บทที่ 11 ไม่ตรงปก

หลังจากได้ข้อมูลของว่าที่เจ้าสาว นิษฐกรณ์ก็รู้สึกว่าเธอดูเข้าท่าดี แม้ออกจะเป็นสาวหัวสมัยใหม่ไปบ้าง แต่เขาก็ไม่ได้ถือสาอะไรนัก เพราะครึ่งชีวิตที่ผ่านมา เขาเติบโตในโลกตะวันตก ที่ซึ่งผู้หญิงมีเสรีภาพเต็มที่ในทุกเรื่อง ตราบใดที่ยังไม่ได้แต่งงาน

คำตอบที่เขาให้คุณย่าจึงเป็นคำว่า ‘ตกลง’ ไม่ใช่เพราะอยากแต่งงาน แต่เพราะอยากให้ผู้หญิงคนเดียวที่รักและเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็ก ยอมรับการรักษาโรคร้าย และอยู่กับเขาไปนานๆ เท่าที่จะนานได้

หนึ่งวันถัดมา เขาได้รับแจ้งว่ามีนัดดูตัวเพื่อทำความรู้จักกับฝ่ายหญิง ชายหนุ่มไม่อิดออด ตอบรับด้วยความเต็มใจ เพราะคิดว่าไม่ว่าอย่างไรวันนี้ต้องมาถึง สู้ทำทุกอย่างให้จบๆ ไปเสียดีกว่า

สถานที่นัดหมายคือร้านอาหารหรูใจกลางกรุงเทพ แต่เมื่อมาถึง เขากลับต้องชะงักไปครู่หนึ่ง หญิงสาวที่นั่งอยู่กับคุณพงศ์เทพไม่ใช่คนในรูปถ่ายที่คีตภัทรหามาให้เลย

เธออาจมีเค้าคล้ายพัณณิตาอยู่บ้าง แต่ในความคล้ายนั้น... ไม่มีสิ่งใดเทียบเท่าได้

ใบหน้าขาวใสเกลี้ยงเกลาไร้เครื่องสำอางจนดูจืดสนิท มีเพียงดวงตากลมโตที่พอจะดูเด่นอยู่บ้าง ทว่าแวววิตกกังวลในนั้นกลับทำให้ความสดใสดูหม่นหมอง ทรงผมถูกรวบไว้ลวกๆ อย่างไร้ความใส่ใจ ยิ่งทำให้เธอดูคล้ายมนุษย์ป้าเข้าไปใหญ่ และเมื่อสายตากวาดมองไปยังเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งคู่กับกระโปรงบานแบบที่ไม่น่าจะเหลืออยู่ในแฟชั่นยุคนี้แล้ว นิษฐกรณ์ก็อดอุทานในใจไม่ได้...

นี่มันเรียกได้ว่าไม่ตรงปกเลย!

“อะ…แอ่ม”

เสียงกระแอมของผู้เป็นย่าทำให้นิษฐกรณ์ได้สติ ชายหนุ่มรีบขยับเก้าอี้ให้คุณอนงค์นั่ง ก่อนจะเลือกนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาวปริศนา ผู้หญิงที่ไม่มีเค้าของสเปคเขาอยู่แม้แต่นิดเดียว

“ตานิษฐ์”

น้ำเสียงเขียวขุ่นของผู้เป็นย่าดึงสติชายหนุ่มกลับมาอีกครั้ง และในวินาทีนั้นเอง เขาก็เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอเสียมารยาทมากเพียงใดกับการจ้องมองอีกฝ่ายไม่วางตา

“ครับ คุณย่า”

“สวัสดีคุณลุงเขาเสียสิ อะไรกัน พอเจอน้องก็จ้องจนตาค้าง เสียมารยาทจริง”

“สวัสดีครับคุณลุง ผม…เอ่อ ต้องขอโทษด้วยนะครับ”

แม้ในใจยังคลุมเครือและไม่เข้าใจว่าทำไมตัวจริงถึงได้แตกต่างจากรูปถ่ายราวฟ้ากับเหว แต่ด้วยการอบรมสั่งสอนที่ได้รับมาอย่างดี ชายหนุ่มจึงเลือกเอ่ยคำขอโทษกับว่าที่พ่อตาก่อนเป็นอันดับแรก

พงศ์เทพโบกมือเบาๆ พร้อมกล่าวอย่างไม่ถือสา “ไม่เป็นไร…ไม่เป็นไร อาเข้าใจ”

นิษฐกรณ์ไม่เข้าใจนักว่าคำพูดนั้นหมายถึงอะไร เพราะในตอนนี้ ใจของเขากลับไปจดจ่ออยู่กับเรื่องอื่นเสียมากกว่า

“เอาล่ะ” คุณอนงค์เอ่ยขึ้น “ย่าว่าหนุ่มสาวควรทำความรู้จักกันนะ หนูพิมพ์จ๊ะ นี่ตานิษฐ์ หรือ นิษฐกรณ์ หลานของย่า ส่วนตานิษฐ์ นั่นหนูพิมพ์นารา ลูกสาวคุณอาพงศ์เทพ…คนที่ย่าจะให้เราแต่งงานด้วย”

แม้จะคาดเดาไว้แล้วตั้งแต่แรก แต่เมื่อได้รับคำยืนยันอย่างชัดเจน นิษฐกรณ์ก็อดรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรงไม่ได้ และความรู้สึกนั้นก็หลุดออกมาทางคำพูดโดยไม่รักษามารยาทอีกต่อไป

“คนนี้เหรอครับคุณย่า”

“ใช่สิ ไม่ใช่คนนี้แล้วจะเป็นใคร”

“แต่เท่าที่ผมทราบ ลูกสาวคุณอาไม่ใช่คนนี้นี่ครับ” นิษฐกรณ์โพล่งออกมาโดยไม่ทันยั้งคิด “หรือว่าคุณอากำลังเล่นตลกอะไรกับผมอยู่”

คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศบนโต๊ะเปลี่ยนไปในพริบตา คุณอนงค์หน้าตึงทันทีจากความเสียมารยาทของหลานชาย ขณะที่พงศ์เทพรีบแสร้งหัวเราะขึ้นมาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์

“ใช่ครับคุณนิษฐ์” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “พิมพ์เป็นลูกสาวคนโตของผม เพียงแต่แกไม่ค่อยออกงาน ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน คนส่วนใหญ่ก็เลยเข้าใจว่าผมมีลูกสาวคนเดียวคือยายพั้นช์”

คุณอนงค์เองก็เคยพบพัณณิตา หลานสาวอีกคนของพิไลมาก่อน ตอนแรกก็เห็นว่าเหมาะสมกับหลานชายไม่น้อย ทั้งรูปร่างหน้าตาและกิริยาที่ดูสง่า แต่พอพิจารณานานเข้า กลับรู้สึกว่าพัณณิตาจัดเจนสังคมเกินไป ไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่ท่านคิดว่าจะเข้ากับหลานชายของท่านได้ จนกระทั่งได้รู้จักพิมพ์นารา ความรู้สึกถูกชะตาก็เกิดขึ้นทันที และเมื่อพงศ์เทพเสนอให้แต่งกับลูกสาวคนโต ท่านจึงไม่คิดคัดค้าน

“อ๋อ…อย่างนี้นี่เอง” คุณอนงค์พยักหน้าเบาๆ “สมแล้วที่เป็นหลานพิไล ชอบอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ดูน่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ”

พิมพ์นาราฝืนยิ้มรับคำชมนั้น ก่อนจะก้มหน้าลงซ่อนความรู้สึกที่แล่นขึ้นมาจุกอก...ผู้ชายตรงหน้าตอบตกลงแต่งงาน…เพราะคิดว่าเธอคือพัณณิตาอย่างนั้นหรือ

“คุณพงศ์เทพจะเรียกสินสอดเท่าไหร่ก็ว่ามาเถอะ” คุณอนงค์เอ่ยขึ้น “ทางเรายินดีมอบให้อย่างสมศักดิ์ศรีและสมเกียรติของหนูพิมพ์”

“ถ้าอย่างนั้น…” พงศ์เทพกล่าวช้าๆ “ผมขอให้คุณอนงค์ยกหนี้ทั้งหมดให้ครอบครัวผมได้ไหมครับ นอกเหนือจากนั้นผมว่าไม่มีความจำเป็น”

พิมพ์นาราเงยหน้าขึ้นทันที หัวใจเหมือนถูกกระชาก เธอไม่คิดว่าบิดาจะกล้าเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมาตรงๆ นี่มันไม่ต่างจากการเอาเธอไปชดใช้หนี้…ขายเธอเพื่อแลกเงินอย่างชัดเจน

และไม่ใช่แค่เธอที่รู้สึกเช่นนั้น...

“มันจะไม่เอาเปรียบกันเกินไปหน่อยหรือครับ” นิษฐกรณ์เอ่ยเสียงแข็ง “ผู้หญิงคนเดียว กับหนี้เกือบร้อยล้าน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป