บทที่ 16 ตอนที่6 ไม่เข้าใจ 2
จังหวะนั้นได้ยินเจียหรูเอ่ยอีกว่า “ครานี้พวกเจ้าก็รู้แล้ว ว่าท่านพี่หานของข้ามิได้ละเลยบุตรสาวผู้นี้แม้แต่นิดเดียว ถึงแม้ว่านางจะมีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว แต่กระนั้นความรู้สึกของหลินเอ๋อร์ย่อมสำคัญเหนือสิ่งใด คุณชายจางเองเห็นใจพวกเขา มิได้เพิกเฉยหรือโกรธกรุ่น ครอบครัวจางกับครอบครัวหานยังคงมีสายสัมพันธ์อันดีต่อกัน ไม่มีใครผิดสัญญาหมั้นหมายทั้งนั้น พวกเจ้าห้ามพูดจาส่งเดชทำให้สามีข้าต้องเป็นกังวลอีก อ้อ! อีกอย่าง...หากคิดจะให้คุณชายจางถอนหมั้นแล้วเสนอบุตรสาวตนเองแทรกกลางก็เลิกคิดได้เลยนะ”
“ถูกต้องเจ้าค่ะ ฮูหยินทั้งสี่ พวกท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับคนบ้านหาน ให้ความร่วมมือกับพี่หญิงของข้า ในฐานะมารดาของหลินเอ๋อร์พี่หญิงเจียไม่สบายใจเอาเสียเลย”
อนุจูช่วยพูดเสริมอีกหลายประโยคเพื่อแสดงน้ำใจและเพิ่มความน่าเชื่อถือต่อภรรยาเอกอย่างเจียหรูได้อย่างเหนือชั้น
ซานซานได้ฟังก็เลิกคิ้วมอง พลันร้องอ้อในใจ
หลังจากประมวลผลได้รวดเร็ว จึงพอคาดเดาได้ไม่ยากว่าเหตุการณ์ตรงหน้าคืออันใด
เจียหรูมีใจปกป้องชิงหลินก็นับว่าสมควรแล้ว
เพียงแต่ประโยคที่เอ่ยออกมากลับเห็นได้ชัดว่าทุกคนล้วนทำเพื่อหานอี้ซวนทั้งสิ้น
ที่เป็นเช่นนี้คงเพราะมีใครสักคนสงสัยในตัวหานอี้ซวนว่าไร้ความคิดที่ยกบุตรสาวให้กับชายพิการ ควบคู่กับคำติฉินนินทาว่าชิงหลินไม่รักนวลสงวนตัวลอบคบหากับกงหนิวจนลึกซึ้งถึงได้แต่งงานปานฟ้าฟาด ส่งผลต่อคนสกุลหานทั้งบ้าน
เจียหรูรักหานอี้ซวนมาก ประโยคของนางตบหน้าพวกที่นินทาได้อย่างแสบสัน ทั้งยังครอบคลุมเรื่องอื้อฉาวได้ทุกประเด็น
ไม่ว่าจะเป็นปกป้องสามีอันเป็นที่รักได้อย่างดีเยี่ยมเกี่ยวกับการเลือกลูกเขยต่ำตม แสดงให้เห็นว่าไม่เคยดูถูกดูแคลนผู้ที่ด้อยกว่าอย่างกงหนิว และทุกคำล้วนชัดเจนว่า บุตรสาวทิ้งคู่หมั้นไปคบหาชายอื่นด้วยตนเอง
อีกประเด็นคงเกี่ยวกับคุณชายรูปงามเช่นจางฉวนที่มีสตรีอื่นหมายปองรอรับหมั้นต่อทั้งหมู่บ้าน แต่เขาก็ยังคงรักษาความเป็นสุภาพชนเอาไว้ได้อย่างไร้ที่ติ เสน่ห์บุรุษยิ่งเพิ่มพูน ถึงแม้จะเปลี่ยนใจจากพี่สาวมาเป็นน้องสาวก็ตาม เพราะทุกฝ่ายล้วนเห็นใจในความรักของชิงหลิน สัญญาหมั้นหมายเปลี่ยนจากพี่เป็นน้องได้อย่างไม่น่าเกลียด ทั้งคนบ้านหานและจางฉวนจึงยังคงรักษาคำมั่นต่อกันได้อย่างน่าชื่นชม
มีเพียงชิงหลินเท่านั้นที่ไร้ยางอาย
เช่นนี้หานอี้ซวนจึงรักษาหน้าตาทางสังคมเอาไว้ได้และไม่ต้องเสียเส้นสายการค้าไป ชิงลี่ไม่ต้องเสียจางฉวนให้ใคร เจียหรูได้ทำหน้าที่มารดาไม่ต้องแบกรับความรู้สึกผิดอันใด อนุจูย่อมต้องทำตัวเป็นน้องสาวแสนดีของภรรยาเอกตามหน้าที่ไม่คิดขัดคำใดทั้งนั้น และแน่นอนว่าคงแอบส่งเสริมบุตรสาวให้แย่งชิงเต็มขั้น ส่วนบุรุษจางฉวนผู้นั้นไม่เสียประโยชน์อะไรทั้งสิ้น!
ซานซานเข้าใจทุกคนเป็นอย่างดี นางยกยิ้มเยือกเย็น จดบัญชีแค้นไว้ในใจ
ส่วนจ้าวเหว่ยเห็นว่าฉากงิ้วตรงหน้าช่างไร้สาระ จึงก้มลงหยิบปลาแล้วเดินตัดผ่านลานบ้านเข้าเรือนด้วยท่าทางเรียบเฉย ใบหน้านิ่งสงบ ทุกกิริยาล้วนไร้อารมณ์ คล้ายว่าทุกคนไม่มีตัวตนและไม่มีค่าพอให้ใส่ใจ
ชิงลี่ลอบมองพี่สาวหลายครา นัยน์ตาคล้ายสับสนระคนไม่แน่ใจในอะไรบางอย่าง นางถามเสียงเบาอย่างเอื้ออาทร
“พี่หลินเป็นอะไรหรือ? ไม่สบายหรือเปล่า? พี่ดูผิดปกติไปนะ ข้ารู้สึกเป็นห่วง...”
น้องสาวช่างแสดงออกอย่างมีน้ำใจได้อย่างล้นเหลือ คำพูดคำจาเปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใยอย่างเหลือเฟือ ทั้งยังมีเมตตาปรานีต่อพี่สาวเต็มที่
แต่ซานซานกลับตอบเสียงเย็น “มารยาสาไถยยิ่ง!”
“...!?”
อีกครั้งที่ชิงลี่ต้องผงะ
ซานซานหรี่ตากระซิบตอกหน้าน้องสาวอีกว่า “เสแสร้งให้น้อยลงหน่อยเถิด ไม่เหนื่อยหรือไร ข้าแค่มองยังเหนื่อยแทน”
“พะ...พี่หลิน!” ชิงลี่รู้สึกเหมือนเจอผี นางถึงกับพูดจาติดขัดไม่ชัดถ้อยชัดคำ “พี่เป็นอะไรไป? ไยพูดจาเยี่ยงนี้ เมื่อก่อนพี่ไม่เคย...”
ซานซานเลิกคิ้วกระตุกมุมปากยกยิ้มยียวนพลางปรายหางตามองไปทางพวกฮูหยินที่กำลังส่งเสียงคุยกัน เห็นไม่มีใครสนใจพวกนางสองพี่น้องทั้งนั้น จึงลอบเอื้อมมือไปหยิกชิงลี่หนึ่งที
“โอ๊ย! พี่หลินทำอะไร?”
“หยิกเจ้าอย่างไรเล่า นังโง่!”
ซานซานตอบเสียงลอดไรฟันแล้วหยิกแรงๆ อีกหนึ่งที ครานี้ชิงลี่กรีดร้องสุดเสียง เรียกร้องความสนใจจากทุกคน
“กรี๊ด!”
และมันก็ได้ผล ทั้งเจียหรู อนุจูและฮูหยินทุกคนพากันหันหน้ามาทางสองพี่น้องทันที
ชิงลี่รีบเปิดแขนเสื้อให้เจียหรูดู พร้อมร้องไห้โวยวายว่า
“แม่ใหญ่ ท่านแม่ พี่หลินหยิกข้าเจ้าค่ะ”
ท่าทางของนางน่าสงสารมาก ที่แขนมีรอยแดงช้ำ ใบหน้าก็แดงก่ำ น้ำตาไหลนอง
ทำเอาเจียหรู อนุจูและบรรดาฮูหยินต่างพากันมองต้นเหตุอย่างพร้อมเพรียง สายตาตำหนิรุนแรง
ซานซานจึงทำตัวเป็นชิงหลินคนเก่า ลำตัวสั่นเทา กัดกลีบปากแน่น ก่อนเผยอออกแล้วเอ่ยอย่างตะกุกตะกักว่า
“ท่านแม่...ข้าไหนเลยจักกล้าทำเช่นนั้น เพียงแต่เมื่อครู่ข้าเห็นน้องลี่มีริ้วรอยแดงช้ำ ข้าตกใจมากก็เลยดึงแขนนางมาดู ตรงไหล่ก็มี ที่หน้าอกก็มี รอยแดงเป็นจ้ำๆ แปลกมาก แปลกที่สุด”
สีหน้าคนพูดตื่นตระหนกลนลานมาก ทุกคนพร้อมเชื่อ เพราะแต่ไหนแต่ไรมาชิงหลินทั้งอ่อนแอและโง่เขลา โกหกไม่เป็น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทำร้ายผู้อื่น แม้แต่มดนางยังไม่เคยตีกระมัง
ทุกคนจึงมองชิงลี่อย่างสงสัยว่าเป็นอันใดถึงมีริ้วรอย
อนุจูได้ยินดังนั้นก็ตกใจ จึงรีบเปิดเสื้อชิงลี่อย่างลืมตัวหมายดูรอยที่ว่านั่นอย่างเป็นห่วง
ชิงลี่ได้แต่เบิกตากว้างอ้าปากค้างอย่างคาดไม่ถึง
