บทที่ 6 ตอนที่2 หานชิงหลินผู้โง่เขลา 1

ชายอีกคนช่วยอธิบายเสียงดัง “ชายอัปลักษณ์ประจำหมู่บ้านผิงเหยียนของเราอย่างไรเล่าขอรับ นายท่านอาจไม่รู้จัก แต่พวกยากจนท้ายหมู่บ้านล้วนรู้จัก ชายผู้นี้อาศัยอยู่ริมลำธาร ลักษณะตัวสูงใหญ่ หนวดเครารุงรัง ทั้งใบหน้ามีแต่รอยแผลเป็น น่าเกลียดมาก ที่สำคัญเป็นใบ้พูดไม่ได้ แผ่นหลังยังโค้งงอ แลดูน่ากลัว ลักษณะคล้ายวัวตัวผู้ในร่างมนุษย์ ชาวบ้านจึงเรียกเขาว่ากงหนิวขอรับ”

ทุกคนบ้านหานได้ฟังก็ตกใจ

ชิงหลินยิ่งตื่นตระหนกกว่าผู้ใด

เมื่อร่ายวาจาครบถ้วนแล้ว พยานชายหญิงคู่นี้จึงถูกอนุของบิดาพาตัวออกจากห้อง มอบเงินให้แล้วเชิญกลับไป

พยานชายหญิงจากไปแล้ว ภายในห้องโถงยังคงอบอวลไปด้วยบรรยากาศอึมครึมดำทะมึนและอึดอัดกดดันเต็มส่วน

ชิงหลินยามนี้เริ่มมีพิษไข้รุมเร้าอย่างรุนแรงเสียแล้ว                  จึงทำให้ไร้เรี่ยวแรง ทั้งสติยังเริ่มพร่าเลือน

นางใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีพยายามอธิบาย ทว่ากลับพูดจาติดขัดเปล่งเสียงไม่ออกสักคำ

“ขะ...ข้า...ข้าไม่ได้...”

หญิงสาวกำลังสับสน คิดการณ์ไม่ทันผู้ใดทั้งนั้น  

นางมักเป็นสตรีเช่นนี้ อึกอักอ้ำอึ้งไม่มีความมั่นใจ        ทำผู้คนรอบข้างนึกรำคาญไม่น้อย

ชั่วขณะนั้นเสียงของจางฉวนก็ตวาดก้อง ไม่ปล่อยโอกาสให้ชิงหลินได้เอ่ยอันใด

“อะไรกัน!? หลินเอ๋อร์!”

ชิงหลินพลันผวาเฮือกเนื้อตัวสั่นเทาราวกับลูกนกต้องฝน

นางมิใช่สตรีฉะฉานเหมือนใครเขา จึงทำได้แค่เม้มปากแน่น               ก้มหน้ามิกล้าเงย

จางฉวนโกรธเกรี้ยวบันดาลโทสะออกมา

“เจ้าทำตัวเหลวไหลถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน เสียท่าให้กับชายอัปลักษณ์ที่พิการหลังค่อมเช่นนั้น นับว่าตัวข้าที่เป็นชายปกติได้รับความอัปยศอดสูอย่างที่สุด ข้าจะถอนหมั้นเดี๋ยวนี้”

เมื่อได้ยินคำพูดประโยคสุดท้าย หานอี้ซวนและเจียหรูพลันแตกตื่นเบิกตาโพลง

เรื่องนี้นับเป็นเรื่องใหญ่ หมายถึงชื่อเสียงของตระกูลย่อมเสื่อมเสีย แค่ธิดาเสียบริสุทธิ์ให้ชายหยาบช้าก็ย่ำแย่มากแล้ว คู่หมั้นยังถอนสัญญาผูกสกุลยิ่งย่ำแย่ยิ่งกว่า

ใบหน้าของหานอี้ซวนดำคล้ำ ถลึงตามองชิงหลินอย่างคาดโทษ เจี๋ยหรู๋ยกมือขึ้นทาบอกอย่างตกใจ กลัวแต่ว่าสามีจะพาลโกรธนางไปด้วยจึงไม่กล้าเอ่ยคำใดทั้งนั้น นางส่งสายตามองชิงหลินอย่างผิดหวังที่มีบุตรสาวน่าชังเยี่ยงนี้ 

ผู้ถูกจ้องมองด้วยสายตาหลากหลายยังคงมึนงงไม่ทันแผนการของใคร แม้รู้อยู่แก่ใจว่าไม่เป็นความจริง

ชายอัปลักษณ์ผู้นั้นมิได้แตะต้องนางมากไปกว่าช่วยลากนางขึ้นจากน้ำมาวางแผ่อยู่ริมตลิ่ง กระทั่งเสื้อผ้าของนางยังอยู่เช่นเดิมมิได้ผลัดเปลี่ยนด้วยซ้ำ แต่นางก็ยังเถียงไม่ออกสักครึ่งคำ

เพราะการหายตัวไปทั้งคืนและอยู่กับชายอื่นเช่นนั้นคือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ อีกทั้งพยานสองปากยังกล่าวได้อย่างขึงขังฉะฉานเหลือเกิน ว่าเห็นชิงหลินอยู่กับกงหนิวทั้งคืนจริงแท้แน่นอน ไม่เชื่อก็ให้ฟ้าดินลงทัณฑ์

และทุกคนย่อมเชื่อเช่นนั้น ไม่มีใครเว้นช่องว่างให้ชิงหลินได้เอ่ยคำแก้ตัว

หญิงสาวทำได้แค่ยืนนิ่งแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้ขยับกาย ใบหน้าโศกสลด แสนทุกข์ระทม อีกทั้งในใจยังกลัวคู่หมั้นหนุ่มจะหมดรักในตัวนางเหลือเกิน จึงไม่กล้าผลีผลามบุ่มบ่ามอันใด

กระทั่งตัวนางเองยังลืมไปเสียสิ้น ว่าจางฉวนต่างหากที่เป็นฝ่ายนัดพบสตรีอื่นไปพลอดรักกัน

และสตรีนางนั้นยังเป็นน้องสาว...

ชิงหลินมองไปทางชิงลี่ เห็นอีกฝ่ายยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตาอย่างน่าสงสาร ท่าทางเสียใจสุดแสน ร่ำไห้เอ่ยปากด้วยเสียงสั่นเครือขอให้ผู้ใหญ่ใจเย็น ได้โปรดอย่าทำโทษพี่ใหญ่

ยามนี้ทุกคนเห็นชิงลี่เสมือนนางฟ้าผู้อ่อนหวานเปี่ยมเมตตา ทว่าชิงหลินกลับเหมือนนางมารทำเรื่องเสื่อมทรามประจานวงศ์ตระกูล

จางฉวนยืนยันเฉียบขาดดังลั่น “ข้าต้องการถอนหมั้น!”

ทุกคนบ้านหานพลันตาเบิกโพลง ชิงหลินถึงกับทรุดฮวบนั่งกองอยู่กับพื้นห้อง

ครอบครัวของจางฉวนฐานะดีกว่าครอบครัวบ้านหาน การค้ายังต้องพึ่งพากันไปอีกนาน หานอี้ซวนจึงเกรงอกเกรงใจเขาระดับหนึ่ง การถอนหมั้นนับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง และไม่ควรเกิดขึ้น

“อาฉวน เจ้าใจเย็นก่อนเถิด” หานอี้ซวนลุกขึ้นยืน เอ่ยกับจางฉวนด้วยเสียงทุ้มนุ่มอีกว่า “เรามาปรึกษากันสักครู่ดีหรือไม่?”

ห้องหนังสือของหานอี้ซวนอยู่เยื้องไปทางด้านหลังของโถงรับรอง จางฉวนถูกพาเข้าไปในห้องนั้น แล้วหายเงียบไป

นานครู่ใหญ่ ท่ามกลางความเงียบงัน บรรยากาศอึมครึมเสียยิ่งกว่ามีหมอกดำทะมึนลอยต่ำ ชิงหลินนั่งหน้าซีดเผือดปราศจากวาจาอยู่กลางโถงกว้าง โดยมีชิงลี่นั่งมองด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา ลอบยกยิ้มเหยียดหยันไร้ใครสังเกตเห็น

ไม่นาน...หานอี้ซวนก็ออกจากห้องหนังสือมากับจางฉวน พร้อมคำสั่งให้เตรียมงานแต่งทันที ระหว่างนี้ชิงหลินควรอยู่แต่ในเรือนห้ามออกไปที่ใด ห้ามก่อเรื่องน่าอับอายอันใดทั้งสิ้น

หญิงสาวให้นึกแปลกใจที่เรื่องราวกลายเป็นเช่นนี้ ทั้งยังดีใจหลายส่วน เพราะว่าจางฉวนมิได้เอ่ยเรื่องถอนหมั้นอีก

หานอี้ซวนกำชับชิงหลินเสียงเข้ม “เพื่ออาฉวน เจ้าทำได้หรือไม่? หลินเอ๋อร์”

“หมายความว่า พี่ฉวนจะไม่ถอนหมั้นแล้วหรือเจ้าคะ”     

ชิงหลินถามอย่างตื่นเต้น มองไปทางจางฉวนด้วยแววตาเปล่งประกาย

ชายหนุ่มมีสีหน้าเคร่งขรึม มองสบตาชิงหลินโดยไม่ปฏิเสธ เพียงเอ่ยเสียงต่ำ “ข้าไม่ถอนหมั้นแล้ว เจ้าเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวเถอะ” 

จบคำก็สะบัดชายผ้าเดินจากไปอย่างขุ่นเคือง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป