บทที่ 19 ตอนที่8 หาอะไรทำ 1

ชายหนุ่มกระแอมเสียงหนักแล้วกดเสียงต่ำถามว่า

“เหตุใดต้องเปลื้องผ้าข้า”

หญิงสาวตอบเสียงเรียบเรื่อย “เพราะว่าท่านไม่สามารถขยับเองได้ และกำลังอยู่ในขั้นตอนของการรักษาสมานกระดูก ย่อมต้องเป็นข้าที่เปลื้องผ้าท่าน”

“นั่นมิใช่ประเด็น และเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องแก้ผ้าของข้า”

“ได้อย่างไร? หากท่านไม่แก้ผ้า แล้วข้าจะมองเห็นให้ทั่วเรือนร่างของท่านได้รึ มันสำคัญมากนะ กระดูกตรงไหนควรเป็นเช่นใด ยังมีเส้นเอ็นแล้วก็กล้ามเนื้อ ทุกส่วนล้วนสัมพันธ์กัน                  ไม่ควรมีเสื้อผ้ากางกั้นทั้งนั้น เข้าใจไหม?”

ทุกคำคือเหตุผลที่แท้จริง ไม่อาจปฏิเสธได้เพียงนิด

ทว่าจ้าวเหว่ยกลับถอนหายใจลึกยาว กล่าวเสียงเย็นว่า

“แต่เจ้าไม่ควรรักษาบริเวณท้องน้อยนานเกินไป”

ซานซานกะพริบตา ก้มหน้ากระซิบใส่ใบหูจ้าวเหว่ยว่า

“ถึงแม้ว่าส่วนนี้ไม่มีกระดูก แต่มันมีเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อที่สำคัญมากๆ”

นางลากเสียงยาวชวนหวาดเสียว เมื่อกล่าวจบก็ยกยิ้มแบบมีนัยลึกล้ำ ขยับปลายนิ้วหยอกเย้าอย่างต่อเนื่อง

สามีของนางมีร่างกายที่สมบูรณ์ทรงเสน่ห์เป็นอย่างมาก แม้ว่าใบหน้าจะมีรอยแผลเป็นและหนวดเครารุงรังน่าเกลียด หากแต่ผิวพรรณตึงแน่นภายใต้เสื้อผ้ากลับเนียนละเอียดลออ

บางสิ่งยังยิ่งใหญ่แปลกประหลาด ยิ่งขยำยิ่งพองโตแลดูทรงพลังอย่างมาก

เมื่อลูบไล้จนพอใจ ซานซานก็ล้มตัวลงนอนเคียงข้างสามี ศีรษะนางหนุนแขนแข็งแรง ลำตัวพาดบนกล้ามเนื้อหนั่นแน่น เบียดเสียดเรือนร่างซุกซบอกอุ่น แล้วหลับไปอย่างสบายอารมณ์ที่สุดในใต้หล้า

เป็นครั้งที่เท่าไหร่มิอาจนับที่จ้าวเหว่ยต้องขบกรามแน่น

การรักษาของซานซานยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายแปลกประหลาด

จนในที่สุดชายหนุ่มก็มีโครงร่างเป็นปกติ ตัวโตสูงใหญ่ยืดหลังได้ตั้งตรงสง่างามยิ่งนัก

เหลือเพียงเส้นเสียงที่ยังแหบพร่าฟังดูน่าเกลียดอยู่มาก เพราะลำคอยังต้องค่อยๆ รักษาไปเรื่อยๆ

ส่วนใบหน้าที่มีแผลเป็นกับหนวดเครารุงรังยังคงปล่อยไปเช่นนั้น เพราะจ้าวเหว่ยไม่ประสงค์ให้แตะต้อง

ซานซานจึงปล่อยผ่าน หาได้ใส่ใจให้ความสำคัญไม่            นางคิดว่าสามีอัปลักษณ์ก็ดี จะได้ไม่มีสตรีที่ใดมาแย่ง!

ริมลำธารข้างเรือนไม้ไผ่ในวันนี้อากาศเย็นสบาย                                    ยอดหญ้าพลิ้วไหวโอนเอียงตามลม

จ้าวเหว่ยยังคงนั่งตกปลาอย่างเย็นชา ทำตัวธรรมดาเหมือนเช่นเคย ชุดของเขายังคงเป็นผ้าเนื้อหยาบสีหม่น เส้นเสียงยังคงแหบพร่าน่าเกลียด ใบหน้ายังคงมีริ้วรอยแผลเป็นเช่นเดิม

แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือแผ่นหลังที่เคยงอคุ้มกลับตั้งตรงงามสง่า พาให้ผู้แอบมองต้องขยี้เบ้าตาอย่างไม่อาจเชื่อ

ชายชุดดำผู้เป็นองครักษ์ลับของรัชทายาทหนุ่มลอบมองแล้วมองอีกอยู่เป็นนาน ก่อนตัดสินใจส่งสัญญาณบางประการจากริมลำธารอีกฝั่ง

เพราะว่าอู๋เจี๋ยยังไม่สามารถข้ามค่ายกลมรณะเข้าไปได้

ถึงแม้ร่างกายก่อนหน้านี้ที่ถูกไม้แหลมของกับดักทิ่มแทงจะรักษาจนหายดีแล้วก็ตาม

จ้าวเหว่ยเห็นธนูดอกเล็กสีแดงสดถูกยิงมาตกที่ปลายเท้า ก็เข้าใจได้ทันที เขาจึงหรี่ตาเพ่งมองไปยังต้นทางของลูกธนู           เห็นอู๋เจี๋ยอยู่ไกลๆ ในทิศตรงกันข้าม กำลังยืนโบกมือประหนึ่งเห็นสวรรค์ อ้าปากพะงาบๆ อ่านได้ว่า

‘ช่วยด้วย! กระหม่อมเข้าไปมิได้’

ชายหนุ่มนิ่งคิดชั่วครู่ก็เข้าใจได้ในเวลาต่อมา

เขาปรายสายตามองไปรอบบ้าน เห็นมีลำไผ่ไขว้กันในแนวราบ ท่อนไม้ตั้งชันเรียงราย เถาวัลย์พันเกี่ยวยุ่งเหยิง ยังมีแท่นหินคมกริบ แท่งไม้แหลมคม และอาวุธลับมากมาย

ทั้งที่ซ่อนอยู่และเปิดเผยระโยงระยางไปทั่ว ทุกสิ่งพร้อมทิ่มแทงหากมีใครกล้าเข้ามา

มุมปากใต้เคราพลันยกยิ้มบางเบาโดยไม่รู้ตัว

จ้าวเหว่ยนึกถึงแผนผังบนแผ่นไม้ที่ซานซานเขียนขึ้นมาจากปลายถ่านดำก่อนที่จะถูกเผาไฟเพื่อทำลาย

หลังจากวิเคราะห์โดยละเอียดด้วยตนเอง จ้าวเหว่ยพบว่าอย่าให้อู๋เจี๋ยเข้ามาดีกว่า ควรเป็นเขาที่เป็นฝ่ายออกไป

เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงกระโจนตัวลงน้ำแล้วว่ายข้ามไปอีกฝั่ง หลบหลีกอาวุธลับใต้ธาราได้อย่างง่ายดาย เพราะว่าเขาได้เห็นแผนค่ายกลทั้งหมดแล้วจนกระจ่างชัด

ทันทีที่จ้าวเหว่ยมาถึงตัวชายชุดดำ พลันพากันหายตัวไปทางหลังพุ่มไม้ ได้ยินเสียงกระซิบถามอย่างร้อนรนจากอีกฝ่ายว่า

“องค์ชาย! เกิดสิ่งใดขึ้น? เหตุใดบ้านพระองค์จึงรุกล้ำได้ยากเย็นเช่นนี้”

เขาตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่เผยความจริง

“เกี่ยวอันใดกับเจ้า”

“...!?”

อู๋เจี๋ยตะลึงวูบขมวดคิ้วมุ่นเงียบงันไปไม่กล้าถามต่อ หลังจากใคร่ครวญอย่างละเอียดรอบหนึ่งก็ระลึกได้ว่า หลายวันก่อนเห็นคนบ้านหานเข้ามาอย่างอุกอาจไร้มารยาท นายเหนือหัวผู้รักสันโดษคงรำคาญจึงเป็นคนสร้างค่ายกลขึ้นมาด้วยตนเอง

เมื่อความสงสัยประการแรกได้รับคำตอบ สายตาพลันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเจ้านาย อู๋เจี๋ยถามอีก

“องค์ชาย เหตุใดแผ่นหลังของท่าน...”

จ้าวเหว่ยหรี่ตา “เรื่องนั้นช่างมันเถิด”

“...!?”

ครานี้องครักษ์คนสนิทยิ่งงงหนักเบิกตาโพลงอ้าปากจะถามต่อ พลันได้ยินจ้าวเหว่ยถามกลับด้วยเสียงเยือกเย็น

“สตรีที่ข้าแต่งงานด้วยไม่ธรรมดา นางใช่บุตรสาวพ่อค้าในหมู่บ้านอันห่างไกลความเจริญแห่งนี้จริงหรือ?”

อู๋เจี๋ยได้ยินดังนั้นยิ่งฉงนขั้นสุด เขารีบตอบกลับอย่างมั่นใจว่า “ชิงหลินนางนี้คือธิดาของหานอี้ซวนไม่ผิดแน่พ่ะย่ะค่ะ ตั้งแต่เล็กจนโต นางไม่เป็นที่รัก ถูกคู่หมั้นหักหลัง น้องสาวชิงชัง บิดามารดาละเลย แม้งดงามแต่นิสัยใจคออ่อนแอโง่เขลา ทั้งยังหลอกง่าย นางถูกลวงให้แต่งงานกับกงหนิว”

“เหย่หนิว!”

จู่ๆ จ้าวเหว่ยพลันเอ่ยขัด ทำคนสนิทต้องกะพริบตามองอย่างไม่เข้าใจ

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ “นางเรียกข้าว่าเหย่หนิว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป