บทที่ 2 2

เธอตอกกลับจนคนที่เป็นห่วงถึงกับสะอึก เขารีบมาที่โรงแรมหลังจากที่ทราบข่าวจากรุ่งรุจีเพื่อนสนิทอีกคนว่า วันนี้ วชิราภรณ์เดินทางมาที่โรงแรมแห่งนี้พร้อมกับวุฒิชัย เพื่อจัดการกับคนรักของน้องสาวต่างมารดาเหมือนรายอื่นๆ ณัชญ์รีบรุดมาที่นี่เพราะกลัวว่าเธอจะพลาดพลั้งตกเป็นของวุฒิชัยจริงๆ แต่พอมาเจอประโยคคำพูดของเพื่อนสาว ทำให้จิตใจของเขาห่อเหี่ยวขึ้นมาทันที

“ที่ณัชญ์มาที่นี่เพราะณัชญ์เป็นห่วง ถ้าผึ้งไม่ใช่เพื่อนของณัชญ์ ณัชญ์จะไม่ยุ่งด้วยเลย”

น้ำเสียงแกมน้อยใจของเพื่อนสนิท ทำให้วชิราภรณ์รู้สึกตัวว่าตนเองนั้นพูดแรงเกินไป เธอรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้เป็นห่วงเธอมากแค่ไหน บางครั้งห่วงมากจนรู้สึกรำคาญและอึดอัด

“ผึ้งขอโทษนะ ณัชญ์อย่าโกรธผึ้งนะ”

วชิราภรณ์กล่าวขอโทษเสียงหวานและออดอ้อน เดินเข้ามาเกาะแขนณัชญ์อย่างเอาใจ ก่อนจะพูดในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ “ไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันเถอะ ฉลองความสำเร็จของผึ้งไง เดี๋ยวโทรบอกให้จีไปที่บ้านผึ้งเลย”

“ก็ได้” เป็นอีกครั้งที่ณัชญ์ใจอ่อนกับทีท่าและน้ำเสียงอ้อนหวานๆ ของเพื่อนสาว อาจเป็นเพราะว่าชายหนุ่มรักวชิราภรณ์มาก...มากจนมองข้ามคำพูดและการกระทำของเธอ สองหนุ่มสาวพากันเดินไปยังร้านขายอาหารในละแวกใกล้เคียง เลือกซื้ออาหารหลายอย่างก่อนจะเดินทางกลับไปยังบ้านของวชิราภรณ์

“ฮือๆๆ ฮือ” เสียงสะอื้นไห้ดังออกมาจากลำคอของเขมิกาอย่างต่อเนื่อง มือเล็กกำโทรศัพท์เอาไว้แน่น ข้อความภาพที่ถูกส่งมายังคงปรากฏอยู่บนหน้าจอมือถือ เสียงสะอื้นดังออกมาถึงนอกห้อง วรางค์คนางค์ที่กำลังเดินผ่านห้องส่วนตัวของลูกสาวชะงักเท้าโดยพลัน เปลี่ยนทิศทางการเดินจากความตั้งใจเดิมจะลงไปชั้นล่าง เดินตรงไปยังห้องของบุตรสาวทันที นางเคาะประตูสามครั้งก่อนจะเปิดประตูเข้าไปภายในห้อง

“เป็นอะไรเขม ลูกร้องไห้ทำไม” นางถามลูกสาวเมื่อทรุดกายลงนั่งบนเตียงนอน

“คุณแม่ขา...เขม เขม...ฮือ”

หญิงสาวที่กำลังร้องไห้ไม่ตอบคำถาม แต่กลับโผกอดร่างของมารดาเอาไว้แน่น ร้องไห้กับอกแสนอบอุ่นและเป็นที่พักพิงเธอได้ทุกครั้งที่ประสบพบเจอกับคำว่าทุกข์ ฝ่ามือของวรางค์คนางค์ลูบศีรษะของลูกสาวเบาๆ คล้ายกับปลอบประโลม กระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้นราวกับจะปกป้อง

“ร้องไห้ทำไมลูก ใครทำอะไรลูกแม่” นางถามหลังจากที่เสียงสะอื้นไห้ของลูกสาวทุเลาลง

“คุณแม่ขา ดูนี่สิคะ”

เขมิกายื่นโทรศัพท์ที่อยู่ในมือให้มารดา นางรับมันไว้แล้วก้มมองภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ดวงตาขอสตรีวัยห้าสิบปีเบิกกว้างด้วยความตกใจ บุคคลที่อยู่ในภาพคือวุฒิชัย คนรักของลูกสาว ในภาพไม่ได้มีเพียงแต่วุฒิชัยเท่านั้น ยังมีหญิงสาวอีกคนหนึ่งอยู่ในภาพนั้นด้วย ทั้งสองอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน แล้วที่สำคัญท่อนบนเปลือยเปล่า ท่อนล่างมีผ้าห่มคลุมทับเอาไว้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ทั้งคู่เพิ่งผ่านกิจกรรมอะไรมา

“ผู้หญิงคนนั้นส่งมาให้เขมค่ะคุณแม่ เธอบอกว่า บอกว่า เธอขอพี่วุฒิค่ะ ฮือ”

เสียงร้องไห้ของเขมิกาดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อนึกถึงคำพูดที่ยังคงก้องอยู่ในหู หญิงสาวจำเสียงของต้นสายได้ดี เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยิน เขมิกาจะได้ยินทุกครั้งที่เห็นภาพบาดอารมณ์ อีกทั้งยังเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่า ความรักของเธอครั้งนี้ได้อับปางลงแล้ว แต่ที่เธอไม่เข้าใจก็คือ ผู้หญิงปริศนาคนนี้ต้องการอะไรกันแน่ เหตุใดจึงแย่งชิงคนรักของเธอด้วย หากแย่งไปแล้วยังรักกันอยู่เธอพอจะเข้าใจ มันไม่เป็นเช่นนั้น ทั้งคู่จะเลิกร้างกันในเวลาต่อมา เขมิกาจึงไม่เข้าใจจุดประสงค์ของหญิงสาวปริศนาคนนั้นเลย

“โถ...ลูกแม่ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย แม่ไม่เข้าใจเลยว่าผู้หญิงคนนี้ว่า ต้องการอะไรมาทำกับเขม

แบบนี้ทำไม”

วรางค์คนางค์ก็ต้องการคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน สี่ครั้งแล้วที่เขมิกาต้องร้องไห้เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เรื่องที่เหมือนหนังเก่ามาเล่าใหม่ ซ้ำๆ หลายครั้ง หัวใจของคนที่เป็นแม่เจ็บช้ำไม่แพ้กัน

“เขมก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่า ผู้หญิงคนนั้นต้องการอะไร ทำแบบนี้ทำไม เขมจะทนไม่ไหวแล้วนะคะคุณแม่ ฮือ”

เขมิกาถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีเยี่ยม ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ถูกอบรมให้สมกับเป็นกุลสตรีไทย เธอได้รับความอบอุ่นทั้งจากบิดาและมารดา หญิงสาวจึงเปรียบเสมือนแก้วที่เปราะบาง ไม่มีภูมิคุ้มกันพร้อมที่จะแตกสลายได้ทุกเมื่อ หากมีอะไรมากระทบจิตใจ อย่างเช่นเรื่องนี้เป็นต้น หากไม่มีมารดาคอยปลอบโยนและให้กำลังใจ เขมิกาก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นเช่นไร

“เขมต้องอดทนนะลูก ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลก เขมของแม่ต้องเข้มแข็ง การที่ผู้หญิงคนนั้นแทรกเข้ามาในความรักของลูก มันก็เหมือนเป็นการพิสูจน์ความหนักแน่น ความจริงใจของชายคนนั้นๆ ว่าจะรักลูกแม่จริงมากน้อยแค่ไหน ให้ลูกแม่ได้รู้ตัวก่อนที่จะตัดสินใจแต่งงานกันไป เพราะถ้าถึงวันนั้นเขมจะต้องเป็นคนที่เสียใจมากที่สุด เชื่อแม่นะลูก เขมต้องเข้มแข็งและอดทน”

“เขมไม่เข้าใจเลยค่ะคุณแม่ เขมไม่เคยไปแย่งของของใคร ไม่เคยแย่งชิงความรักของใครด้วย ไม่เคยแม้แต่จะคิด แล้วทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงได้มาแย่งคนที่เขมรักด้วยล่ะคะคุณแม่”

ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา เขมิกาถูกแย่งชิงคนรักไปถึงสี่คน ซึ่งแต่ละครั้งมักเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เธอยังจำน้ำเสียงของสตรีในภาพได้ไม่มีวันลืม เพราะมันเหมือนกันทุกครั้งที่เกิดเรื่องเช่นนี้ และความเจ็บปวดทางใจมีมากไม่ต่างกันเลย

คำพูดของลูกสาวกระแทกใจของคนที่เป็นแม่อย่างจัง หรือนี่มันจะเป็นผลกรรมที่นางได้ทำไว้ในอดีต มันไม่ได้ย้อนกลับเข้ามาหานางอย่างที่สมควรจะเป็น ผลกรรมกลับพุ่งเป้าไปที่เขมิกาแทน ลูกสาวเป็นคนรับกรรมแทนนาง กรรมที่ยังติดเป็นชนักปักหลังนั้นก็คือ นางแย่งชิงณัฐพลมาจากอดีตภรรยาของเขานั่นเอง

“เขมไม่ผิดหรอกลูก เขมลูกแม่ไม่ผิด เขมต้องเข้มแข็งนะลูก ถ้าลูกอ่อนแอเมื่อไหร่ ผู้หญิงคนนั้นก็จะได้ใจ เธอก็จะทำอย่างนี้ซ้ำๆ ซากๆ การที่ผู้หญิงคนนั้นรู้ว่าคนรักของเขมคือใคร นั่นหมายความว่าเธอต้องรู้การเคลื่อนไหวของลูก เพราะฉะนั้นอย่างอ่อนแอ เขมต้องยืนหยัดให้ได้ เขมต้องลุกขึ้นสู้บ้างนะลูก คนที่อ่อนแอมักตกเป็นเหยื่อของคนที่เข้มแข็งเสมอ ถ้าเขมอ่อนแอมันก็ยิ่งได้ใจ”

มารดาพูดถูก ผู้หญิงคนนั้นต้องรู้ความเคลื่อนไหวของเธอ ไม่เช่นนั้นจะไม่รู้ว่าคนรักของเธอนั้นคือใคร ทว่าในความเป็นจริงมันทำได้ยากยิ่ง เขมิการรักใครรักจริง ไม่เผื่อใจไว้สำหรับคำว่าผิดหวังเลย ดีที่ว่าเธอกับวุฒิชัยคบหากันได้ไม่ถึงสามเดือน ความรักจึงยังไม่แน่นในอุรา ความเจ็บปวดจึงมีไม่มากเท่าคนรักคนก่อนๆ

“เขมจะเข้มแข็งค่ะ เขมจะพยายามให้ดีที่สุดค่ะ”

“ดีมากลูก ล้างหน้าล้างตาซะนะ แล้วลงไปทานข้าวนะลูก”

“ค่ะแม่” เขมิการับคำมารดาเสียงเบา เธอส่งยิ้มบางๆ ให้วรางค์คนางค์ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ ล้างหน้าขจัดความทุกข์ที่แต่งแต้มติดบนดวงหน้าออก ต่อไปนี้เธอจะต้องเข้มแข็ง จากผู้แพ้ต้องเปลี่ยนเป็นผู้ชนะให้ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป