บทที่ 1 ลิขิตแห่งโชคชะตา

ปัง! ปัง!

เสียงทุบประตูยามวิกาลดังสนั่น แก้วกัลยาหญิงสาววัยยี่สิบสองปีตระกรองกอดมารดาไว้แน่นเพื่อลดความหวาดกลัว เพราะบิดาเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในวัยเพียงหกขวบ ทำให้มารดาต้องเลี้ยงเธอผู้เดียวตลอดมา เมื่อความเหงาเข้าแทรกทำให้แม่รับรักหนุ่มใหญ่นามว่าชัยวัฒน์วัยห้าสิบ เป็นเจ้าของไร่สตอเบอรี่ชื่อดัง แต่เพราะพิษการพนันเล่นงานทำให้สิ้นเนื้อประดาตัว วันๆ กินแต่เหล้าและมักทำร้ายมารดาเสมอ

“อีแก้วมึงเปิดประตูออกมาเลยนะ ไม่อย่างนั้นกูจะกระทืบแม่มึงให้จมตีน แล้วจับมึงทำเมียเสียอีกคน!”เสียงก้องดังสะท้อน กรองกาญจ์สั่นเทา

“แม่ไม่ต้องกลัวนะแก้วอยู่ที่นี่แล้ว”แก้วกัลยาปลอบใจมารดา

นึกถึงเรื่องเมื่อสองวันก่อน พ่อเลี้ยงอาจหาญจะปลุกปล้ำโชคดีที่ถูกช่วยไว้ได้ทัน ตั้งใจทำงานเก็บเงินก็ถูกมันขโมยไปกินเหล้าเสียหมด อยากพาแม่หนีจากที่นี่ไม่เว้นแต่ละวัน

“แก้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะลูก”เสียงสั่นเทาของคนเป็นแม่เอ่ยถาม

“มันเมาแบบนี้ทุกวัน ตอนนี้แก้วเก็บเงินไว้ได้ส่วนหนึ่งแล้วนะแม่ พรุ่งนี้เราไปจากที่นี่กันเถอะ”แก้วกัลยาเสนอความคิด

“แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนกันล่ะแก้ว”

“ที่ไหนก็ได้แม่ที่ไม่ใช่ที่นี่ หนูเบื่อมันเต็มทนแล้ว!”

เหนื่อยเต็มทนทำงานหามรุ่งหามค่ำทุกวันเพื่อเอาเงินมาให้มันกินเหล้า พอไม่ให้ก็ทำร้ายแม่ แถมยังต้องคอยระวังตัวไม่ให้มันมาปลุกปล้ำเสียอีก สำหรับเธอไม่เคยมองว่าตนเองหน้าตาสะสวยแต่คนย่านนี้ต่างบอกว่าแก้วกัลยาหน้าตาเหมือนแม่สมัยสาวๆ ด้วยใบหน้าเรียวรูปไข่ คิ้วเรียวบาง ริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูระเรื่อ ดวงตาดูเรียวปลายตกลงทำให้ดูเศร้าแต่ก็ดูหวานน่ามอง จมูกโด่งรั้นบอกนิสัยเจ้าของกลายๆ แม้เคยได้เงินจากการประกวดเทพีหลายเวที แต่แก้วกัลยาเพียงต้องการเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวเท่านั้น

“กูบอกให้เปิดประตูไงอีกแก้ว หรือมึงอยากให้กูพังบ้านเข้าไปกระทืบอีกรองมัน!”

“มึงไสหัวไปเลยไอ้วัฒน์ กูไม่เปิด!”แก้วกัลยาตอกกลับอย่างเหลืออด

ปัง!

ได้ยินเสียงเท้าถีบประตู แก้วกัลยาสะดุ้งกอดแม่ไว้แน่น แต่ประตูไม่ได้ถูกทำลายโดยง่าย ได้ยินเสียงฮึดฮัดสักพักก็เงียบหายไป ทางด้านชัยวัฒน์คงออกห่างแล้ว หันมองแม่เห็นน้ำตาอาบ แก้วรีบประคองให้ลุกนั่งเก้าอี้

“แม่ไม่ต้องกลัว พรุ่งนี้เราจะไปจากที่นี่กันนะ”

คนเป็นแม่พยักหน้าช้าๆ แก้วกัลยาเร่งเก็บเสื้อผ้า ตอนแรกคิดจะเก็บเงินให้มากกว่านี้ แต่เพราะไม่มีทางเลือก จะให้แม่ทนรองมือรองเท้ามันทุกวันได้ยังไง ต้องหาทางหนีตายเอาดาบหน้า ดีกว่าเป็นเมียมันอีกคน

เสียงไก่ขันช่วงตีห้าอากาศค่อนข้างหนาวแก้วกัลยาหาเสื้อแขนยาวไหมพรมใส่ให้มารดา แล้วหยิบอีกตัวให้กับตนเอง ค่อยๆ แง้มประตูกวาดตามองรอบๆ ในมือถือขวดเหล้าที่พ่อเลี้ยงชอบกินเป็นประจำไว้แน่น

“อีแก้ว!”แก้วกัลยาอ้าปากค้างด้วยความตกใจ เส้นผมถูกกระชากจนใบหน้าแหงนหงาย

“แก้ว!”กรองกาญจ์กรีดร้องเมื่อเห็นลูกโดนทำร้าย

เพียะ!

มือว่างอยู่ข้างหนึ่งฟาดลงบนใบหน้าแม่ แก้วกัลยาเลือดขึ้นหน้า เมื่อพบว่าใบหน้ามารดาแดงก่ำเลือดออกจากริมฝีปาก

เพล้ง!

ขวดเหล้าทำจากแก้วฟาดลงไปบนศีรษะเลือดไหลนองออกมาราวกับท่อประปาแตก แก้วกัลยาฉุดรั้งมารดาออกมาแล้วรีบเร่งไปที่ถนน บังเอิญพบลุงข้างบ้านกำลังขับรถส่งผักกะหล่ำปลี เขาตกใจเมื่อเห็นหญิงสาวโบกไม้โบกมือ

“อ้าว แก้วจะไปไหนเหรอลูก”ลุกจวบเอ่ยถาม

“ลุง! แก้วขอติดรถไปด้วยสิ ไอ้วัฒน์มันตีแม่กับหนูอีกแล้ว”

“ไอ้เวรตะไลนั่น มันทำแบบนี้อีกแล้วเหรอ แล้วเอ็งจะไปไหนล่ะ”

“หนูจะเข้ากรุงเทพ ลุงไปที่ตลาดใช่ไหม!”เสียงหอบหายใจของหญิงสาวดังขึ้น กวาดตามองอย่างระแวดระวังเพราะกลัวพ่อเลี้ยงใจโฉดจะตามมา

“ใช่แก้ว รีบขึ้นมาเร็วๆ เข้า!”

สองแม่ลูกรีบขึ้นนั่งกระบะหลัง จังหวะนั้นชัยวัฒน์ฟื้นจากอาการมึนงงวิ่งคลำศีรษะตามมาติดๆ

“อีแก้วมึงจะไปไหน!”ตะโกนลั่นวิ่งตามรถ คนขับรถเคลื่อนออกทันที

กรองกาญจ์สะอื้นไห้ เพราะเธอทำให้ลูกต้องตกที่นั่งลำบากไม่คิดว่าชัยวัฒน์จะกลับกลายจากหนุ่มใหญ่แสนดีเป็นไอ้ขี้เมาอาละวาดทุกเวลา พลอยทำให้ลูกต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนเพราะตัวเองไม่ค่อยแข็งแรงเท่าใดนัก นึกถึงสามีที่เสียชีวิตไปแล้วละอายใจ

“แม่ขอโทษนะแก้ว...”คนเป็นแม่บอกเสียงเครือสั่น

“แม่จะขอโทษแก้วทำไม แม่ไม่ผิดคนผิดคือไอ้วัฒน์โน้น”

รถส่งผักจอดหน้าตลาดแก้วกัลยาประคองแม่ลงมา ก่อนยกมือไหว้ลุงจวบ

“ขอบคุณมากนะลุง”

“แล้วมีที่จะไปกันแล้วเหรอ”ลุงจวบเอ่ยถามสีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“ก็ไม่มีหรอกค่ะลุง แต่ก็ยังดีกว่าอยู่ให้ไอ้วัฒน์มันกระทืบเอา”

ลุงจวบครุ่นคิดหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาเปิดออก กระดาษโน้ตเก่าดำจนไม่รู้รูปร่างชายกลางคนเพ่งมองแล้วส่งให้ แก้วกัลยารับมาสีหน้ามึนงง

“นี่เป็นที่อยู่ของอีจัน มันเป็นน้องสาวลุง นี่เบอร์โทรของมันเอ็งลองโทรหาดูนังแก้ว ตอนนี้มันเป็นคนใช้บ้านเจ้าสัวมีชื่อในกรุงเทพโน้น”ลุงจวบแนะนำ

“จริงเหรอลุง! ขอบคุณมากนะ”แก้วกัลยายิ้มกว้าง

“ไม่เป็นไรหรอก เห็นเอ็งตั้งแต่อ้อนแต่ออก แล้วพ่อแกก็เป็นเพื่อนลุงมานาน”นึกถึงเพื่อนเก่าแล้วใจหายไม่น่าจากไปเร็ว

แก้วกัลยายกมือไหว้อีกครั้ง ก่อนจูงมือมารดามาที่ท่ารถเพื่อเข้ากรุงเทพ เงินในกระเป๋ามีอยู่สามพันบาทไม่รู้จะต่อชีวิตได้นานเท่าไหร่คงต้องหาทางโทรติดต่อกับป้าจันเสียก่อน หวังว่าคงมีทางรอดให้เธอ รถทัวร์มุ่งหน้าสู่กรุงเทพราคาไม่เบาเลยทีเดียวแก้วกัลยาซื้อตั๋วพร้อมมารดาสองร่างก้าวขึ้นรถ

บทถัดไป