างบนดูหมดแล้ว”
“เลยลงมา?”
“อือ สวยเนอะ สวยสมราคา”
“มาเช่าสักหลัง”
“เก็บเงินไว้กินข้าวดีกว่า”
“กินข้าวมื้อละหลายแสน?”
“หลายแสนที่เช่าบ้านน่ะ กินข้าวได้นานเลยค่ะ”
“ครับ เข้าใจได้” ถ้าไม่ชอบความสงบ ไม่ชอบวิว ไม่มีเงินมากพอ ก็คงมาเช่าไม่ได้ ค่าเช่าต่อเดือนปากกัดตีนถีบกันเลยทีเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นที่นิยมของสังคมอีกระดับ มีเงินมากหน่อยก็ได้รับความสะดวกสบาย วิวสบายหูสบายตา
ความจริงแล้วเขาสามารถสร้างโครงการบ้านนับร้อยหลังก็ได้ ไม่ยากเลย แต่เพราะไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่ชอบบ้านติดกัน พื้นที่ใช้สอยน้อย เลยตัดสินใจสร้างแบบนี้แทน ผลตอบรับก็ไม่ได้แย่ ไม่นานก็คืนทุน มีเงินใช้ทุกเดือนสบาย ๆ
ยิ่งเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันบอกต่อปากต่อปาก มีมาทุกเดือน บางคนหกเดือน บางคนก็เป็นปี ถ้าเป็นเพื่อนไอ้ปีศาจยิ่งแล้วใหญ่..แทบจะขนเงินมากองตรงหน้ากันเลยทีเดียวเชียว
“บ้านให้เช่าอย่างเดียวเหรอ”
“ขายด้วยครับ”
“มีคนซื้อไหม”
“ในสี่สวรรค์มีซื้อไม่ถึงสิบหลัง”
“ค่าเช่าขนาดนี้ ค่าบ้านตัวเบาแน่เลย”
“ถ้าใหญ่แบบที่เราอยู่กันนี่ผมขายสี่สิบ ถ้าเล็กกว่านี้หน่อยสามสิบ”
“ถามจริง?”
“ตอบจริง”
“ไม่รวยจริงซื้อไม่ได้นะ”
“มีเงินซื้อเก็บไม่เสียหาย ปล่อยเช่าก็กินเงินยาว ๆ”
“นายเคยอยู่ที่นี่ไหม?”
“เคย”
“ทำไมออกล่ะ?”
“ช่วงก่อนเพื่อนที่จีนพากันแห่มาเช่าจนเต็มทุกหลัง แทบไม่มีที่ให้อยู่ ผมเลยต้องไปซื้อคอนโดอยู่แทน ตัดปัญหา”
“นี่สินะ วิธีแก้ปัญหาของคนรวย ~” ตะวันยิ้มตาหยีกอดแขนอสูรพูด พลางคิดว่าเด็กน้อยในวันนั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากแล้วในวันนี้ เผลอ ๆ ประสบความสำเร็จมากกว่าเธอที่เกิดก่อนด้วยซ้ำ ภูมิใจในตัวอสูรแทนพ่อแม่จริง ๆ
“พูดซะรู้สึกผิด ที่จริงผมก็ไม่ได้รวยหรอก พี่ก็รู้..”
“รู้สิ ตอนนี้ก็รู้และภูมิใจในตัวนายมาก เด็กน้อยอสูรของตะวันเก่งที่สุดเลย ~”
“เด็กน้อยเลยเหรอ..”
“อือ เด็กน้อย ~” พูดแล้วบีบแก้มอสูรคลายความมันเขี้ยว
“ผมไม่น้อยนะ โตแล้ว โตมากด้วย”
“แต่พี่ก็ยังเห็นนายเป็นเด็กในสายตาอยู่ดี”
“เพราะแบบนี้หรือเปล่าเลยไม่รับรักผมสักที”
“บ้าน่า..”
“ผมโตแล้วพี่ โตมากแล้ว”
“อสูร ~”
“ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวพาไปดูก็ได้ เด็กน้อยที่พี่ว่าไม่น้อยแล้ว โตจนพี่บอกจุกไม่รู้กี่รอบ จำไม่ได้เหรอ” จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เขาอยากทบทวนความจำกับเธออยู่พอดี วิวก็เป็นใจ อากาศก็เป็นใจ คงไม่มีอะไรเหมาะไปมากกว่าการพาพี่ตะวันไปดูอสูรร้ายอีกแล้ว
“ทำไมนายเป็นคนแบบนี้?”
“ก็เป็นแบบนี้จะให้เป็นแบบไหน”
“พี่ไม่..”
“ไม่ต้องพูดน่า” พูดแล้วตะครุบปิดปากลากเข้าห้อง ถ้าจะกรี๊ดขอให้ใครสักคนเข้ามาช่วยก็คงเป็นเขานี่แหละที่ต้องช่วย ช่วยเธอในบ้านสวรรค์ให้ขึ้นสวรรค์ จะชั้นไหนค่อยว่ากันอีกที
แน่นอนว่าอสูรไม่ปล่อยให้เวลานี้สูญเปล่า..เขาทั้งกอดรัดฟัดเหวี่ยงเธอจนเสื้อผ้ากระจัดกระจายทั่วทุกมุมห้อง ก็เล่นถอดกันตั้งแต่ประตูจนมาถึงเตียง ต่างคนก็ต่าง..ดูดปากแลกน้ำลายกันแบบนี้จะเหลืออะไร
มันน่าแปลกตรงที่เธอไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำเลยทั้งที่ก่อนหน้านี้ปฏิเสธความหวังดีของอสูรมาตลอด กระทั่งวันนี้..ที่ไม่สามารถปฏิเสธหลีกเลี่ยงได้ จนกลายเป็นสมยอมเต็มใจให้เขาทำ
ปึก ปึก ปึก! เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องภายในห้องนอน ตอกย้ำว่าสองเรามาไกลเกินกว่าคำว่าพี่น้องไปแล้ว
เอวสอบที่ขยับโถมกระแทกในท่าคลานเข่าผ่อนแรงกระแทกลง สอดมือไปเชยปลายคางพี่ตะวันให้เงยหน้ามองวิวหลักล้านด้านหน้า..
“ชอบไหม..” ถามเสียงสั่นขณะที่ประคองท่อนลำไม่ให้หลุดออกจากใจกลางความเป็นสาวที่ตอดรัดจนแทบไปไม่เป็น ร่างเล็กที่คลานเข่าพยักหน้าเผยอปากครางอือในลำคอ แล้วจึงขยับตามมืออสูรที่รั้งไหล่ขึ้น
“ผมชอบพี่ตอนนี้มาก..หลงจนโงหัวไม่ขึ้น”
“อ..อือ อ..อสูร ~ จ..จุก พี่จุก” เธอครางบอกร่างสูงไม่ขาดปาก ซึ่งไม่สามารถเรียกความเห็นใจจากอสูรได้ เขายังคงกระแทกกระทั้นไม่ออมแรงในท่านี้ต่อรัว จนเริ่มรู้สึกปวดฉี่ จึงได้ขอให้เขาเบาแรงกระแทกอย่างเขินอาย..
“พี่จะแตก ไม่ใช่ปวดฉี่ แต่ถ้าอยากจะฉี่..ฉี่เลย ผมไม่ถือ”
“บ..บ้า ม..ไม่เอา”
“ก็เลือกเอา เพราะผมไม่ปล่อยพี่อยู่แล้ว”
“อ..อสูร พ..พี่ไม่ไหว จริง ๆ นะ” น้ำเสียงขาดหายเอ่ยดังขึ้น เนื้อตัวก็สั่นเทิ่ม..จำต้องหันไปสบตาอสูร สีหน้าอสูรตอนนี้ก็ดูทรมานไม่ต่างจากเธอ เลยจะลองเชื่อเขาดูสักครั้งว่าสิ่งที่พูด..มันจริงไหม
เจ้าของความแข็งขืนที่กระแทกโถมแรงไม่ยั้งยอมผละแขนที่โอบกอดร่างเล็กให้คุกเข่าออกเพื่อคืนอิสระให้เธอ กลายเป็นว่าพี่ตะวันกลับมาอยู่ในท่าคลานเข่าและครั้งนี้เธอก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะประคองลำตัวช่วงบนแล้ว เลยเป็นท่าดกก้นให้เขา..ซอยรัว ๆ สำหรับเธออาจจะจุกลึกสุดลำ แต่กับเขาไม่ มันยังลึกกว่านี้ได้อีก ขาแข็งแรงที่คุกเข่าอยู่เลยขยับขึ้นย่อตัวให้อยู่ในระดับกระแทกพอดี ไม่วายเอื้อมมือไปคว้าผมยาวสลวยของพี่ตะวันให้เชิดหน้าขึ้น ก่อนจะถาโถมแรงรักใส่เธอในท่านี้รัว เสียงครางระงมดังแข่งกับเสียงเนื้อกระทบกันหลายนาที บทสวาทรักเร่าร้อนจึงได้สิ้นสุดลง..เหมือนอย่างคนสองคนที่ขยับล้มลงนอน
“ชอบไหม..” อสูรรั้งพี่ตะวันที่นอนหันหลังให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขน กระซิบถามเสียงเหนื่อยหอบ และคำตอบก็คือลมหายใจที่ไม่สม่ำเสมอ หญิงสาวที่ใกล้จะเคลิ้มหลับเต็มทีปรือตาขึ้นมองมือใหญ่ที่ลูบไล้หน้าท้องแบนราบจนขึ้นมาขยำหน้าอกอวบ ส่ายหน้าไปมาบอกอีกคนว่าเธอนั้นไม่ไหวแล้ว
“ผมทำเอง” เอ่ยบอกแล้วหายใจรดต้นคอขาว พรมจูบแผ่วเบา..
“อสูร ~ เหนื่อย..”
“พี่แค่นอนรับแรงกระแทก ไม่เหนื่อยเท่าคนกระแทกหรอก”
“ไม่ไหว..”
“ต้องลอง”
“นายไม่เหนื่อยบ้างเหรอ หิวมาจากไหน”
“หิวมาสองวัน ไม่ได้กินจะลงแดง”
“บ้า!” ว่าแล้วฟาดมือที่บีบขยำหน้าอกเล่น
“ก็ผมมีแค่พี่” อสูรพูดขณะที่ดันตัวเองลุกขึ้น คว้าไหล่ที่ตะวันหันมานอนหงายให้สะดวกต่อการขึ้นคร่อม เพียงครู่เดียวเขาก็ขยับอสูรร้ายไปจ่อร่องรักเฉอะแฉะจนสามารถดันเข้าไปได้
“เข้าง่ายมาก..พี่เสร็จไหมครับ”
“…” เธอสบตาอสูรนิ่ง
“ถ้าไม่เสร็จเดี๋ยวผมทำให้ก่อน จะได้อารมณ์ดี แล้วที่บอกปวดฉี่..ยังปวดไหม”
“ไม่รู้”
“อะไรคือไม่รู้ ผมถามอยู่นะ”
“ก็ไม่รู้ มันหายปวดแล้ว” ตอบเสียงแผ่วเบาเบือนหน้าหนีใบหน้าหล่อที่ขยับเข้ามาถามใกล้ ๆ จนหายใจรดกัน แม้ว่าจะหันหลบแล้วอสูรก็ไม่วายกดจมูกฟัดแก้ม กัดแก้มเธอเบา ๆ ทำให้ต้องหันมาประคองใบหน้าหล่อให้ผละออก
“เจ็บ”
“แล้วหลบทำไม”
“ก็นาย..ถามอะไรไม่รู้”
“ต้องถามสิครับ ผมก็ไม่เคยพี่ก็ไม่เคย เราต้องเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันถึงจะถูก”
“นายไปเรียนหลักสูตรไหนมาล่ะ ทำเก่งเชียว”
“หนังโป๊ไงครับ รู้จักไหม เคยดูหรือเปล่า”
“โรคจิต!”
“ถ้าไม่เคย เดี๋ยวรอบหน้าเปิดให้ดู ดูแล้วก็ทำด้วยนะ..สั่งให้ดูด ก็ต้องดูด”
“ดูดอะไรของนาย”
“จะให้ผมพูดจริง ๆ เหรอ?” เลิกคิ้วถามพร้อมกระแทกเน้นย้ำสองสามครั้งให้รู้ว่าต้องดูดอะไร เขาคิดว่าพี่ตะวันน่าจะรู้แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้มากกว่า..
“ของนายเหรอ?”
“ครับ”
“ลามก!”
“สงสัยจะจำไม่ได้ ต้องทบทวนความจำสักหน่อยแล้วแหละ ผมว่า..นะ” อสูรพูดแล้วก็ถอดถอนอสูรร้ายถูไถกลีบกุหลาบแทนการสอดใส่ การกระทำของเขาทำให้พี่ตะวันยอมพยักหน้าเอ่ย..
“อ..อือ ๆ จ..จำได้ จำได้ ไว้วันหลัง”
“แสดงว่าไม่ต้องทบทวนแล้ว? กระแทกต่อได้เลย..ใช่ไหม”
“อสูร นายเลิกพูดแบบนี้สักทีได้ไหม”
“ไม่ได้”
“เฮ้อ!” ตะวันถอนหายใจเสียงดัง ดันใบหน้าหล่อที่ขยับเข้าใกล้เหมือนจะจูบให้หันไปทางอื่น ทำอสูรขมวดคิ้ว..
“เดี๋ยวนี้ถอนหายใจใส่กันเลยเหรอ ต้องคาดโทษหน่อยแล้วไหม?”
“เจ้าเล่ห์!”
“สองน้ำ..”
“อสูร!”
“ยังไม่ได้กระแทกเลย รีบครางไปไหน?” ถามกวน ๆ ขยับเอวสอบให้อสูรร้ายกลับเข้าไปในความคับแคบ ต่อหน้าต่อตาพี่ตะวันที่มองสายตาขุ่นเคือง
