บทที่ 5 ฤทธิ์เมียหลวง

คืนนี้เป็นคืนงานฉลองปีใหม่ที่ บลูสกายแอร์ไลน์จัดเลี้ยงให้กับพนักงาน ทุกอย่างถูกจัดอย่างหรูหราสมกับที่เป็นสายการบินชั้นนำในอาเซียน ห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมห้าดาวถูกเนรมิตให้ดูคล้ายท้องฟ้าที่กว้างใหญ่เพื่อพ้องกับชื่อของสายการบิน

นอกจากกันติชาแล้วยังมีพนักงานอีกสี่คนที่ได้รับรางวัลพนักงานต้อนรับดีเด่น ซึ่งรางวัลนี้มาจากผลโหวตของผู้ร่วมงานและผู้มาใช้บริการ แม้คนอย่างเธอจะไม่ค่อยสนใจเรื่องลาภ ยศ สรรเสริญเท่าไหร่ แต่ก็อดภูมิใจไม่ได้เหมือนกัน

เธอจะเอารางวัลนี้ไปอวดแม่ หวังว่านี่จะเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงหัวใจให้ท่านมีแรงที่จะอยู่กับเธอต่อไป

“เอามาพร้อมกันแล้วใช่ไหม เอ๊ะ แม่ติชา เธอใส่ชุดอะไรของเธอมานี่”

ไม่แปลกหรอกที่สายทิพย์จะทัก เพราะเมื่อรวมกลุ่มกับเพื่อนแอร์โฮสเตรสอีกสี่คนเธอดูแปลกแยกอย่างที่สุด

ทุกคนล้วนแต่งตัวจัดเต็มราวกับว่างานนี้เป็นงานกาล่าดินเนอร์ระดับประเทศ ในขณะที่เธอสวมเพียงชุดเดรสยาวสีน้ำเงินเข้มพอดีตัว เกล้าผมขึ้นมาอย่างง่ายๆ ส่วนหน้าตาก็แต่งเหมือนกับตอนที่ทำงาน

ทำไงได้วันนี้เธอมีเหตุฉุกละหุก จู่ๆ มารดาที่ป่วยด้วยโรคSLE ก็อาการไม่ดี จนต้องนำส่งโรงพยาบาล กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็ก่อนงานเริ่มเพียงสามชั่วโมง เธอจึงกลับบ้านไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหาชุดที่เป็นสีฟ้าหรือสีน้ำเงินตามธีมงานซึ่งก็พบอยู่ชุดหนึ่งก็คือชุดนี้ เธอจึงสวมมันมาโดยที่ไม่ต้องคิดมาก ส่วนเรื่องหน้าผมก็จัดการตอนรถติดไฟแดง สภาพจึงออกมาเป็นแบบนี้

“คือ...ติชารีบค่ะ” เธอตอบออกไปสั้นๆ เพราะปกติเธอไม่ค่อยจะเล่าเรื่องที่บ้านให้คนไม่สนิทฟัง

สายทิพย์ถอนหายใจเบาๆ อย่างคนที่ออกจะเอือม แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ให้มากความ เพราะเข้าใจว่าเป็นเรื่องส่วนตัว อีกอย่าง...เอาเข้าจริง กันติชาก็ไม่ได้ดูแย่อะไรนัก เธอแค่เสียดาย เพราะถ้ากันติชาได้แต่งตัวจัดเต็มขึ้นมา รับรองเลยว่าจะดูโดดเด่นจรัสตาจนขึ้นป้ายโปรโมทสายการบินได้สบาย

“งั้นเธอรับรางวัลเป็นคนสุดท้ายก็แล้วกัน ดีหน่อยที่หน้าตาดี หุ่นเป๊ะ ไม่อย่างนั้นฉันคงไล่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแน่ เพราะเราต้องถ่ายภาพลงนิตยสารสายการบิน แล้วยังจะลงสื่ออีกด้วยนะ”

กันติชาไม่ได้ขัดข้องอะไรกับการรับรางวัลเป็นลำดับสุดท้าย เธอจึงเดินไปต่อแถวด้านหลังสุด ซึ่งตอนนี้บนเวทีก็ดูเหมือนพร้อมสำหรับการมอบรางวัลอันทรงเกียรติแล้ว

และคนที่เป็นผู้มอบรางวัลในค่ำคืนนี้...ก็ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือคนที่เพิ่งแอบไปพบเธอในห้องน้ำนั่นเอง

พนักงานที่ได้รางวัลถูกเรียกชื่อทีละคน ขั้นตอนก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยาก หลังจากรับเกียรติบัตรพร้อมเงินรางวัลก็มีการถ่ายรูป ซึ่งกินเวลาไม่นานนัก ดังนั้นไม่ถึงสิบห้านาทีก็ถึงคิวของกันติชา

หญิงสาวก้าวขึ้นเวทีอย่างเป็นปกติ ทว่าทันทีที่รับรางวัล มือของเธอก็ถูกกุมเอาไว้ด้วยความตั้งใจของชัชวีร์ เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าทำแบบนี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย แต่เพราะสถานการณ์ไม่เอื้อให้โต้ตอบ เธอจึงได้แค่ข่มความรู้สึกและพยายามดึงมือตัวเองออกอย่างแนบเนียน ก่อนที่ใครจะสังเกตเห็น

ทว่า...ในขณะที่กำลังดึงมือออกอย่างระมัดระวัง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

“ซ่า!”

น้ำเย็นเฉียบถูกสาดใส่ใบหน้าของกันติชาอย่างแรงจนเธอผงะ

แรงสาดนั้นทำให้ชัชวีร์รีบปล่อยมือเธอในทันที และได้แต่ยืนอึ้ง มองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึง เพราะคนที่ก่อเหตุไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น ดาวิกา ชวนันท์โชติช่วง ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขานั่นเอง

เมื่อหายจากอาการตกใจแล้ว กันติชาก็เอามือลูบน้ำเหนียวๆ ออกไปจากใบหน้า กลิ่นหอมเฉพาะของมันทำให้หญิงสาวใจชื้นขึ้นมาสักนิดเพราะอย่างน้อยดาวิกาก็ยังปรานีที่ใช้แค่ไวน์สาดหน้าเธอ ไม่ใช่น้ำกรด

“ผู้หญิงคนนี้ไม่ควรได้รับรางวัลพนักงานดีเด่น เพราะมันเลว สันดานต่ำ คอยจ้องจะแย่งผัวชาวบ้าน”

เสียงที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดประกาศลั่นผ่านไมโครโฟนที่ดาวิกาพึ่งแย่งมาจากมือพิธีกร

แน่นอนว่า...ไม่ว่าใคร หากถูกย่ำยีศักดิ์ศรีต่อหน้าคนมากมาย ก็ย่อมต้องโกรธเป็นธรรมดา แต่กันติชากลับพยายามสงบสติ ไม่ตอบโต้ใด ๆ เพราะเธอเชื่อว่าในสายตาของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ ย่อมมองออกว่าใครเป็นฝ่ายกระทำ และใครเป็นฝ่ายถูกกระทำ ยิ่งไปกว่านั้น ดาวิกาเป็นแบบนี้เสมอ หึงหวงจนหน้ามืด และกันติชาก็ไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้

แต่การนิ่งเงียบของเธอเหมือนกับยิ่งทำให้ดาวิกาได้ใจ หญิงสาวถลันเข้ามาก่อนจะเงื้อมือขึ้นสูงแล้วตะโกนลั่น

“นังหน้าด้าน! วันนี้ฉันจะตบสั่งสอนแกให้หายร่าน!”

เสียงนั้นสะท้อนก้องไปทั่วทั้งห้อง ก่อนที่ชัชวีร์จะได้สติ เขารีบคว้าร่างภรรยาเอาไว้ทันที เพราะเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายเหมือนหมาบ้าที่ไร้การควบคุม

แต่ดาวิกากลับดิ้นสุดแรง พร้อมกับกรีดร้องด่าทอเสียงดังลั่น โดยไม่สนใจสายตานับร้อยที่จับจ้องอยู่

“ปล่อยดานะวีร์! ดาจะตบมัน สั่งสอนมันที่ทำตัวต่ำ ๆ เที่ยวยั่วผัวคนอื่น สันดานอีตัว! โสเภณี! ผู้หญิงขายตัว!”

ทุกคำที่สาดใส่กันติชาทำเอาเธอหน้าชา เธอไม่เคยทำตัวแบบนั้น ไม่เคยตอบสนองใด ๆ ต่อชัชวีร์ แม้เขาจะพยายามเข้าหาเธอแค่ไหนก็ตาม

“ติชา ใจเย็น ๆ นะ พี่ว่าเราหลบไปก่อนดีกว่า” หัวหน้าพนักงานต้อนรับอาวุโสรีบเข้ามาเพื่อระงับเหตุการณ์ ก่อนที่งานฉลองจะกลายเป็นเรื่องน่าอับอายยิ่งไปกว่านี้

“ค่ะ” กันติชาข่มอารมณ์ตอบรับ เพราะการเผชิญหน้าหรือโต้กลับต่อหน้าคนนับร้อยไม่มีประโยชน์ใดๆ สำหรับเธอเลย ปล่อยให้สังคมเป็นคนตัดสินยังจะดีกว่า

แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นเวที เส้นผมของเธอก็ถูกกระชากจากด้านหลังอย่างแรง จนร่างผงะเซไปข้างหลัง ดาวิกาที่เพิ่งดิ้นหลุดจากอ้อมแขนของชัชวีร์เป็นคนลงมือ จากนั้นฝ่ามือหนักๆ ก็ฟาดลงบนแก้มของกันติชาอย่างเต็มแรง

ความเจ็บปวดที่แล่นวาบขึ้นมาทำเอากันติชาหน้ามืด ความอดทนที่เธอพยายามเก็บไว้พังทลายลงในพริบตาขณะที่ดาวิกากำลังจะฟาดเธอซ้ำ หญิงสาวก็รวบแขนข้างนั้นไว้แน่น และใช้มืออีกข้างตวัดกลับไปเต็มแรงเสียง "เพี๊ยะ!" ดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งเวที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป