บทที่ 3 พนักงานดีเด่น

“นี่หล่อน มานั่งเช็ดพื้นอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ย!”

เสียงแหลมสูงของลูกเรือชายรุ่นพี่ทำให้หญิงสาวในชุดราตรีสีน้ำเงินเงยหน้าขึ้น พร้อมฉีกยิ้มกว้างอย่างเขิน ๆ แล้วตอบอย่างใสซื่อ

“ไม่รู้ใครทำน้ำหกเอาไว้ ติชากลัวว่าถ้าใครเดินมาเหยียบแล้วลื่นขึ้นมา คงแย่แน่ ๆ เลยค่ะ”

“โอ๊ย...แล้วทำไมไม่เรียกแม่บ้านมาจัดการล่ะยะ นี่มันใช่งานหล่อนตรงไหน?”

ชายหนุ่มหน้าตี๋ท่าทางกระฉับกระเฉงพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ ก่อนจะประชดประชันต่อ

“หรือกลัวใครจะเม้าท์ว่าได้ตำแหน่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินดีเด่นสองปีซ้อนเพราะสวยแต่เส้นหืม?”

กันติชายังคงยิ้ม ไม่ได้ถือสากับคำแซว เพราะรู้ว่ามาจากคนกันเอง

“ก็แหม...มันติดเป็นนิสัยน่ะค่ะพี่ชาลี”

เพราะเธอทำงานบริการจนเคยชิน พอเห็นอะไรไม่เข้าท่าก็อดไม่ได้ต้องลุกขึ้นมาจัดการด้วยตัวเอง เหมือนเป็นสัญชาตญาณ

“เออ จริงของหล่อนว่ะ เมื่อกี้ฉันเองก็ยังเผลอเช็ดฝารองชักโครกอยู่เลย สงสัยนิสัยลูกเรือมันฝังลึกเกินแก้แล้วมั้ง”

ชายหนุ่มทำท่าจีบปากจีบคอพลางหัวเราะคิก กันติชาเองก็หลุดขำตามอย่างอดไม่ได้

“ว่าแต่...ถูเสร็จหรือยังจ๊ะคุณเพอร์เฟกต์?”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ!”

“งั้นไปเตรียมตัวหลังเวทีได้แล้ว เขาจะเริ่มมอบรางวัลกันแล้วนะ”

รางวัลที่ว่า ก็คือ ‘พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินดีเด่น’ ซึ่งกันติชาได้ครองตำแหน่งติดต่อกันเป็นปีที่สอง จากการโหวตของผู้โดยสารและเพื่อนร่วมงาน ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือเธอทั้งเก่ง จริงใจ และโดดเด่นเสมอเวลาทำงาน

“อ้าว...ไหนว่าเขาจะจับฉลากของรางวัลก่อน แล้วค่อยมอบรางวัลทีหลังไงคะ” หญิงสาวถามอย่างงุนงง เพราะเธอได้รับแจ้งตารางงานจากฝ่ายประสานมาว่า จะเริ่มพิธีมอบรางวัลช่วงสองทุ่ม หลังจากที่ทุกคนดื่มกินกันเต็มอิ่มแล้ว เธอเลยถือโอกาสออกมาเดินย่อยข้างนอก

“งั้นหลังรับรางวัลเสร็จ ติชาขอตัวกลับเลยได้ไหมคะ” หญิงสาวถือโอกาสเอ่ยขออนุญาต เพราะมีธุระสำคัญที่ต้องไปจัดการต่อ

“อ้าว! เธอทำฉันแปลกใจนะ เจ้าแม่เกลืออย่างเธอจะพลาดการจับฉลากเหรอ ลืมไปแล้วรึไงยะ ว่ารางวัลใหญ่วันนี้คือรถเบนซ์เชียวนะ”

ที่ใครต่อใครเรียกเธอว่า ‘เจ้าแม่เกลือ’ ก็เพราะกันติชาใช้ชีวิตแบบประหยัดสุดตัว ต่างจากแอร์โฮสเตสคนอื่น ๆ ที่นิยมของแบรนด์เนม เสื้อผ้ากระเป๋าต้องอินเทรนด์ ส่วนกันติชานั้น ใช้เครื่องสำอางแบรนด์กลาง ๆ กระเป๋าก็ไม่เปลี่ยนตามฤดูกาล แถมยังรับโอทีทุกครั้งที่มีคนยื่นให้ จนบางคนแซวว่าเธอคงจะถูกเงินทับตายเข้าสักวัน

แต่ความจริง...ไม่ใช่แบบนั้นเลย เพราะเบื้องหลังความประหยัดเหล่านั้นคือภาระค่าใช้จ่ายที่มากมาย ชนิดที่เรียกว่าชักหน้าไม่ค่อยถึงหลังเสียด้วยซ้ำ

พอได้ยินชาลีพูดถึงรางวัลใหญ่ คนถูกตั้งฉายาว่าเจ้าแม่เกลือก็มีสีหน้าเสียดายขึ้นมาทันที ก่อนจะบอกเหตุผลที่อยู่ร่วมงานต่อไม่ได้

“ติชาต้องกลับไปเฝ้าแม่ค่ะ โรงพยาบาลยังหาพยาบาลพิเศษให้ไม่ได้”

“แม่เข้าโรงพยาบาลอีกแล้วเหรอ?”

“ค่ะ”

ชาลีพยักหน้ารับ ไม่ได้ทักท้วงอะไร เพราะรู้ดีว่ามารดาของกันติชานั้นเจ็บออด ๆ แอด ๆ เข้าโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น

“อืม ได้เลย กลับไปเถอะ แล้วก็ขอให้แม่หายไว ๆ นะ แต่แอบเสียดายแทน ถ้าเกิดเธอได้รางวัลใหญ่ขึ้นมา ก็ต้องเสียสิทธิ์ เพราะเขาจะมอบให้เฉพาะคนที่อยู่ในงานเท่านั้นน่ะสิ”

จริงๆ แล้วกันติชาไม่ได้รู้สึกเสียดายหรือกังวลอะไรมากนัก เพราะตั้งแต่จำความได้ เธอก็แทบไม่เคยรู้จักคำว่าลาภลอยเลยสักครั้ง แม้แต่ตอนที่เคยได้เลขเด็ดจากเจ้าแม่ตะเคียนทองมาสามตัวตรง เธอยังเขียนเลขผิดไปอย่างน่าเสียดายที่สุด ส่วนเพื่อนๆ ในกลุ่มถูกหวยกันถ้วนหน้า ได้เงินค่าขนมกันเป็นแถว เรียกว่าดวงกุดจนไม่มีใครอยากแข่งด้วย

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มันคงไม่ใช่วันของติชา” เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนหันไปแซวรุ่นพี่อย่างอารมณ์ดี “แต่พี่ชาลีน่ะไม่แน่ ได้ข่าวว่าหมอดูทักว่าจะได้ลาภก้อนโต ถ้าได้เบนซ์จากบริษัทจริง ๆ ติชาขอนั่งเป็นบุญก้นสักครั้งนะคะ”

“ขอให้ได้เถอะย่ะ! ถ้าฉันได้จริง จะขับไปส่งเธอถึงบ้านทุกวันที่บินไฟลต์เดียวกันเลย!”

“จริงนะคะ” หญิงสาวยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยิน เธอแอบคิดในใจว่านี่ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งวิธีประหยัดค่าน้ำมัน

“จริงสิ! สัญญาด้วยเกียรติของลูกเรือ... เอ้ย ลูกเสือเลย!” ชาลีพูดพลางชูสองนิ้วประกอบท่าทาง ก่อนจะหุบยิ้มทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีหน้าที่สำคัญ “โอ๊ย! มัวแต่คุยกันอยู่ได้ เจ้ทิพย์สั่งให้ฉันมาตามเธอไปแสตนด์บายหลังเวที เขาจะเริ่มมอบรางวัลกันภายในสิบห้านาทีนี้แล้วนะ ถ้าไปไม่ทัน โดนกินตับแน่ คราวนี้ตัวใครตัวมัน ฉันไม่รับผิดชอบ!”

“อีกสิบห้านาทีเหรอคะ?”

“ใช่น่ะสิ! ไป...ไปได้แล้ว!”

“งั้นติชาขอเอาไม้ถูนี่ไปเก็บก่อนนะคะ วางไว้แถวนี้ เดี๋ยวมีใครเดินสะดุดเข้า จะยุ่งเอา”

“เออๆ เร็วเข้า เดี๋ยวฉันไปรับหน้าเจ้ทิพย์ให้ก่อน!”

“ค่ะ!”

เมื่อชาลีเดินแยกไป กันติชาก็รีบตรงไปทางด้านหลังเพื่อจะเก็บไม้ถูพื้นเข้าที่ แต่ยังไม่ทันถึงห้องเก็บอุปกรณ์ มือของเธอก็ถูกใครบางคนคว้าจับเอาไว้แน่น แล้วลากเข้าไปในห้องว่างห้องหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป