บทที่ 21 ตอนที่9 อดีตคู่หมั้น 1

ในใจคิดว่าแม้การใช้ชีวิตเป็นหญิงชาวบ้านไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินกำลังที่จะเริ่มต้นใหม่ คิดแค่ว่าท่านอาจารย์สอนสั่งศิษย์ผู้โง่เขลาได้ดียิ่ง

ไม่ว่าซานซานจะชั่วช้าเลวทรามเพียงใด ก็ยังมีท่านปรมาจารย์เซียนหย่งสือที่เอาอยู่

หญิงสาวเมื่อชาติที่แล้วเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไม่ต่างจากเดรัจฉาน เกือบตายไปแล้วด้วยเขี้ยวหมาป่า ได้รับการช่วยเหลือจากเซียนหย่งสือในเสี้ยวเวลา ยื้อชีวิตนางเอาไว้จนรอดตายอยู่หลายครา ท่านเลี้ยงดูซานซานจนเติบใหญ่ สอนสั่งทุกสิ่งไม่มีหวงแหน

เป็นทั้งบิดาเป็นทั้งอาจารย์และเจ้าชีวิต เมื่อศิษย์ทำผิด การลงโทษย่อมสมควรแล้ว

คล้อยหลังซานซาน

จ้าวเหว่ยที่เช็ดเนื้อตัวทำความสะอาดอีกรอบเสร็จสิ้นก็เดินเข้าเรือน เห็นแผ่นไม้ที่ถูกเขียนด้วยถ่านวางอยู่

เขายืนมองอย่างสงบเยือกเย็น ทว่าชั่วครู่ต่อมาพลันใจเต้นรัว

บนแผ่นไม้นี้มีตัวอักษรเล็กน้อยอธิบายเพียงสองประโยคซึ่งเป็นอักษรโบราณอ่านยาก ทว่ามีภาพวาดชัดเจน

กระบวนท่าที่หนึ่งยืดหดเส้นเอ็นและกระบวนท่าที่สองล้างพิษเพิ่มไขกระดูก

ชายหนุ่มถึงกับเบิกตากว้าง

นี่มิใช่ตำรายืดหดเส้นเอ็น[1] ในตำนานหรอกหรือไร?

ภายในตลาดกลางหมู่บ้านผิงเหยียน

ซานซานนำสัตว์ป่ามาขายกับเถ้าแก่ขายเนื้อรายหนึ่ง  ได้เงินมาเล็กน้อยแค่พอซื้อกระดาษไม่กี่แผ่น กับหมึกและพู่กันเท่านั้น สร้างความไม่พอใจให้นางอย่างยิ่ง

หญิงสาวจึงเดินกลับบ้านด้วยอารมณ์หงุดหงิดตลอดทาง ในใจยังคิดว่าควรหาวิธีชั่วๆ ทำเงินดีกว่า น่าจะได้มากกว่านี้

ระหว่างทางกลับบ้านไม้ไผ่ริมธารซึ่งอยู่ห่างไกลจากบ้านเรือนอื่นๆ สองข้างถนนยามนี้คือชายป่า มีดอกไม้ประดับประดากับต้นไม้ต้นหญ้าทั้งสองฝั่ง เบื้องหลังของซานซานพลันมีเสียงเรียกขาน

“พี่ใหญ่”

เสียงนั้นฟังดูสดใสร่าเริง นางคือชิงลี่

ซานซานในร่างชิงหลินเพียงหันมองอย่างเฉยชา

นางเห็นน้องสาวผู้น่ารักของชิงหลินกำลังเดินเคียงข้างมากับบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง เขาเป็นเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาโดดเด่น ผิวพรรณดั่งหยก สวมชุดสีขาวสะอาดราวกับบัณฑิตผู้ทรงภูมิ  องคาพยพทั้งห้ารวมกันอย่างลงตัว ดวงตาดอกท้อสะกดใจสตรี

เขาคืออดีตคู่หมั้นของชิงหลิน และปัจจุบันก็คือคู่หมั้นของน้องสาว

จางฉวน...

ทั้งสองแสดงออกชัดเจนเปิดเผยโดยไม่ปิดบังอีกต่อไปแล้วว่าสถานะของทั้งคู่คืออะไร

ในเมื่อพี่สาวเป็นฝ่ายออกเรือนไปก่อนกับชายอื่นเช่นนั้น อดีตคู่หมั้นกับน้องสาวจะเกี่ยวดองกันย่อมไม่ผิดอยู่แล้ว

ซานซานมองคู่ยวนยางตรงหน้านิ่งๆ แววตาไร้อารมณ์

หากคิดไม่ผิด น้องสาวแพศยาผู้นี้ ไม่จำเป็นต้องทักทายนางที่เดินหันหลังให้ก็ย่อมได้ แต่กลับเรียกเพื่อรั้งเอาไว้ก็เพราะต้องการตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา

คงอยากเห็นชิงหลินเจ็บปวด...

ซานซานยิ่งหรี่ตามอง สีหน้าเย็นเยียบ สายตาเยือกเย็น กิริยาสงบนิ่ง รอบกายยังเผยความเย่อหยิ่งจองหองออกมาด้วย

ชิงลี่สังเกตเห็นท่าทางของพี่สาวที่มองดูแล้วให้รู้สึกถึงความยโสโอหังผิดไปจากเดิม มุมปากบางพลันกระตุก รอยยิ้มแข็งค้างทันควัน ทว่าชั่ววูบเดียวเท่านั้น นางก็กลับมายิ้มได้น่ารักไร้เดียงสาเช่นเดิม กิริยายังคงน่าเอ็นดู เพราะข้างกายมีจางฉวนมาด้วยหนึ่งคน จึงมิอาจหลุดจริตได้

“พี่หลินไปตลาดซื้อกระดาษมาหรือ?”

ชิงลี่เอ่ยถามพี่สาวด้วยน้ำเสียงแว่วหวานเปี่ยมมิตรไมตรีฉันพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียว นางยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเล็กน้อยเอ่ยอีกว่า

“ไม่น่าเชื่อ ปกติพี่หลินมิใคร่ชอบคัดอักษรนี่”

นางมองกระดาษในอ้อมแขนของชิงหลินด้วยสายตาเหยียดหยาม สื่อความนัยว่าชิงหลินโง่เง่าจะเอากระดาษไปทำไม เพราะที่ผ่านมาพี่สาวของนางร่ำเรียนเขียนอ่านไม่ได้เรื่องสักอย่าง ประโยคทักทายนี้จึงเป็นการตอกย้ำอีกฝ่ายว่าไร้ฝีมือในการเขียนแต่กลับซื้อกระดาษมากมาย ช่างน่าขัน...

แต่แล้วชิงลี่ถึงกับชะงักงันเมื่อได้ยินพี่สาวตอบกลับว่า

“ในเมื่อใจคนยังเปลี่ยนได้ เหตุใดข้าที่ไม่ชอบเรียนจะเปลี่ยนมาชอบเขียนหนังสือมิได้เล่า?”

ความหมายชัดเจนว่าชายหญิงตรงหน้าเองก็เปลี่ยนไป

จบคำก็ปรายตามองชิงลี่แล้วตวัดสายตามองจางฉวน ความหมายล้วนชัดเจนถึงแววเดียดฉันท์ ถามอีกว่า

“ข้าแค่เปลี่ยนมาชอบเขียนแล้วพวกเจ้าเล่าเปลี่ยนอันใด”

หนังหน้าชิงลี่พลันกระตุก

ส่วนจางฉวนกำลังมองประเมินชิงหลินอย่างเงียบเชียบ

ท่ามกลางทางเดินที่เป็นชายป่า รอบด้านเป็นธรรมชาติอันร่มรื่น จางฉวนมองใบหน้าและท่าทางของชิงหลินอย่างพินิจพิจารณา หลายวันที่มิได้เจอหน้า ชายหนุ่มพบว่าอดีตคู่หมั้นคล้ายเปลี่ยนไป

มิรู้ได้ว่าเขาคิดไปเองหรือไม่? ว่านางในวันนี้ดูไม่เหมือนเช่นวันวาน เหตุใดจึงดูสวยสง่ายิ่งกว่าเดิม

สายลมเย็นพัดมาวูบหนึ่ง พาอาภรณ์สีฟ้าสะบัดพลิ้วแนบกายระหงที่เคยอ่อนแอแม้แต่ท่ายืนยังไม่มั่นใจ ทว่าชิงหลินในวันนี้กลับยืนอย่างมั่นคง ลำตัวที่ตั้งตรงแลดูสง่างาม ท่าทางยังสุขุมนุ่มลึกสงบนิ่งเยือกเย็น แตกต่างจากวันวานอย่างสิ้นเชิง  สายตาที่มองมาทั้งเฉยชาและห่างเหิน ไม่หลบหลีกไม่วอกแวก ไม่แม้แต่จะก้มหน้าอย่างเอียงอายหรือขลาดเขลาอย่างที่เคย

และที่สำคัญในแววตานางไม่มีเยื่อใยใดๆ ต่อเขาเลย ความหลงใหลอย่างโง่งมยิ่งไม่มีให้เห็นแม้แต่น้อย

จางฉวนพบว่า หัวใจของเขาคล้ายกับเต้นผิดจังหวะ

[1] "ตำรายืดหดเส้นเอ็น" นี้ ท่านตั้กม้อโจวซือ (พระโพธิธรรมมหาเถระ) เป็นผู้นำมาจากชมพูทวีป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป