บทที่ 2 ไม่ยินยอม

“ยะ...อย่านะ”

มีหรือที่คนใจร้ายจะฟังคำเว้าวอน สิ้นคำห้ามมือใหญ่ก็ผลักเธอให้นอนราบลงกับฟูกแข็ง ก่อนจะเอาตัวมาทาบทับ เป็นพันธนาการอันแข็งแกร่งให้เธอต้องอยู่ภายใต้อาณัติ

ความตกใจทำให้รรินดาดิ้นรน แต่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งกอดรัดเธอแน่นจนแทบจะหลอมเป็นเนื้อเดียวกัน

ขนอ่อนในกายลุกชันยามเมื่อมือกร้านลูบไล้ไปตามเนื้อตัว และแปลกเหลือเกินที่สัมผัสของเขาไม่ได้ทำให้เธอรังเกียจ หากกลับก่อคลื่นประหลาดลามเลียไปทั่วกาย

“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย...อือ” หญิงสาวรู้สึกถึงอันตรายที่กล้ำกรายเข้ามา เธอจึงร้องขึ้นโดยหวังว่าอาจจะมีใครสักคนได้ยินแล้วยื่นมือให้ความช่วยเหลือ แต่เธอก็ร้องได้เพียงแค่นั้น เพราะปากถูกปิดด้วยปากของเขา ปลายลิ้นร้อนซอกซอนไปทั่วโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ

รรินดาใจหายวูบ จูบแรกถูกชายหนุ่มที่เธอเพิ่งรู้จักไม่นานปล้นไปอย่างป่าเถื่อน ทว่าในความป่าเถื่อนนั้นกลับมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นด้วย โดยที่เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่สิ่งที่สัมผัสได้คือร่างกายของเธอกำลังร้อนขึ้นทีละน้อยพร้อมกับความวาบหวามจากสัมผัสของเขา

จูบของเขาทำเธอมัวเมา ไม่นานแรงต่อต้านก็หดหาย ร่างบางได้แต่ระทวยอยู่ในอ้อมแขนแกร่งอย่างสิ้นเรี่ยวแรง

“อะไรกัน แค่จูบก็เคลิ้มแล้วเหรอ ทำไม ไอ้วริศมันไม่เคยจูบคุณเลยหรือไง หรือว่ามันแค่ทำๆ ให้เสร็จๆ”

คำดูแคลนหยาบคายนั้นทำให้รรินดาได้สติ หญิงสาวพลิกตัวหนี แต่ก็ช้ากว่ามือหนาที่เอื้อมมาจับสาบเสื้อด้านหน้าของเธอเอาไว้

แคว๊ก!!!

เสื้อที่ตัดจากผ้าชีฟองเนื้อดีถูกกระชากขาดราวกับผ้าขี้ริ้ว เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มภายใต้บราเซียสีหวานในทันใด

แม้จะเรียนจบจากอเมริกาดินแดนที่ขึ้นชื่อว่ามีความเสรีทางเพศ แต่รรินดาก็ปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบ ในระเบียบแห่งความเป็นกุลสตรีไทยเรื่อยมา เนื่องจากถูกปลูกฝังให้รักนวลสงวนตัว ดังนั้นผิวภายใต้ร่มผ้าของเธอจึงไม่เคยเปิดเผยจนเกินงาม

เมื่อรู้ว่าตัวเองแทบจะเปลือยเปล่า มือบางจึงยกขึ้นมาบังท่อนบนเพื่อปกปิดสิ่งที่ตนเองหวงแหนจากสายตาคมกริบคู่นั้น พร้อมกับน้ำตาที่หลั่งรินด้วยความคับแค้นใจ

แต่โชนเองก็ไม่ได้สนใจน้ำตาของเธอแม้แต่น้อย เพราะสายตาของเขาไม่อาจจะละจากทรวงสล้างที่เธอเอามือมาบังไว้ได้เลย นี่เห็นแค่วับๆ แวมๆ ยังทำใจเต้นแรง เลือดลมสูบฉีดจนหายใจติดขัดได้ขนาดนี้ แล้วถ้าเห็นทั้งหมด มันจะเป็นอย่างไรเขาอยากรู้เหลือเกิน

ชายหนุ่มรวบข้อมือหญิงสาวทั้งสองข้างด้วยมือของเขาเพียงข้างเดียว แล้วจับกดกับฟูกเหนือศีรษะ ส่วนมืออีกข้างก็จัดการกระชากบราเซียลูกไม้ที่แสนบอบบาง เพียงพริบตาเดียวทรวงสล้างของสาวสวยก็ปรากฏแก่สายตา

สิ่งที่เห็นทำเอานายหัวหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อกี้ว่าเธองามพิสุทธิ์ผุดผ่องแล้ว แต่ในตอนนี้เมื่อไม่มีเศษผ้าชิ้นนั้น เขากลับพบว่าเธอคือประติมากรรมชั้นเลิศที่เขาอดใจไม่ไหวอีกต่อไป

ชายหนุ่มก้มหน้าลงแล้วจัดการลิ้มลองดอกบัวตูมที่กำลังชูชันท้าทายสายตา ปาดไล้ด้วยปลายลิ้นร้อนก่อนจะดูดดื่มมันเหมือนทารกที่กำลังดูดนมมารดา

การถูกจู่โจมอย่างกะทันหันทำในส่วนที่ไม่เคยให้ใครสัมผัส รรินดาถึงกับดิ้นเร่าพร้อมกับเปล่งเสียงครวญครางอันน่าละอายออกมาอย่างที่เธอไม่รู้ตัวแม้แต่นิดเดียว

“อ๊ะ...อ๊ะ”

เสียงครางอันแสนรัญจวนใจกระตุ้นให้ชายหนุ่มฮึกเหิม มือข้างที่ว่างของนายหัวหนุ่มฟอนเฟ้นเต้างามอย่างเมามันบีบปั้นเป็นกรวยแล้วใช้ลิ้นละเลงอีกครั้ง

“นายหัวโชน...อ๊ะ...พอ...พอแล้ว” รรินดายังคงครางเสียงกระเส่า ความเสียวซ่านที่ไม่เคยพบพานลามเลียจากยอดอกไปทั่วกาย

โชนแสยะยิ้ม นึกดูถูกความไวไฟของหญิงสาว แค่เตะนิดเตะหน่อย เลียนิดเลียหน่อยก็ร้องลั่น แล้วหากเขาฝากฝังตัวตอนแล้วตอกตรึงอย่างเร่าร้อน เธอมิกรีดร้องดังไปทั้งเกาะเลยหรือไร

แต่ช่างปะไร ในเมื่อในเกาะแห่งนี้มีแค่เธอและเขาเท่านั้น

“เสียวใช่ไหมคนสวย ยังหรอก มันยังมีให้เสียวมากกว่านี้”

กล่าวมือใหญ่กร้านลากลงมาตามเรือนกาย แวะเคล้นคลึงสะโพกแน่นหนักก่อนจะถลกกระโปรงลูกไม้สีหวาน ให้ไปกองอยู่ตรงเอวคอด

ชายหนุ่มละริมฝีปากจากทรวงอกสร้าง ปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ จากนั้นก็จับเธอถ่างขา เพราะเขาอยากเห็นส่วนที่สวยกว่าอกอวบเปลือยเปล่าคู่นั้น

“อือ...ปล่อย”

เธอร้องห้ามและพยายามหุบขาเข้าหากันแต่ไม่ทันกาล เพราะมือใหญ่เข้าไปวาบหมับ ณ จุดนั้น ก่อนที่เขาจะปลายนิ้วใหญ่นั้นลูบไปตามรอยแยกของจุดลี้ลับ

แม้จะมีปราการชิ้นสุดท้ายขวางกันอยู่ แต่ดูเหมือนมันไม่ช่วยอะไรเลยสักนิดเดียว ยามที่ปลายนิ้วร้อนกระทบจุดนั้น ก็นำความเสียวซ่านอันมากมายมาให้ จนเธอสะท้านไปทั้งตัว

“ซี๊ด”

รรินดาครางอย่างผู้หญิงร่านรัก เมื่อเขากดน้ำหนักลงมามากขึ้น ไม่อยากเชื่อเลยว่าแค่สัมผัสแผ่วเบาผ่านเนื้อผ้าของเขาจะทำให้ขนเธอลุกเกรียวและเสียวไปทั้งตัว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป