บทที่ 8 ตอนที่3 หานชิงหลินสิ้นชีพ

ภายในห้องคับแคบ บนเตียงมงคล เสียงครางแหบต่ำดังผสานเสียงครวญสะอื้นไห้

ชายร่างหนาถอนแท่งเหล็กร้อนผ่าวกลางกายสาวออกไปแล้วแทงเข้ามาใหม่ เข้าออกอยู่เช่นนั้นโดยไม่สนใจคนใต้ร่างที่พยายามดิ้นพล่าน

มือใหญ่ของเขาจับตรึงสองมือเล็กนุ่มของนางเอาไว้เหนือศีรษะอย่างแน่นหนา ยึดสะโพกงามด้วยการสะบัดเอวสอบโจนจ้วงตอกตรึงอย่างหยาบคาย

เคลื่อนไหวบนร่างนางอย่างดุดัน

เดิมทีชิงหลินหายใจไม่ออกที่ถูกทาบทับ ทว่ายามนี้นางกลับหายใจกระชั้นถี่แรงเร็ว บางจังหวะยังหายใจไม่ทัน ทำได้เพียงครางกระเส่าดังลั่น

คำว่าแทบขาดใจกำลังเกิดขึ้นอย่างทรมานแสนสาหัส ได้ยินเพียงเสียงครางแหบต่ำจากชายใจหยาบกลบเสียงร่ำไห้ของตนจนสิ้น สาวน้อยสัมผัสได้ถึงความกลัวและรังเกียจที่สุดในชีวิต

บุรุษอัปลักษณ์ที่กำลังขับเคลื่อนตัวตนบนกายนาง 

คือเสือร้ายผู้หยาบคายหิวกระหายอย่างแท้จริง

มันผู้นี้ตักตวงจากนางอย่างไร้ซึ่งความปรานี บางทีคำว่าขืนใจยังน้อยไป

ราตรียืดยาว วสันต์แสนสั้น ชิงหลินล้วนคิดว่าผิดมหันต์ อันที่จริงควรเป็นราตรียืนยาว นรกนิรันดร์

เพราะว่านางกำลังถูกเสือร้ายขย้ำทั้งคืน

ยามสายวันต่อมา

บนเตียงนอนสีแดงที่คลุมทับด้วยผ้าสีขาว มีร่างอรชรเปล่าเปลือยนอนอย่างเดียวดาย ไร้ร่างสามีเคียงข้าง ทั่วเรือนกายนางเต็มไปด้วยริ้วสีแดงเป็นจ้ำและรอยฟันขบกัด

ชิงหลินตื่นขึ้นมานานแล้วแต่ก็ยังร่ำไห้ไม่หยุด เรือนร่างสั่นสะท้านอย่างสิ้นหวัง สีหน้าซีดเผือดราวกับเลือดในกายถูกน้ำวนในทะเลสาบน้ำแข็งดูดกลืน

ภาพของชายที่ครอบครองนางอย่างทารุณยังคงติดตา ความเดียดฉันท์ชิงชังยังคงติดตรึงฝังแน่นในจิตใจ

แทนที่จะได้เข้าหอกับบุรุษหล่อเหลาซึ่งเขาคือคนที่ชอบ แต่กลับต้องเข้าหอกับบุรุษน่าเกลียดปานนั้น

นางรังเกียจกงหนิวยิ่งนัก

ขยะแขยงสิ้นดี

ท้ายที่สุดสิ่งที่ทำให้ความรู้สึกของตนเองย่ำแย่ยิ่งกว่าคือความจริงที่ครอบครัวและชายคนรักกระทำ

ก่อนหน้านี้ทั้งบิดามารดารวมถึงน้องสาวล้วนบอกกล่าวแก่นางว่าให้รอเป็นเจ้าสาวของพี่จางฉวน เขามิได้คิดจะถอนหมั้นแต่อย่างใด ให้นางรออยู่ในเรือนอย่าออกไปไหน

เดิมทีนางลองถามถึงความสัมพันธ์อันซ่อนร้อนของคู่หมั้นกับน้องสาวแล้ว ทว่าชิงลี่กลับตอบกลับว่า

‘พี่สาวคงตาฝาดไปเองแล้วเจ้าค่ะ’

แน่นอนว่านางไม่อาจเชื่อ ทว่าชิงลี่กลับร้องห่มร้องไห้จนเรื่องราวบานปลาย เรียกร้องสายตาตำหนิจากทุกคนในบ้าน   ยามนั้นชิงลี่ยังเอ่ยฉะฉานว่า

‘ข้าไม่มีส่วนใดเกี่ยวข้องกับคุณชายจางฉวน และไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่นอน พี่สาวคือพี่ของข้านะ ข้าจะเฉือนใจพี่ได้อย่างไร ขอให้พี่สบายใจ เตรียมตัวเป็นภรรยาแสนดีให้สามีเท่านั้น อย่าคิดฟุ้งซ่านในเรื่องที่เป็นไปมิได้เชียว’

สีหน้าจริงจังวาจาหนักแน่นแววตาน่าเชื่อถือของชิงลี่ ทำให้ทุกคนคิดว่าชิงหลินงี่เง่าไร้สาระหึงหวงบุรุษกับน้องสาวได้อย่างน่าอาย บังเกิดความกดดันให้ชิงหลินต้องเชื่อชิงลี่จนหมดใจ

ต่อมาทุกคนยังช่วยปลอบประโลมด้วยประโยคที่ว่าจะได้แต่งงานกับจางฉวนอยู่แล้ว ไม่ควรคิดเล็กคิดน้อยอะไรทั้งนั้น

ยามนี้ยิ่งคิดยิ่งสะอื้นไห้ ความเสียใจเข้าถาโถมกระแทกห้วงอารมณ์คล้ายคลื่นลูกใหญ่ม้วนตัวสูงแล้วโหมซัดอย่างรุนแรง

นางถูกหลอก! ทุกคนหลอกนาง...

ในสมองมีแต่คำถามว่าทำไมซ้ำๆ เหตุใดทุกคนถึงใจดำกับนางถึงเพียงนี้ ทำไมต้องทำร้ายกัน ทำไม?

หญิงสาวช้ำใจแทบกระอักเลือด แล้วสรุปได้ถึงความเลือดเย็นของโชคชะตา ท้ายที่สุดก็นึกเกลียดตนเอง

เกลียดที่ตนเองโง่เง่าไร้น้ำยา เกลียดที่ตนเองเกิดมาก็เป็นชิงหลิน เป็นสตรีที่สมควรตายๆ ไปเสีย

ในเมื่อโลกนี้ไม่ยุติธรรม นางควรยุติมันเอง! 

นางไม่อาจอยู่ได้อีกต่อไป ความอัปยศอดสูนี้นางไม่ขอแบกรับเอาไว้ ความแค้นใดๆ นางล้วนไม่ยินดีรับมัน

ในเมื่ออดีตมิอาจแก้ไข อนาคตมิอาจก้าวเดินได้ไหว 

พอกันที! ชีวิตอันแสนบัดซบ

ชีวิตที่มีแต่ความเจ็บปวดตอบแทนความโง่เขลาเบาปัญญา

ชิงหลินสบถหลายประโยคและคิดสั้นๆ ได้แค่นั้น ก่อนปิดเปลือกตาลงช้าๆ ใบหน้าขมขื่นสุดจะทน กล้ำกลืนความทรมานอันตกตะกอนเป็นลิ่มเลือดหนาทึบอัดแน่นไว้ในอก  

ไม่นาน ...ผ้าปูเตียงผืนยาวสีขาวกับคานเรือนจึงบรรจบ พร้อมปล่อยร่างระหงให้ลู่ลงตามน้ำหนักตัว

ชิงหลินสิ้นลมหายใจในเวลาต่อมา…

บนคานเรือนในห้องหอ

มีร่างระหงเปล่าเปลือยแขวนคอค้างเติ่ง แน่นิ่งไม่ขยับ ทว่าเพียงอึดใจ ทั้งร่างนั้นกลับกระตุกเฮือก

ทันทีที่ลืมตาอีกครา ซานซานรู้สึกหายใจไม่ออกจนลิ้นแน่นจุกปาก ผ้าขาวยิ่งรัดรึงที่ลำคอ พลันนั้นก็รู้สึกตัวและได้สติ

หญิงสาวออกแรงเฮือกหนึ่ง เสือกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ จับผ้าเอาไว้มั่น แล้วดันร่างตีลังกาขึ้น ใช้เรียวขาเกี่ยวกับขื่อคาน ไขว้เท้าทั้งสองข้างคล้องเอาไว้แน่น ขยับมือแก้ปมผ้าที่ลำคอโดยไว ก่อนจะทิ้งร่างดิ่งลงมากระแทกพื้นห้องเสียงดังตุ้บ

ซานซานถึงกับจุก ร้องไม่ออก

นอกจากจุกที่ท้อง ยังปวดตุบๆ ที่ส่วนสงวนของกายสาว

หญิงสาวขมวดคิ้วโกรธกรุ่น นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดเจ้าของร่างไม่ฆ่าตัวตายก่อนเข้าหอเล่า!

ให้ตายเถอะ!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป