บทที่ 4 ลิขิตแห่งโชคชะตา
คนเป็นพ่อนิ่งเงียบแววตาเศร้าหมอง เกือบแปดปีลูกไม่เคยกลับมาหาเขาเลย พ่อก็แก่เฒ่าลงทุกวัน หากมีวันหนึ่งร่างกายทรุดลงจากไปโดยไม่ทันล่ำลามันจะเสียใจไหม เจ้าสัวครุ่นคิดแล้วน้ำตามันพาลจะไหลออกมา
“ก็ดีแล้ว อั้วแค่อยากให้มันกลับมาบ้านบ้าง มันหายไปนานมากแล้ว อยากให้มันมาเห็นหน้าป๊าก่อนตายก็ยังดี”เสียงเครือแผ่วบอกกล่าว บุตรสาวสะท้อนใจ
“เดี๋ยวเล็กก็กลับมาป๊าเชื่อสิ”คุณใหญ่พยายามปลอบใจ
“อืม”
ตักข้าวต้มใส่ปากอย่างฝืดคอ วันนี้รู้สึกอาหารไม่มีรสชาติเอาเสียเลย เห็นหน้าบิดาแล้วเศร้าใจ เมื่อไหร่น้องชายตัวดีจะยอมรับความจริงได้เสียที
“แล้วที่โรงสีเป็นยังไงบ้าง”เจ้าสัวเหลียงถาม เพื่อทำลายความอึดอัด
“ก็ไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้กำลังติดต่อกับประเทศเกาหลีอยู่ค่ะเรื่องส่งออกข้าว”
“อืม ขอบใจมากอาใหญ่ ถ้าอาเล็กมาป๊าจะให้ไปช่วยงานที่โรงสี”คนเป็นพ่อหมายมั่น
“เล็กคงไม่ทำหรอกค่ะพ่อ”
“อย่าเพิ่งเถียงพ่อเลยน่าอาใหญ่ รอให้อาเล็กกลับมาก่อนก็แล้วกัน”
สองพ่อลูกเลยทานอาหารอย่างเงียบเชียบ แก้วกัลยามองดูแล้วรู้สึกหนักใจ ไม่คิดว่าเรื่องพูดคุยบนโต๊ะอาหารจะมีแต่เรื่องของคนที่ชื่อเล็ก เหมือนเขาจะเป็นลูกชายของเจ้าสัว ท่าทางท่านจะรักลูกคนนี้มากเสียด้วย เป็นคนยังไงกันนะคุณเล็ก
เจ้าสัวเหลียงเงยหน้าจากหนังสือมองดูผู้มาเยือน เห็นสาวใช้คนใหม่กำลังจ้องมองสีหน้าตื่นตระหนก ชายชราเลยส่งยิ้มให้เพื่อผ่อนคลายความกังวล
“มาทำอะไรหรือ อาแก้ว?”เจ้าสัวเอ่ยถาม
“แก้วมาทำความสะอาดค่ะ นึกว่านายท่านยังไม่ตื่นนอนเลยเข้ามา”แก้วกัลยารีบอธิบาย
“อั้วนอนไม่หลับเลยมาหาหนังสืออ่านเสียหน่อยเผื่อมันจะง่วงขึ้นมาบ้าง”
แก้วกัลยามองดูสีหน้าเจ้านาย เห็นใบหน้าเหี่ยวย่นซีดเซียวมีแววกังวลในดวงตา
“อาแก้ว...”เจ้าสัวเอ่ยเรียกอีกครั้ง แก้วกัลยาหยุดนิ่งตั้งใจฟัง “ลื้อได้เรียนหนังสือหรือเปล่า”
“เรียนค่ะ”
“จบชั้นอะไรมาล่ะ”
“จบ ปวส. ค่ะ”
“แล้วทำไมไม่เรียนให้จบปริญญาเล่าอาแก้ว น่าเสียดายออก”เจ้าสัวออกความเห็น
“แก้วไม่มีเงินเรียนแล้วค่ะ”เธอตอบตามตรง เพราะพ่อเลี้ยงมัวแต่เอาเงินกินเหล้าแม่ก็มาป่วย ต้องหาค่ารักษากันจนเธอไม่สามารถต่อมหาวิทยาลัยได้
เจ้าสัวครุ่นคิดนึกเสียดาย มองหน้าแก้วกัลยาแล้วรู้สึกเอ็นดูขึ้นมา
“ลื้ออายุเท่าไหร่แล้ว”
“อายุยี่สองค่ะ”
“อยากเรียนต่อไหมอาแก้ว อั้วจะส่งให้เรียน”
แก้วกัลยาชะงักมองเจ้าสัวดวงตาทอประกาย สิ่งที่ท่านพูดมาจริงหรือเปล่า จะส่งเธอเรียนหนังสือ
“จริงเหรอคะ!”ถามย้ำเพื่อความชัดเจน ใจเธอกำลังเต้นระรัว
“จริงสิ ถ้าลื้อมีความมุ่งมั่นตั้งใจอยากจะเรียน อั้วจะส่งให้เรียน”
“แก้วอยากเรียนค่ะ!”หญิงสาวรีบตอบรับเสียงสั่น
เจ้าสัวพยักหน้าแล้วยิ้มอ่อนโยน เปิดหนังสืออ่านต่อ ด้วยวัยหกสิบห้าจำต้องเพ่งมอง ความจริงอยากมีคนอ่านหนังสือให้ฟัง แต่ทว่าสาวใช้บ้านนี้กลับไม่มีใครรู้หนังสือ อย่างมากก็จบประถมเจอคำศัพท์ยากๆ ในหนังสือจำพวกสามก๊กพากันติดอ่างอ่านไม่ออกเสียทุกที
“อาแก้ว...”เจ้าสัวเรียกชื่อไว้เสียก่อน
“คะ”แก้วกัลยาหันกลับมา
“ลื้ออ่านหนังสือพวกนี้ได้ไหม”เจ้าสัวยื่นหนังสือให้ แก้วกัลยารับมาแล้วลองเปิดอ่าน มันเป็นหนังสือเกี่ยวกับบทประพันธ์แปลของจีน อย่างเช่นสามก๊ก ขงจื้อ ซึ่งเธอก็ชอบอ่านอยู่เหมือนกัน
“อ่านได้ค่ะ แก้วก็ชอบหนังสือแนวนี้เหมือนกันค่ะ”
“งั้นลื้ออ่านให้อั้วฟังหน่อย”
เธอนั่งลงกับพื้นแล้วอ่าน เสียงหวานอ่านไล่ทุกตัวอักษร เว้นวรรค และออกเสียงอย่างชัดเจน คนฟังถึงกับเคลิ้มหลับตา เกือบหนึ่งชั่วโมงแก้วกัลยาทำหน้าที่กล่องเสียง ก่อนเจ้าสัวจะยกมือให้พอแม้อยากฟังต่อก็ตาม
“พอแล้ววันนี้อาแก้ว”
“ค่ะเจ้าสัว”
แก้วกัลยาปิดหนังสือลงแล้วลุกยืน เพื่อทำหน้าที่ต่อ
“อาแก้ว ต่อไปนี้ลื้อมาดูแลอั้วแทนอานิ่มแล้วกัน อานิ่มอ่านหนังสือไม่ได้อั้วอยากให้ลื้อมาอ่านหนังสือให้อั้วฟัง”
“ได้ค่ะ”เธอรับคำ
“หนังสือในห้องนี้ ลื้อหยิบไปอ่านได้เลยนะอั้วอนุญาต อั้วชอบคนใฝ่เรียน”เจ้าสัวยิ้มกว้าง
“ขอบคุณนะคะ”เธอยกมือไหว้ปลื้มใจในความใจดีของเจ้าสัวเหลียง
เจ้าสัวเหลียงหยิบไม้เท้าตั้งใจลุกยืน แก้วกัลยารีบทำหน้าที่ด้วยการพยุงท่าน ชายชราก้าวลงมาจากชั้นบนเพื่อมายังห้องอาหาร ซึ่งตอนนี้ตั้งโต๊ะตระเตรียมไว้เรียบร้อย สักพักคุณใหญ่ตามมาอีกคน
ประมุขแห่งสิทธิภาคย์นั่งลงบนเก้าอี้ โดยมีบุตรสาวอยู่ฝั่งตรงข้าม เช้านี้เป็นโจ๊กหมูเพราะเจ้าสัวกระเพาะไม่ดีเลยต้องทำอาหารอ่อนๆ ส่วนคุณใหญ่แม่ครัวเตรียมเบคอน ไข่ดาว และขนมปังทาเนยไว้ให้เรียบร้อย
“ป๊าวันนี้นิ่มไม่มาดูแลเหรอ?”หญิงสาวเอ่ยถาม เพราะแปลกใจที่เห็นสาวใช้คนใหม่ดูแลบิดา
“อั้วไม่เอาอานิ่มแล้ว จะให้อาแก้วดูแลแทน อาแก้วอีอ่านหนังสือได้ อั้วชอบ”
“ตามใจป๊าแล้วกัน”
จบมื้อเช้าคุณใหญ่เดินทางไปทำงาน เจ้าสัวเหลียงต้องการพักผ่อนห้องหนังสือ แก้วกัลยาจึงพาท่านขึ้นไปส่งแล้วกลับเข้าครัวเพื่อมาหามารดา กรองกาญจ์มองบุตรสาวแล้วถอนใจกลัวสาวใช้คนอื่นตำหนิเรื่องที่ลูกมาแย่งหน้าที่
“ฉันขอโทษนะนิ่มที่นังแก้วมันดันแย่งหน้าที่เสียได้!”
“ไม่เป็นไร ดีเสียอีก ฉันเองก็ดูแลเจ้าสัวไม่ค่อยเก่ง ท่านอยากให้อ่านหนังสือแต่ฉันก็ทำไม่ได้สักที”นิ่มบอกแล้วยิ้มพรายมาโอบไหล่แก้วไว้ “ดูแลเจ้าสัวดีๆ ล่ะแก้ว”
“ให้แก้วมันดูแลน่ะดีแล้วกรอง นังนิ่มมันไม่ชอบดูแลคนแก่หรอก นังนี่มันถนัดใช้แรงงานแบกหามโน้น!”จันสมทบแล้วหัวเราะร่า
สาวใช้ต่างพากันหัวเราะแล้วหันมาทำงานเหมือนเดิม แก้วกัลยาเลยฉวยโอกาสจูงมือมารดาออกมาด้านนอก
“มีอะไรแก้ว”
“แม่ เจ้าสัวบอกว่าจะส่งแก้วเรียนมหาลัย”แก้วกัลยาบอก น้ำตาคลอ
“จริงเหรอ!”กรองกาญจ์ตื่นเต้นเมื่อฟังเรื่องเล่าจากบุตรสาว
“จริงจ้ะแม่”
“แบบนี้ก็ดีสิ ต้องตั้งใจเรียนรู้ไหม เจ้าสัวท่านอุตส่าห์ส่งเสีย”
“จ้ะแม่ แก้วจะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด”เธอรับปากแววตามุ่งมั่น
