บทที่ 7 ตอนที่2 หานชิงหลินผู้โง่เขลา 2
หลังจากนั้น งานแต่งจึงถูกตระเตรียมอย่างพร้อมเพรียง โดยชิงหลินต้องรักษาเนื้อรักษาตัวอยู่แต่ในเรือน ห้ามออกไปที่ใด รอสวมชุดแดงอย่างเดียวเท่านั้น
ระหว่างที่รอเป็นเจ้าสาวในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ชิงหลินที่หายป่วยดีแล้วจึงได้มีโอกาสอธิบายกับบิดามารดา ว่าแท้จริงแล้วนางเดินเล่นจนเป็นลมพลัดตกน้ำ ได้กงหนิวช่วยเหลือ นางยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่อง มิได้พลาดพลั้งแต่อย่างใด
ชิงหลินอธิบายแค่นั้น โดยตั้งใจปกปิดความสัมพันธ์ของคู่หมั้นกับน้องสาว ด้วยกลัวเหลือเกินว่าเรื่องราวจะพลิกผัน กลัวว่าจางฉวนต้องรับผิดชอบชิงลี่ก่อนจะได้แต่งกับนาง
“ข้ากับกงหนิวไม่มีความสัมพันธ์ต่อกันจริงๆ นะเจ้าคะ”
บิดามารดาพยักหน้าเข้าใจ ไม่ต่อว่านางอีก...
เมื่อได้อธิบายตามความจริงแล้ว ชิงหลินจึงสบายใจมาก เฝ้ามองการเตรียมงานมงคลที่พร้อมแล้วถึงเก้าส่วนอยู่เงียบๆ อย่างมีความสุข…
คืนวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว งานแต่งที่ถูกจัดอย่างเร่งรีบก็ใกล้ถึงเวลาเต็มที
จางฉวนโกรธชิงหลินย่อมสมควรแล้ว เพราะนางอยู่กับกงหนิวผู้นั้นทั้งคืนจริงๆ แต่จางฉวนก็ยังยอมแต่งงานเพื่อปกป้องชื่อเสียงของนาง
ชิงหลินจึงคิดว่าเรื่องของเขากับน้องสาว นางพร้อมให้อภัยอีกฝ่ายเช่นกัน ทั้งยังคิดเอาไว้ว่าจะยินยอมให้เขาแต่งชิงลี่เป็นอนุอีกด้วย เพื่อความสุขของสามี นางต้องทนทุกข์ก็ไม่เป็นไร
แค่เขาพึงพอใจไม่รังเกียจนาง...
ชิงหลินคิดอย่างใจกว้าง เป็นสตรีจิตใจงดงาม มองทุกสิ่งในแง่ดี ไม่มีความคิดเป็นอื่นกับบิดามารดาและน้องสาวตลอดจนชายคนรัก
พิธีแต่งงานเกิดขึ้นไม่กี่วันถัดมา ชิงหลินในชุดเจ้าสาวคลุมหน้าด้วยผ้ามงคลปกปิดใบหน้าสีชาดอมยิ้มอย่างมีความสุข
ขบวนงานแต่งไม่ใหญ่มากนัก ผู้คนที่มาร่วมคือชาวบ้านที่พร้อมใจกันมาเป็นพยาน
ชิงหลินมองเห็นรอบทิศไม่ชัดเจน เพราะมีผ้าคลุมหน้าบดบังสายตาตลอดเวลา อีกทั้งหลังจากจิบชาหอมไปหลายถ้วยเพื่อลดอาการตื่นเต้นก็รู้สึกมึนงงไม่น้อย
พิธีการดำเนินไป เสียงเซ็งแซ่แสดงความยินดีดังระงมอยู่รอบกายไม่ขาดสาย ชิงหลินรู้สึกสองหูอื้ออึง สมองขาวโพลน รับรู้สิ่งใดไม่ชัดเจนสักเท่าใด
กระทั่งถูกมารดาและน้องสาวพาไปนั่งยังห้องหอที่รู้สึกว่าไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย แปลกประหลาดเหลือเกิน
ทว่ายังไม่ทันทำความเข้าใจอันใดมากนัก เสียงพูดคุยไม่กี่ประโยคของคนรอบข้างก็สิ้นสุดลง เจ้าบ่าวเดินเข้ามา ทุกคนออกไปคงเหลือเพียงเจ้าสาว
ชิงหลินนั่งตื่นเต้นอยู่บนเตียงมงคล ได้กลิ่นเหล้าคละคลุ้ง ก็อมยิ้มขัดเขิน จางฉวนคงถูกกลั่นแกล้งไม่ใช่น้อย เมื่อเอียงหูฟังยังได้ยินผู้คนยืนอยู่นอกห้องหอเต็มไปหมด
ธรรมเนียมของหมู่บ้านผิงเหยียนในคืนเข้าหอ ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว ล้วนเฝ้าอยู่รายรอบเพื่อเป็นพยานต่อคู่รัก ให้ผ่านคืนวสันต์ไปอย่างราบรื่น
ชิงหลินยิ่งใจเต้นระส่ำรุนแรง
วันนี้นางพร้อมแล้วที่จะมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้จางฉวน จะไม่เกี่ยงงอนบ่ายเบี่ยงแม้แต่นิดเดียว
ทว่าสวรรค์ช่างไร้เมตตา เมื่อผ้าคลุมหน้าถูกเปิดออก ท่ามกลางความมืดสลัวยามราตรี เจ้าบ่าวที่ชิงหลินได้เห็นกลับมิใช่ชายคนรักที่รอคอย
บุรุษชุดแดงตรงหน้ามิใช่จางฉวน
แต่เขาคือ กงหนิว
เป็นชายผู้ช่วยชีวิตนางจากการตกน้ำ
ทั่วร่างระหงแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ ปากอ้าตาค้าง พริบตาก็เผยความรังเกียจฉายชัดเต็มดวงหน้า
ต้องไม่ใช่!
เจ้าบ่าวของนางคือจางฉวนเท่านั้น!
ชิงหลินไม่เคยมีแม้แต่เศษเสี้ยวความคิดที่จะได้บุรุษอัปลักษณ์ผู้นี้เป็นสามี
นางจึงตกใจมาก ยังไม่ทันเอ่ยปากอุทานก็เห็นบุรุษตัวโตสูงใหญ่ น่าเกลียดน่ากลัวดูไม่ได้ กำลังแนบชิดเข้ามา
ทั้งรวดเร็วและรวบรัด
สายตาของเขาร้อนแรง ลักษณะเป็นชายกักขฬะชัดเจน ท่าทางยิ่งน่ากลัว ประหนึ่งภูตผีจากปรภพกระนั้น ใบหน้าภายใต้หนวดเคราเขี้ยวครึ้มแดงก่ำจนกลายเป็นดำคล้ำไม่น่ามอง
เขาไม่ต่างจากพวกป่าเถื่อนหรือโจรชั่วปล้นชิงเลยสักนิด และที่สำคัญ ยามนี้ยังมีกิริยาไม่ต่างจากผู้ร้ายฆ่าข่มขืน
แรกเริ่มชิงหลินเบิกตากว้าง อึดใจก็แตกตื่นผวาเฮือก เพราะได้ยินเสียงหอบหายใจฟืดฟาดจากชายตรงหน้า รับรู้ได้ถึงลมหายใจหอบหนักท่าทางหื่นกระหาย คล้ายเสือร้ายผู้หิวโหยที่อดอยากปากแห้งมาเนิ่นนาน
ไม่ช้า...ฝ่ามือหนาก็ตะปบเข้ามาที่เอว ดวงตาบุรุษภายใต้แสงเทียนสีแดงคล้ายมีเปลวเพลิงพร้อมแผดเผา
ชิงหลินเห็นไฟราคะลุกโชนอยู่ในนั้น ความร้อนเร่าพลันครอบคลุมรอบกายนาง
ชิงหลินรับรู้ความหยาบกร้านของฝ่ามือร้อนกรุ่นคู่นั้นที่ล้วงเข้ามาในสาบเสื้อ บีบเคล้นเนินอกอย่างหยาบคาย อึดใจก็กระชากจนขาดวิ่นอย่างป่าเถื่อนโหดร้าย
เสียงแคว่กๆ ติดต่อกันไม่กี่ครา เนื้อนางก็เปล่าเปลือย เอี๊ยมตัวเล็กอันเป็นปราการสุดท้ายพลันหลุดลอยไปไกล
ชิงหลินรู้สึกว่าหน้าอกเย็นวาบ จากนั้นก็มีกายหยาบกระด้างทาบทับลงมา เนื้อตัวของกงหนิวร้อนมาก แทบจะลวกผิวของนางให้มอดไหม้ เขามีลำตัวหนาใหญ่และหนักมาก
ครู่ต่อมาขาเล็กของชิงหลินก็ถูกบังคับให้แยกออกด้วยท่อนขาใหญ่แข็งแรงของกงหนิว พริบตาจากนั้นความร้อนแข็งขึงก็สอดแทรกเบียดเสียดเข้ามาในกายสาว
ชิงหลินกรีดร้องลั่นด้วยความขยะแขยง นางรู้สึกเจ็บมาก น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มราวห่าฝน ทว่ากงหนิวก็ยังไร้วี่แววว่าจะหยุดยั้ง เขายังคงกระทำสิ่งที่เรียกว่ากระหน่ำอย่างเอาแต่ใจ ทั้งป่าเถื่อนรุนแรงและโหดร้าย
