บทที่ 3 ตอนที่1 หานชิงหลินผู้อ่อนแอ 2
ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกจากซอกคอและดึงมือออกจากสาบเสื้ออีกฝ่าย
ใช้เวลาครู่หนึ่งเพื่อหยุดอารมณ์ปรารถนา ถอยหลังไปนั่งอย่างสงบ เก็บสายตาร้อนแรงกลับมาแล้วเสมองไปทางอื่น
รอบด้านพลันอึมครึมมัวหม่น มิใช่บรรยากาศของคู่รักอีกต่อไป
“เจ้าพูดมาก็ถูก...”
ระหว่างที่จางฉวนเอ่ยพึมพำเบาๆ ปราศจากคำขอโทษ อันใด ชิงหลินได้แต่ก้มหน้าหลุบตาค้อมศีรษะ บนใบหน้าแดงก่ำแฝงความขลาดอาย รู้สึกกระวนกระวายและลังเลต่อเหตุการณ์ตรงหน้า
หญิงสาวรีบจัดเสื้อผ้าของตนด้วยมืออันสั่นเทา ท่าทางตื่นกลัว ลอบมองหน้าของชายคนรัก ในใจคิดเพียงว่า นางชอบใบหน้าหล่อเหลาของคู่หมั้นเป็นอย่างมาก ยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งชอบ เพียงแต่นางยังไม่พร้อม ความมั่นใจใดๆ ก็ไม่มี หน้าอกหรือก็ยังไม่ใหญ่เท่าใด กลิ่นกายก็ไม่แน่ว่าจะหมดความหอมไปนานแล้ว มันน่าอายเกินไปจริงๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้รู้สึกขลาดเขลาไม่น้อย
เดิมทีชิงหลินมักจะนัดพบกับจางฉวนในศาลากลางสวนที่ไร้ซึ่งกำแพงปิดกั้นสายตาทั้งยังเปิดเผยรอบทิศ มิอาจทำการล่วงล้ำเกินเลยอันใดต่อกันแม้แต่น้อย
ทว่าวันนี้ยามเดินทอดน่องกลับคุยกันเพลิดเพลินมากนัก รู้ตัวอีกทีก็เข้ามานั่งในห้องรับรองของเรือนตัวเอง
ถัดจากห้องนี้ไม่ไกลก็คือห้องนอน หากนางไม่อาจยับยั้งเกรงว่าคงทำผิดประเพณีอย่างมหันต์แล้ว
หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งอย่างตระหนก ตบอกตนเองเบาๆ ให้หัวใจเต้นช้าลง สีหน้าเอียงอายมากล้น พวงแก้มทั้งสองแดงก่ำ ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ ช้อนสายตาขึ้นมองคู่หมั้นอย่างเชื่องช้า เก็บกดความรู้สึกเสียดายเอาไว้ให้ลึกสุดใจ
ทว่ากลับเห็นเขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วคล้ายโกรธกรุ่น พริบตานั้นจางฉวนก็หันมาก้มหน้ามองด้วยสายตาที่ดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร เขาคลี่ยิ้มมุมปากไม่แน่ชัดว่าอยู่ในอารมณ์ใด ก่อนเอ่ยเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังว่า
“วันนี้ ข้าต้องกลับก่อน แล้วจะมาหาเจ้าใหม่”
จบคำก็เดินจากไปอย่างเฉยเมย ไม่มองคนรักอีกเลย
ชั่วขณะนั้น ใบหน้าชิงหลินพลันซีดเผือด มองจางฉวนอย่างรู้สึกผิดทันที
ในห้องที่เคยมีเสียงคุยหยอกล้อก่อนหน้านี้พลันเงียบงัน คงเหลือสตรีผู้หนึ่งนั่งโง่งม
ครู่ใหญ่ชิงหลินจึงคิดได้ว่าควรไปขอโทษจางฉวน นางรีบลุกขึ้นอย่างร้อนรนแล้ววิ่งออกจากเรือนอย่างเร็ว ในใจยังคิดว่าควรเร่งรัดเรื่องการแต่งงานเสียที ปีนี้อายุนางก็ใกล้สิบหกปีแล้ว
เมื่อปลายเท้าวิ่งมาหยุดอยู่กลางลานหน้าเรือน หญิงสาวมองไปจนทั่ว กลับไม่เห็นชายคนรัก ชิงหลินให้รู้สึกเจ็บปวดใจนัก
นางไม่ควรปฏิเสธเขา…
หลังจากเหตุการณ์นั้นก็ผ่านมานานถึงหนึ่งเดือนเต็มแล้ว
หากนับตามจริง อารมณ์โกรธเคืองควรหมดสิ้นภายในสามวัน หรือไม่ควรเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ จะอย่างไรเสียก็คนรักกัน
ทว่าจางฉวนกลับเงียบหายไป ไม่มาหาเพื่อคุยหยอกล้อเหมือนเก่า ในใจของชิงหลินให้รู้สึกกระวนกระวายยากระงับ ใบหน้าเผยความหม่นเศร้า แต่กลับไม่กล้าเอ่ยปากกับผู้ใด หรือต่อให้ปรึกษามารดา ก็เกรงว่าจะได้รับเพียงคำตำหนิ เพราะจางฉวนคือบุตรชายของคู่ค้าบิดา ไม่อาจผิดใจกันได้
บ่ายวันหนึ่ง ชิงหลินเริ่มทนไม่ไหว หัวใจร้อนรนดั่งต้องไฟ นางออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปหาจางฉวน หมายมาดบอกกล่าวกับเขาอย่างจริงใจ ว่านางมิได้รังเกียจเขา และนางก็พร้อมจะขอโทษเขาอย่างลึกซึ้ง หากต้องการสิ่งใดนางยอมทั้งนั้น
บ้านของชิงหลินกับจางฉวนห่างกันแค่คนละหัวมุมเมือง บิดาของจางฉวนเป็นสหายต่างถิ่นของบิดาชิงหลิน หลังจากเจรจาร่วมการค้าเสร็จสิ้น จึงซื้อเรือนหลังโตเอาไว้ในหมู่บ้านนี้
มิคาดว่ายังไม่ทันถึงที่หมาย ระหว่างทางผ่านสวนดอกไม้ที่เป็นชายป่า ห่างสายตาผู้คน เบื้องหน้าของชิงหลินในระยะหลายจั้งกลับเห็นแผ่นหลังของจางฉวน
เขากำลังเดินจับมือกับสตรีผู้หนึ่ง
นัยน์ตาสาวน้อยเบิกกว้าง ในใจคิดว่าคงเป็นสหายของคู่หมั้นกระมัง ทว่าท่าทางของพวกเขาสนิทสนมกันเหลือเกิน
ในใจของชิงหลินบังเกิดความคิดสับสน นางเพียงเลือกหลบเร้นตัวตนลงไปนั่งข้างทางที่มีพุ่มไม้บังตา ความรู้สึกชาหนึบเกาะกินในโพรงอกทันทีที่มองเห็นฝ่ายสตรีชัดเจน
ชิงลี่!
หญิงสาวอุทานในใจ นิ่งค้างอึ้งงันในบัดดล
ชิงลี่คือน้องสาวต่างมารดาของชิงหลิน ซึ่งเกิดจากอนุภรรยาของบิดา อายุห่างกับนางแค่หนึ่งปี
ระยะทางที่จางฉวนเดินจูงมือกับชิงลี่ห่างจากชิงหลินหลังพุ่มไม้ไกลอยู่หลายจั้ง แต่กระนั้นภาพที่เห็นกลับเด่นชัดในครรลองสายตา และกลิ่นอายเฉกเช่นคนรักยิ่งชัดเจนในความรู้สึก
ทว่าชิงหลินกลับปฏิเสธความกระจ่างแจ้งนั้น
หญิงสาวกะพริบตา มองอย่างโง่งม กลีบปากเม้มแน่น ส่ายหน้าเบาๆ
นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดจางฉวนกับชิงลี่ถึงมาอยู่ด้วยกันในสวนพฤกษาชายป่าเยี่ยงนี้ ทั้งๆ ที่จางฉวนคือคู่หมั้นของนาง และชิงลี่ก็คือน้องสาวของนาง
นับแต่ท่านพ่อหมั้นหมายนางกับเขา ชิงลี่แสดงความยินดีมาโดยตลอด ทั้งยังสนับสนุนให้นางได้เจอกับจางฉวนบ่อยๆ จะได้รักใคร่สมัครสมานต่อกัน
ชิงหลินครุ่นคิดด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง หรือว่าที่ผ่านมาชิงลี่ต้องการเจอหน้าจางฉวนจึงคะยั้นคะยอให้นางนัดเขามาที่บ้าน
คิดไปคิดมาท้ายที่สุดหญิงสาวก็โคลงศีรษะถอนหายใจแล้วสรุปในแง่ดี
จะเป็นไปได้อย่างไร?
นั่นคือคู่หมั้นอันเป็นที่รักของนางกับน้องสาวผู้แสนดี พวกเขาคงเจอกันโดยบังเอิญ แล้วทักทายกันตามประสา
เพราะฝ่ายหนึ่งคือว่าที่พี่เขยและอีกฝ่ายคือน้องสาวของว่าที่ภรรยา ทุกคนล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน
