บทที่ 3 3
“แม่จ๋า แม่ ผึ้งกลับมาแล้วจ้ะ ผึ้งซื้อของอร่อยๆ มาฝากแม่เยอะแยะเลย”
เสียงหวานใสของวชิราภรณ์ดังมาก่อนที่เธอจะก้าวเข้าไปในบ้าน ทำให้สตรีวัยห้าสิบเอ็ดปีหันหน้ามามองต้นเสียงที่หิ้วถุงอาหารติดมือมาหลายใบ ด้านหลังมีหนุ่มรูปงามนามว่าณัชญ์เพื่อนสนิทของลูกสาวเดินตามมาติดๆ
“สวัสดีครับคุณป้า จียังไม่มาหรือครับ” ณัชญ์พนมมือไหว้กัญญา ก่อนจะเอ่ยถามถึงเพื่อนอีกคน
“มาแล้วจ้ะ ออกไปซื้อน้ำหวานที่ร้านโกฮุยน่ะ” กัญญาตอบ
“แม่จ๋า วันนี้ผึ้งซื้อของอร่อยๆ ตั้งหลายอย่างมาให้แม่ด้วยนะ ของชอบของแม่ทั้งนั้นเลย”
วชิราภรณ์ชูถุงอาหารในมือให้มารดาดู จากนั้นก็เดินตรงไปเข้าในห้องครัว เพื่อจัดอาหารที่ซื้อมาใส่จาน เพียงสิบนาทีอาหารหลากหลายชนิดก็ถูกตั้งวงอยู่บนพื้นไม้กระดานของบ้าน ณัชญ์ทำหน้าที่ยกหม้อหุงข้าวมาวางไว้ข้างๆ ลูกสาวเจ้าของบ้าน วชิราภรณ์ทำหน้าที่ตักข้าวสวยร้อนๆ แจกจ่ายให้คนที่ร่วมรับประทานอาหารด้วย
“นึกยังไงซื้อของกินมาเยอะแยะอย่างนี้ล่ะลูก ซื้อผักสด เนื้อสัตว์มาทำกินเองแม่ว่าจะประหยัดกว่านะ”
กัญญามีนิสัยมัธยัสถ์ ใช้ชีวิตแบบพอเพียงไม่ฟุ้งเฟ้อไปตามวัตถุนิยมและสังคมเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปบอกลูกสาว พร้อมกับมองอาหารหลายอย่างที่มีราคาค่อนข้างแพงด้วยความเสียดายเม็ดเงินที่ซื้อไป
“แม่จ๋า นานๆ ครั้งน่ะ พอดีวันนี้ผึ้งทำงานชิ้นโบว์แดงชิ้นหนึ่งเสร็จ ผึ้งก็เลยเลี้ยงฉลองความสำเร็จน่ะแม่”
วชิราภรณ์คุยโว กัญญายิ้มรับความสำเร็จของลูกสาว เพราะเข้าใจว่าผลงานชิ้นที่ว่านั้นนั้นเป็นเรื่องงาน สองเพื่อนสนิทมองหน้ากัน ทั้งสองไม่อยากจะคิดเลยว่า หากกัญญารู้เรื่องที่ลูกสาวทำอยู่ นางจะเสียใจและผิดหวังมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากความลับมันไม่มีในโลกใบนี้
“กินข้าวเถอะแม่ ของอร่อยๆ ทั้งนั้นเลย”
ทั้งหมดจึงลงมือรับประทานอาหารที่วชิราภรณ์เลือกซื้อมาให้มารดาทานโดยเฉพาะอย่างไม่นึกเสียดายเงิน ทั้งสี่ทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย พูดคุยกันอย่างสนุกสนานทำให้รสชาติของอาหารเย็นมือนี้อร่อยเพิ่มขึ้นหลายเท่า ก่อนที่วชิราภรณ์และเพื่อนสนิททั้งสองคนจะช่วยกันเจ็บจานชามไปล้าง
“ผึ้ง เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวแบบนี้ซะที แกมีความสุขนักหรือไง ไม่กลัวป้าญารู้เรื่องเหรอ” รุ่งรุจีหันมาถามเพื่อนสาวขณะกำลังล้างจาน
“ฉันไม่มีวันเลิกทำจนกว่าคนพวกนั้นจะได้รับความเจ็บปวดเหมือนกับที่แม่ฉันเจ็บ แล้วที่ถามฉันว่าฉันมีความสุขหรือเปล่า ตอบตรงนี้เลยว่ามาก ฉันมีความสุขเมื่อได้เห็นน้องสาวฉันเสียน้ำตา มันสะใจเป็นที่สุด ส่วนคำถามหลังสุดของแก แม่ฉันไม่มีวันรู้เรื่องนี้เด็ดขาดถ้าหากแกสองคนไม่พูด”
“แกรู้ได้ยังไงว่าป้าญาเจ็บปวด แกเคยถามป้าญาเหรอ”
“ฉันรู้สิ ก็เพราะท่านเป็นแม่ของฉัน แกไม่ได้อยู่กับท่านมาตั้งแต่เกิด แกไม่รู้หรอกว่าแม่ของฉันเจ็บปวดมากแค่ไหน แม่ฉันเจ็บ ฉันก็เจ็บด้วยแล้วใครหน้าไหนที่มันทำให้แม่ของฉันเจ็บ คนๆ นั้นก็จะต้องเจ็บมากกว่าฉันหลายร้อยเท่า”
วชิราภรณ์ตอบตามความรู้สึกของเธอเอง ประกอบกับภาพในวัยเด็กที่หญิงสาวมักเห็นมารดาแอบร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง พอเธอถามมารดาจะบอกว่าฝุ่นเข้าตาเสมอ จนกระทั่งเธอมารู้ความจริงทั้งหมดในวัย 14 ปี
ณัฐพลบิดาของวชิราภรณ์แต่งงานกับกัญญาได้เพียงสามปี ความรักและความเข้าใจถูกแทรกเพราะผู้หญิงที่ชื่อวรางค์คนางค์ ณัฐพลพาภรรยาน้อยเข้ามาอยู่ในบ้าน นำพาความเสียใจมาให้กัญญาอย่างมากมายมหาศาล เท่านั้นยังไม่พอ ยังลดบทบาทหน้าที่ของภรรยาหลวงทีละนิด จากเดิมที่กัญญาคอยจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านก็ถูกภรรยาน้อยยึดไปทำหน้าที่นั้นแทน กัญญาซึ่งมีนิสัยเงียบๆ เก็บความรู้สึกไว้ภายใน นางไม่พูด ไม่ว่าภรรยาน้อยสักคำ หวังลึกๆ ว่าณัฐพลจะให้ความยุติธรรมกับนางบ้าง
เปล่าเลย...ณัฐพลไม่ทำการใดๆ ทั้งสิ้น แถมยังบอกว่า เป็นการณ์ดีที่วรางค์คนางค์มาช่วยดูแลค่าใช้จ่ายภายในบ้าน แบ่งเบาภาระไปได้อีกทางหนึ่ง
เรื่องมันไม่ได้มีเพียงเท่านั้น ต่อหน้าณัฐพล วรางค์คนางค์จะทำตัวดี อ่อนน้อมถ่อมตนกับกัญญาเสมอ ทว่าลับหลังพฤติกรรมคนละทางกันเลย ภรรยาน้อยมักพูดจาเสียดสีมารดาของเธออยู่ตลอดเวลา พูดประมาณว่า ที่ณัฐพลพาตนเองเข้ามาอยู่ในบ้านนั้น เป็นเพราะเบื่อและหมดรักภรรยาหลวง หนำซ้ำยังพูดทิ้งท้ายด้วยว่า ยังไม่รู้ตัวอีกหรือ ถ้าเป็นวรางค์คนางค์คงหนีไปจากที่นี่ ไม่ทนอยู่กับคนที่ไม่ต้องการตัวเอง
กัญญาเก็บความรู้สึกต่างๆ ไว้ในใจ ไม่แสดงกิริยาใดๆ ให้สามีไม่สบายใจ แม้ว่าตนเองจะกล้ำกลืนมากเพียงไรก็ตาม เหตุผลที่กัญญาหนีออกมาจากชีวิตของบิดาเป็นเพราะ ณัฐพลเข้ามาพูดเรื่องบางอย่างกับกัญญาในวันหนึ่ง เรื่องนั้นก็คือเรื่องหย่า โดยให้เหตุผลในการขอหย่าว่า ตอนนี้วรางค์คนางค์ตั้งครรภ์ได้หนึ่งเดือนเศษ เขาไม่อยากให้ลูกที่เกิดมาในอนาคตต้องมีปมด้อย หากรู้ว่าแม่ของตนเองเป็นภรรยาน้อย การหย่าร้างเป็นเพียงในนามเท่านั้น กัญญาสามารถอยู่ในบ้านของเขาไปตลอดชีวิต เขาไม่คิดที่จะผลักไสนางไปไหน กัญญาเสียใจมากเนื่องจากตอนนั้นนางก็ตั้งครรภ์ได้สองเดือนเศษเช่นกัน เพียงแต่ยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใคร แม้แต่พ่อของเด็กในท้อง
กัญญาอยากจะถามณัฐพลกลับไปว่า แล้วลูกของนางที่อยู่ในท้องจะทำอย่างไร หากหย่าร้างกันไปแล้ว ลูกของนางจะมีปมด้อยเหมือนลูกของวรางค์คนางค์หรือไม่ กัญญาไม่ถามเนื่องจากคำพูดของณัฐพลชัดเจนทุกอย่างแล้วว่า ไม่ต้องการให้นางอยู่ในฐานะภรรยา กัญญาจึงหนีออกจากบ้านที่ฝากความเจ็บปวดไว้ในหัวใจของตัวเองทันทีที่จัดการเรื่องหย่าเรียบร้อย ไม่มีใครรู้ว่านางตั้งท้อง ไม่มีใครรู้ว่านางให้กำเนิดธิดาหน้าตาน่ารัก เป็นแก้วตาดวงใจ เป็นตัวจุดประกายความหวังและแรงฮึดสู้กับโลกที่แสนโหดร้าย
“เรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้ว บางทีป้าญาอาจจะลืมไปแล้วก็ได้ อีกอย่างที่ป้าญาเล่าให้แกฟัง ไม่ใช่ให้แกไปเคียดแค้นคนบ้านโน้น ป้าญาอยากให้แกรู้ว่าใครคือพ่อของแกต่างหาก แกแปลความหมายผิดเพี้ยนไปหรือเปล่า”
รุ่งรุจีเป็นเพื่อนกับวชิราภรณ์มานานถึงสิบเก้าปี วันที่กัญญาเล่าให้เพื่อนสาวฟังเธอก็นั่งฟังอยู่ด้วย จึงรู้เรื่องราวทั้งหมด รุ่งรุจียังจำวันที่กัญญาเล่าอดีตได้เป็นอย่างดี แววตาของนางนั้นไม่มีความทุกข์โศก ไม่มีความเสียใจแฝงอยู่ในสายตาคู่นั้นเลย
