บทที่ 2 ลิขิตแห่งโชคชะตา

กรองกาญจ์ยกมือปาดน้ำตาลวกๆ เสียดายที่ดินผืนนั้นเหลือเกิน สามีเป็นคนสร้างมากับมือ ตอนนี้ติดจำนองไม่มีเงินไถ่ถอนคงทำได้แค่รอวันเจ้าหนี้มายึดเท่านั้น เวลาเกือบสิบปีที่อยู่กับไอ้เดนมนุษย์นั้นสูญเปล่า แถมยังต้องให้ลูกมาลำบาก แก้วกัลยาเหลือบมองมารดาเห็นน้ำตารีบกุมมือไว้แน่น ต่อจากวันนี้คือชีวิตใหม่แล้ว จะทำทุกอย่างเพื่อแม่

แปดโมงเช้ารถทัวร์จอดเทียบท่ารถหมอชิตหญิงสาวประคองมารดาลงมาจากรถ ถือโทรศัพท์กดเบอร์จากกระดาษเก่าดำเพื่อตามหาป้าจันทันที

“ฮัลโหลใครพูดคะ!”เสียงปลายสายตอบรับ

“ฮัลโหลป้าจันใช่ไหม!”แก้วกัลยาโพลงออกมา น้ำตารื้น

“ใช่ นั่นใครเหรอ”

“หนูชื่อแก้วค่ะ พอดีลุงจวบบอกให้โทรหาป้า”

“แก้วเหรอ ใช่แก้วลูกสาวอีกรองใช่ไหม!”จันถามเสียงสั่น

“ใช่จ้ะป้า”

“โอ้ย! ไปไงมาไงโทรมาหาป้าได้ล่ะแก้ว มีอะไรหรือเปล่า”

“คือว่า... ป้าจัน แก้วกับแม่ลงมากรุงเทพจ้ะ แต่เราสองคนยังไม่มีที่อยู่ป้าจันพอจะช่วยหนูหน่อยได้ไหม”รู้สึกไม่สบายใจแต่ทำยังไงได้ มองไปทางไหนก็มืดแปดด้านเมืองใหญ่แบบนี้

“ไม่มีงานทำกันใช่ไหม ลองมาสมัครที่บ้านเจ้านายป้าดูไหม ท่านใจดีตอนนี้กำลังรับแม่ครัวอยู่เลย!”จันแนะนำ

“จริงเหรอคะ!”ตื่นเต้นเมื่อได้ทราบข่าวดี

“เดี๋ยวป้าส่งที่อยู่ให้ในมือถือนะ แล้วแก้วขึ้นแท็กซี่มาก็ได้บอกเขาตามที่อยู่ที่ป้าส่งให้นะ”

“ได้จ้ะป้า”

วางสายจากจัน แก้วกัลยาหันมาทางมารดา สีหน้าแช่มชื่นอย่างน้อยค่ำคืนนี้คงมีที่นอน จูงมือแม่มายืนตรงทางเท้าสำหรับช่องทางรอรถแท็กซี่โบกมือบอกที่อยู่ตามแมสเสจที่ป้าจันส่งมาให้

“จันมันว่าไงบ้างแก้ว”กรองกาญจ์ถามบุตรสาวขณะนั่งในรถ

“ป้าจันบอกว่าที่บ้านเจ้านายเขากำลังรับแม่ครัวอยู่จ้ะ”

“งั้นก็ดีสิแก้ว”

เอื้อมกุมมือแม่ไว้น้ำตาคลอ ตอนแรกยังไม่รู้เลยว่าตนเองจะไปไหน

“ต่อไปนี้เราไม่ต้องทนรองมือรองเท้าไอ้วัฒน์อีกแล้วนะแม่”

กรองกาญจ์น้ำตาคลอด้วยนึกว่าตนทำให้ลูกต้องลำบาก

“แม่ขอโทษนะ แม่จะไม่ทำให้แก้วลำบากอีกแล้ว”

“เลิกขอโทษแก้วเถอะแม่ ตอนนี้เราหลุดออกมาแล้ว ต่อไปเราคงเจอแต่เรื่องดีๆ”

รถจอดหน้าคฤหาสน์ใหญ่โต แก้วกัลยายืนมองความแล้วรู้สึกหวั่นใจ เฉกเช่นกับกรองกาญจน์ สองร่างนิ่งงันไม่กล้าแม้แต่จะกดกริ่งหน้าประตู จนกระทั่งได้ยินเสียงไม้กวาดกระทบพื้นอยู่ไม่ห่าง แก้วกัลยามองลอดช่องประตูเห็นหญิงกลางคนกำลังทำความสะอาดลานกว้างหน้าบ้าน

“ขอโทษนะคะ”แก้วกัลยาตะโกนออกไป

เธอชะงักมือชะเง้อมองหาต้นเสียง แล้วก้าวเดินมาหน้าประตู

“มีอะไรเหรอจ๊ะ”หญิงกลางคนถามแก้วกัลยาสีหน้างุนงง

“คือว่าฉันมาหาป้าจันน่ะจ้ะ”

“อ๋อ จันนะเหรอ มันอยู่ในครัวเป็นญาติมันเหรอ”

“ใช่จ้ะ พอดีโทรหาแต่ป้าจันไม่รับสายเลยจ้ะ”

“ป่านนี้มันคงจัดโต๊ะให้เจ้านายอยู่ เดี๋ยวฉันไปตามให้นะ รอตรงนี้ครู่เดี๋ยว”เธอวางไม้กวาด แล้วเร่งฝีเท้าเข้าสู่ตัวบ้าน

แก้วกัลยาหันมองแม่แล้วยิ้ม ถ้าหากที่นี่รับคนเข้าทำงาน เธอกับแม่ก็คงรอดตายไม่ต้องทนทรมานอยู่ข้างถนน หนีรอดพอเลี้ยงชั่วมาได้เป็นบุญหนักหนา เธอจะไม่กลับไปเหยียบที่นั้นอีกจนกว่าจะได้ข่าวว่าไอ้ชัยมันตายจากโลกนี้ไปแล้ว

เกือบชั่วโมงสองแม่ลูกนั่งรอ ไม่นานสาวใช้ร่างท่วมเดินตรงมาหา แก้วกัลยาลุกยืนยกมือไหว้ พอเห็นหน้ากันจันยิ้มกว้างนึกดีใจเจอคนบ้านเดียวกัน

“กรอง ฉันเองไงจัน!”จันเรียกชื่อเพื่อนน้ำเสียงตื่นเต้น

กรองกาญจ์น้ำตาปริ่ม เมื่อเห็นหน้าเพื่อนเก่า ไม่เจอกันเกือบสิบปี แม้จะร่วงโรยตามเวลาแต่ยังมีเค้าโครงเดิมให้เห็น

“สบายดีไหมจัน”กรองกาญจ์ถามเสียงเครือ

“สบายดี เจ้านายที่นี่ใจดีมาก เอ็งสองคนเข้ามาก่อนสิจะพาไปแนะนำให้คุณใหญ่รู้จัก”

รั้วเหล็กอัลลอยด์ถูกเปิดออก สองแม่ลูกก้าวเข้าเขตรั้วบ้าน จันพาคนบ้านเดียวกันมาพบกับเจ้านาย แก้วกัลยากวาดตามองรอบๆ บ้านตึกสองชั้นหน้าบ้านบันไดหินอ่อน มีเสาทรงกลมขนาดสามคนโอบ ผ่านประตูไม้บานใหญ่เข้าสู่ด้านใน พื้นหินอ่อนสีโอรสขัดเงา ปีกซ้ายเป็นห้องรับแขกและห้องนั่งเล่น ด้านขวาเป็นห้องทานอาหาร และห้องครัว

โถงกลางกว้างขวางมองเห็นบันไดไม้สักราวเหล็กสีทองหมุนวนอยู่ตรงหน้า ตู้โชว์ถูกจัดสรรอย่างเป็นระเบียบตั้งวางชิดผนัง มีเครื่องลายคราม แจกันจีนใบใหญ่ ปี่เซี้ยตั้งตระหง่านคู่กันชิดขอบบันไดชั้นสอง

“กรองกับแก้วมานี่ มารอที่ห้องนี้”จันนำสองคนมายังห้องนั่งเล่น

แก้วกัลยาและมารดานั่งพับเพียบกับพื้น ส่วนจันเดินหายออกไป คาดว่าคงตามเจ้านายมาพูดคุยเรื่องงาน คนเป็นลูกชำเลืองมองมารดาเห็นอาการประหม่าเลยกุมมือแม่ไว้เพื่อปลอบประโลม

“เขาจะรับเราไหมแก้ว”

“รับสิแม่ ถ้าเขาอยากได้แม่ครัวฝีมือดี”แก้วกัลยาอมยิ้ม แม่เธอทำอาหารอร่อยมากใครๆ ก็ชื่นชม เวลามีงานแต่ง งานบวชมันจ้างวาน หรือไม่ก็ร้องขอให้ช่วยงานอยู่เรื่อย

ครู่หนึ่งจันเดินออกมาพร้อมกับหญิงสาวร่างสูงโปร่ง เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนกางเกงยีนส์ขายาวสีซีด ใบหน้ารูปหัวใจ ดวงตาเล็กเรียว ผิวขาวอมชมพู ริมฝีปากหนาอวบอิ่ม แก้วกัลยาไม่รู้ว่าเป็นใครแต่เธอช่างดูสวยสง่าจนน่าอิจฉา สาวแปลกหน้าคาดว่าน่าจะเป็นเจ้านายของป้าจันนั่งลงบนโซฟาสีครีมในห้อง แล้วยิ้มอ่อนโยนให้สองแม่ลูก

แก้วกัลยารับรู้ได้ถึงความใจดีผ่านสีหน้า เลยทำให้เธอเผลอยิ้มตอบรับ มันอุ่นใจและไม่กลัวเมื่ออยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้ เจ้านายบ้านนี้คงใจดีจริงๆ อย่างที่ป้าจันว่า

“ชื่ออะไรกันบ้างล่ะ”น้ำเสียงหวานแผ่วเอ่ยถาม

“ชื่อแก้วค่ะ ส่วนนี้แม่ของแก้วเองชื่อกรอง”เธอตอบ

“มาจากที่ไหนกันล่ะนี่”

“มาจากเชียงใหม่ค่ะ”

“มันสองคนเป็นคนบ้านเดียวกับจันค่ะคุณใหญ่ เห็นว่าลงท่ารถทัวร์เมื่อเช้า”จันรีบบอก

คุณใหญ่พยักหน้าช้าๆ เข้าใจคำอธิบายของบ่าวในบ้าน เห็นหอบหิ้วกระเป๋ามาเช่นนี้ก็พอคาดการณ์ได้ว่าคงลงจากรถแล้วตรงมาที่นี่เลย

“อยากทำงานที่นี่เหรอ”

“ใช่ค่ะ แก้วกับแม่ไม่มีที่ไปที่ไหนเลยค่ะ นอกจากที่นี่”แก้วกัลยาหลุบตามองพื้น ข่มน้ำตาตนเองเอาไว้เมื่อนึกถึงเหตุผลที่หนีออกมา

อังศนากวาดตามองสำรวจใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า แก้วกัลยาผิวพรรณนวลผ่อง ริมฝีปากบางอมชมพู คิ้วโก่งได้รูป หน้าตาสะสวยจนสามารถจับแต่งเป็นนางเอกละครได้อย่างสบาย พอพิศมองอีกครั้งเห็นริมฝีปากมีรอยเขียวช้ำ ตามเนื้อตัวเช่นกัน เพราะผิวขาวมากเลยเห็นรอยแผลปรากฏง่ายมาก

“ฉันขอเรียกเธอว่าแก้วก็แล้วกันนะ”

“ค่ะ”

“แผลที่ตัวโดนอะไรมาหรือแก้ว”คุณใหญ่ถามสีหน้าเคร่งเครียด

คนถูกถามชะงักครู่หนึ่ง น้ำตาเริ่มเอ่อ ไม่อยากเล่าเรื่องราวความทุกข์ยากเพื่อเรียกคะแนนสงสาร แต่หากปิดบังคงไม่ได้ทำงานที่นี่ คุณใหญ่คงมองออกในเรื่องนี้

“คือ... แก้วพาแม่หนีพ่อเลี้ยงมาค่ะ” เว้นช่วงกลั้นน้ำตาเอาไว้ “พ่อเลี้ยงทุบตีแม่ของแก้วทุกวัน ขโมยเงินที่แก้วหามากับแม่เพื่อเล่นการพนัน เมามาที่ไรก็เห็นแม่แก้วเป็นกระสอบทราย แก้วทนไม่ไหวเลยพาแม่หนีมาค่ะ”เธอตอบทั้งน้ำตา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป