บทที่ 20 ตอนที่8 หาอะไรทำ 2

ถึงแม้จะยังงุนงง แต่อู๋เจี๋ยก็ตอบกลับไปอย่างเอาใจ

“วัวกระทิงเลยหรือ? …ฟังดูร้อนแรงขึ้นนะพ่ะย่ะค่ะ”

จ้าวเหว่ยแค่นเสียงหยัน “ดีกว่ากงหนิวที่ชาวบ้านเรียก”

อู๋เจี๋ยยิ้มแห้งๆ พลางพยักหน้าเห็นด้วย แล้วรายงานต่อ

“ชิงหลินนางนี้ น่าเห็นใจมากนัก ถูกใส่ร้ายก็เอาแต่ร้องไห้ ยามที่น้องสาวกลั่นแกล้งก็เพียงก้มหน้า ไม่เอ่ยวาจา เถียงใครก็ไม่เป็น ยามพูดคุยก็ปากคอสั่น ไม่มั่นใจในตนเอง เสียงเบา พูดช้า เป็นสตรีที่ยอมรับชะตากรรมจนน่าเวทนา ท่าทางไม่ประสีประสาต่อโลกหล้า ไร้เสน่ห์ เชื่อคนง่าย...”

อู๋เจี๋ยสาธยายสิ่งที่รู้มาเกี่ยวกับชิงหลินทั้งหมด ทุกคำล้วนจริงใจต่อเจ้านาย ไม่มีความคิดที่จะโกหก เขากล่าวเสียงแผ่วอย่างตรงไปตรงมาอีกว่า “อันที่จริง ชิงหลินผู้นี้ ไม่มีค่าคู่ควรกับองค์ชายเลยแม้แต่น้อย ไม่อาจเทียบสาวใช้อุ่นเตียงได้เลยด้วยซ้ำ นับจากค่ำคืนเข้าหอ นางได้อยู่ร่วมกับพระองค์ นับว่าเกินฝันยิ่ง”

องครักษ์หนุ่มเอ่ยอย่างดูแคลน โดยมิได้สังเกตสายตาของเจ้านายเลยสักนิด ว่ากำลังทอประกายลึกล้ำปานใด

ทางด้านอีกฝั่งหนึ่งของริมลำธาร หญิงสาวที่กำลังถูกกล่าวถึงกำลังนั่งนิ่งอยู่ภายในเรือนไม้ไผ่

ซานซานยามนี้กำลังลอบฝึกลมปราณอยู่บนเตียงตั้งแต่ขั้นแรก นางในชาติก่อนมีวรยุทธ์ล้ำเลิศ ผงาดกล้าสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน ไม่กลัวนรกไม่เกรงสวรรค์

แต่นางในชาตินี้ที่ถูกอาจารย์ลงทัณฑ์ ไม่มีดีอันใดเลย                      มีแค่หน้าตาที่งดงามหมดจด และมีเพียงสิ่งนี้สิ่งเดียวเท่านั้น

มนุษย์ผู้หนึ่งจะมีดีแค่หน้าตาได้อย่างไร ซานซานรู้สึกไม่พึงพอใจเอาเสียเลย นางโลภมากยากระงับ ทั้งยังทะยานอยากในวิชามารเช่นกาลก่อน นิสัยโฉดชั่วยังคงติดตัวฝังร่างหยั่งลึกในจิตวิญญาณ เมื่อร่างกายนี้ไม่พร้อม นางย่อมทำให้พร้อมด้วยตนเอง

อาจารย์! ขอบคุณที่ไม่ทำลายเคล็ดวิชามารในสมองข้า ต่อไปศิษย์ขอสัญญาว่าจะไม่แย่งชิงคนรักผู้อื่นให้เสื่อมเกียรติอีก

นี่คือปณิธานของซานซานในชาตินี้

ระหว่างที่กำลังเริ่มต้นฝึกทุกสิ่งใหม่ตั้งแต่ต้นอย่างขยันขันแข็ง ในใจพลันคิดไปถึงสามี

นางและเขาคล้ายแตกต่างแต่กลับเหมือนกันอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้

ตัวนางต้องการฝึกยุทธ์แต่ร่างกายนี้กลับไม่มีกระทั่งลมปราณ

ส่วนสามีสัดส่วนพื้นฐานดียิ่ง แต่ถูกทำลายวรยุทธ์ไปสิ้น

เช่นนั้นเราสองสามีภรรยาควรฝึกฝนไปพร้อมกันถึงจะถูก ภายภาคหน้าอาจจะกลายเป็นคู่รักผู้สั่นสะเทือนน่านฟ้าก็เป็นได้

ซานซานลุกขึ้นพรวดพราดออกจากเรือนทันที มองหาสามีทันใด เห็นเขากำลังว่ายน้ำกลับมาทางฝั่งนี้ ก็คิดว่าคงกำลังหาปลา จึงตะโกนว่า

“เหย่หนิว ไม่ต้องหาแล้ว เข้าเรือนเถิด ข้ามีแผนใหม่!”

ยามที่ได้ยิน จ้าวเหว่ยก็ขึ้นน้ำมาแล้ว

ใบหน้าไร้อารมณ์ของเขามีเรียวคิ้วขมวดวูบ

นางช่างวุ่นวาย...

ซานซานยามนี้เป็นสตรีที่วุ่นวายจริงๆ

เพราะถ้าหากนางไม่ทำตัววุ่นวาย นางต้องกลายเป็นคนฟุ้งซ่านแน่ๆ เนื่องจากวิญญาณของร่างคือซานซาน ทว่าร่างกายสามสิบสองประการยังเป็นชิงหลินผู้อ่อนแอ

ถึงแม้จะมิได้โง่เขลาเหมือนเก่า แต่ความรู้สึกเศร้าสลดยังคงกัดกินจิตใจ นับว่ารบกวนซานซานอย่างยิ่ง

หญิงสาวจึงอยู่นิ่งมิได้จริงๆ ต้องหาอะไรทำตลอดมา ตั้งแต่สร้างค่ายกลขจัดมารเพื่อมิให้ครอบครัวหานมารุกราน ต่อมาฟื้นฟูความรู้ในสมองตนแล้วรักษากระดูกสามี กระทั่งออกหาสมุนไพรให้เขาได้ดื่มกินติดต่อกันจนสภาพของเขาเริ่มเข้าที่ และยามนี้ยังคิดจะฝึกวิชามารทั้งหลายพร้อมกับเขา ทุกสิ่งล้วนส่งเสริมกันอย่างมีเหตุผล

หากซานซานในชาตินี้จักกลายเป็นจอมยุทธ์หญิงอีกครั้งในคราบชิงหลินก็นับว่าสมควรแล้ว

ยามถูกเรียกขาน จ้าวเหว่ยมิได้เข้าเรือนในทันที

เขาพาร่างเปียกชื้นเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทางฝั่งหนึ่งซึ่งห่างจากห้องนอนเล็กน้อย ท่าทางของเขาเฉยชา ไม่สนใจภรรยาผู้เรียกหา ไม่นานก็พาร่างสูงใหญ่ในชุดที่แห้งสนิทแต่เก่าคร่ำเช่นเดิมเข้ามาในห้อง เห็นอีกฝ่ายมิได้มองเขาเลยแม้แต่น้อย

เรียวคิ้วบุรุษพลันขมวดวูบ ใบหน้าบึ้งตึงโดยไม่รู้ตัว

ทางด้านซานซาน นางมิได้สนใจจ้าวเหว่ย แต่กำลังใช้ถ่านไม้สีดำนั่งเขียนอะไรบางอย่างลงบนแผ่นไม้หน้ากว้าง ขยุกขยิกไม่หยุด ท่าทางลำบากไม่เบา

ชายหนุ่มยิ่งขมวดคิ้วมุ่น หรี่ตาจ้องมอง

โดยที่ไม่รู้ตัว จ้าวเหว่ยกำลังคิดว่า เขาควรหากระดาษกับพู่กันมาติดบ้านหลังนี้สักหน่อย

หมู่บ้านผิงเหยียนแห่งนี้หากเป็นชาวบ้านชั้นต่ำ ย่อมไม่รู้หนังสือ และเพื่อความแนบเนียน จ้าวเหว่ยจึงมิได้สรรหามาไว้ แม้แต่ม้วนไม้ไผ่ก็ยังไม่มี

จึงนับว่าไม่แปลกหากจะหากระดาษหมึกพู่กันในบ้านหลังนี้ไม่ได้

แต่ถ้าจะมีก็ถือว่าไม่แปลกอยู่ดี

เพราะยามนี้กงหนิวผู้ทึ่มทื่อได้แต่งภรรยาที่รู้หนังสือแล้ว เพียงแต่ราคาของมันค่อนข้างแพงไปสักหน่อย สำหรับชายพิการที่ไม่มีงานทำ วันๆ เอาแต่หากินกับอาหารป่าเช่นนี้ จะเอาเงินที่ใดไปซื้อหา

ร่างสูงยืนมุ่นคิ้ว ครุ่นคิดเคร่งเครียด

สิ่งที่ซานซานกำลังเขียน คือเคล็ดวิชาสยบมารขั้นพื้นฐานที่คิดจะร่วมฝึกฝนกับสามี เมื่อเขียนเสร็จก็เงยหน้าขึ้น กำลังจะเอ่ยคำแต่กลับไม่มีคนฟังเสียแล้ว

เหย่หนิวของนางหายไปตั้งแต่เมื่อใดมิอาจทราบ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าเขายังยืนอยู่ตรงนี้

หญิงสาวได้แต่มองกลางห้องอย่างงุนงง นั่งรอชายหนุ่มอยู่เช่นนั้น เนิ่นนานผ่านพ้น ในที่สุดเขาก็กลับมา ได้ยินเสียงคล้ายสัตว์ป่ากำลังร้องระงมอยู่ไม่ไกล

ซานซานให้นึกแปลกใจจึงรีบออกมาดู เห็นคนตัวใหญ่กำลังจัดการมัดไก่ป่าและกระต่ายป่าอย่างแน่นหนาแล้วออกปากสั่งการมาทางนาง “เจ้านำไปขาย!”

“หา!”

ยังไม่ทันที่ซานซานเอ่ยปากถามก็ได้ยินเขาสั่งอีกครั้ง

“ได้เงินแล้วก็ซื้อกระดาษพร้อมเครื่องเขียนมา”

หญิงสาวกะพริบตางุนงง อึดใจก็หันหน้าไปมองแผ่นไม้ที่เขียนด้วยถ่านสีดำอย่างยากลำบาก “อ้อ...เข้าใจแล้ว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป