บทที่ 1 บทนำ

“อย่า…อย่าเข้ามานะ คนเลว!”

เสียงหวีดร้องของหญิงสาวสั่นเครือ เมื่อร่างกำยำของชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นทุกขณะ ร่างท่อนบนของเขาเปลือยเปล่าเผยให้เห็นมัดกล้ามแข็งแกร่ง ตัดกับกางเกงยีนเพียงตัวเดียวที่ปกปิดร่างกายส่วนล่าง สายตาเหี้ยมเกรียมของเขาจับจ้องเธอราวกับเหยื่อที่ไม่มีทางหลุดพ้น

คำห้ามปรามนั้นไม่ได้ทำให้เขาหยุดลง กลับกัน มันยิ่งเรียกรอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าคมเข้มของนายหัวหนุ่ม เจ้าของเหมืองใหญ่ในจังหวัดทางภาคใต้ คนที่ไม่เคยรู้จักคำว่ายำเกรงผู้ใด

“บอกว่าอย่าเข้ามา! ออกไปนะ…ออกไป!”

หญิงสาวร้องซ้ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว สายตากวาดมองหาทางหนีอย่างสิ้นหวัง แต่กระท่อมไม้หลังนี้ปิดทึบ ราวกับกรงขัง มีเพียงประตูและหน้าต่างไม่กี่บานเป็นทางออก และเมื่อเขายืนขวางอยู่ตรงหน้า ทางรอดก็แทบเป็นไปไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่าเธอจะหดตัวเล็กเท่ามดแล้วมุดหนีออกไปตามรอยแยกของพื้นไม้ผุพังนั้น

ท่าทีตื่นตระหนกของเธอกลับทำให้เขาพอใจยิ่งนัก แต่สำหรับเขา…แค่นี้ยังไม่พอ นี่ยังไม่ได้เศษเสี้ยวกับความเลวร้ายที่เขาอยากให้เธอได้เผชิญ

ชายหนุ่มก้าวเข้ามาอีกก้าว สายตาคุกคามไม่ลดละ ขณะที่ร่างบางถอยร่นจนแผ่นหลังชนผนังกระท่อมอย่างแรง หนทางหนีถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง

รรินดารู้ดีว่าเธอจนมุมแล้ว ความกลัวทำให้ร่างสั่นสะท้าน หัวใจเต้นแรงแทบแตกสลาย ในที่สุด เธอก็ยอมละทิ้งศักดิ์ศรีของคุณหนูตระกูลใหญ่ ยกมือขึ้นไหว้ชายตรงหน้าด้วยน้ำตาคลอ เว้าวอนอย่างหมดหนทาง…

“นายหัวโชน อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ปล่อยฉันไปเถอะ”

หากสิ่งที่ได้รับกลับมาไม่ใช่ความเมตตาหรือความเห็นใจ แต่เป็นการแสยะยิ้มและถ้อยคำที่ทำให้หัวใจดวงน้อยเหมือนดำดิ่งลงสู่หุบเหว

“ปล่อย...ฮ่าๆ มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ กว่าผมจะจับคุณมาได้ ผมต้องลงทุนลงแรงไปเท่าไหร่คุณก็น่าจะรู้”

“แต่...แต่เรื่องทั้งหมดมันไม่เกี่ยวกับฉันเลยนะ ฉันไม่รู้ ไม่เห็นอะไรด้วยเลย” หญิงสาวพยายามโน้มน้าวให้เขาได้คิด ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เธอไม่เคยรู้เห็นเป็นใจเกี่ยวกับการเสียชีวิตของชนิตาน้องสาวของอีกฝ่ายแม้แต่นิดเดียว

“ใช่ คุณไม่รู้ คุณไม่เห็น แต่คุณดันซวยที่แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมา ไม่ใช่ความเมตตาหรือความเห็นใจ หากเป็นเพียงรอยยิ้มแสยะ และถ้อยคำที่ทำให้หัวใจดวงน้อยร่วงหล่นราวกับดำดิ่งลงสู่หุบเหวลึก

“ปล่อยงั้นเหรอ…ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังขึ้น “มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือไง กว่าผมจะจับคุณมา ได้ ผมต้องลงทุนลงแรงไปมากแค่ไหน คุณก็น่าจะรู้ดี”

“แต่…แต่เรื่องทั้งหมดมันไม่เกี่ยวกับฉันเลยนะ” รรินดาพยายามกลั้นเสียงสั่น “ฉันไม่รู้ ไม่เห็นอะไรด้วยเลยจริงๆ”

คำพูดนั้นเป็นความจริง เธอไม่เคยรับรู้ ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของชนิตา น้องสาวของเขา แม้แต่น้อย

“ใช่…คุณไม่รู้ คุณไม่เห็น” น้ำเสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำลงอย่างน่ากลัว “แต่คุณดันซวย ที่เป็นแก้วตาดวงใจของไอ้วริศ เพราะงั้น คุณก็เลี่ยงความรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้”

เมื่อเอ่ยถึงน้องสาวเพียงคนเดียวที่จบชีวิตลงอย่างน่าเวทนา เปลวไฟแห่งความแค้นก็ลุกโชนขึ้นในดวงตาคู่นั้น เขาไม่มีทางปล่อยให้เรื่องนี้จบลงง่ายๆ ใครสักคน…ต้องชดใช้

รรินดาตัวสั่นงัน หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก เธอรู้ดีว่า หากยังอยู่ตรงนี้ต่อไป ชีวิตของเธอคงไม่เหลืออะไรให้รักษาไว้

สายตาของหญิงสาวกวาดมองหาทางหนีอีกครั้ง หน้าต่าง…

แม้จะสูงเกินสองเมตร แม้จะต้องวิ่งผ่านหน้าเขา และแม้ร่างกายอาจบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังดีกว่าการต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของชายตรงหน้าอย่างไร้ทางสู้

เธอตัดสินใจแล้ว

ร่างบางพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างสุดแรง แต่กลับช้ากว่าคนที่ระแวดระวังอยู่ก่อนแล้วเพียงเสี้ยววินาที

แขนแข็งแรงรวบเธอจากด้านหลังอย่างง่ายดาย แรงรั้งนั้นทำให้ทุกความหวังสุดท้ายของเธอ…ดับวูบลงในทันที

ทันทีที่ถูกสัมผัสตัว หญิงสาวผู้ตกเป็นเหยื่อก็กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง

“กรี๊ด...ปล่อยฉันนะ”

“คิดจะหนีหรือ รรินดา” เสียงของนายหัวโชนเย็นเยียบ ขณะอุ้มร่างบางลอยขึ้นจากพื้น ก่อนจะเหวี่ยงลงบนฟูกเก่าเปื้อนที่วางอยู่กับพื้นอย่างไม่ใยดี

แรงกระแทกทำให้หญิงสาวเจ็บจุกจนหายใจติดขัด แต่ความเจ็บทางกายกลับไม่อาจเทียบได้กับความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามาในหัวใจ เธอเพิ่งตระหนักว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทุกถ้อยคำอ่อนโยน ทุกท่าทีสุภาพที่เขาแสดงออก…ล้วนเป็นเพียงภาพลวงตา

ภายใต้หน้ากากของสุภาพบุรุษ คือความโหดร้ายป่าเถื่อนที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน

รรินดาพยายามยันกายลุกขึ้น แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนอง ความระบมแล่นไปทั่วทั้งตัว ทำให้เธอทำได้เพียงขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด น้ำตาเอ่อคลอโดยไม่รู้ตัว

ในวินาทีนั้น เธอรู้สึกได้ชัดเจนว่า…สิ่งที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย หากเป็นการที่เธอตกอยู่ในเงื้อมมือของคนที่ไม่เหลือแม้เศษเสี้ยวของความเป็นมนุษย์

แล้วดวงตาของเธอก็เบิกกว้างเมื่อมือใหญ่เริ่มปลดเข็มขัดหนังที่รัดรอบเอว ตามด้วยสะบัดกางเกงยีนออกจากกาย เหลือเอาไว้เพียงบ๊อกเซอร์ที่ปิดส่วนลับเฉพาะ

“นาย...นายจะทำอะไร” หญิงสาวหลับตาปี๋ ถามด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทา

“ก็ทำในสิ่งที่แฟนคุณทำกับน้องสาวผมอย่างไรล่ะ”

คำตอบนั้นทำเอาเธอเย็นวาบไปตลอดแนวสันหลัง และจากแววตาอันเหี้ยมโหดของเขา เธอรู้ดีว่าคงไม่รอดแน่

โชนเดินเข้ามาใกล้ฟูก แต่เพราะยังเจ็บอยู่ รรินดาจึงทำได้เพียงแค่ร้องห้าม

บทถัดไป