บทที่ 5 ลิขิตแห่งโชคชะตา

อังศนามองโทรศัพท์มือถือแล้วเม้มริมฝีปากชั่งใจพักใหญ่ ใคร่ครวญหลายครั้งควรติดต่อน้องชายดีหรือเปล่า เพราะทุกครั้งที่โทรหามักจะทะเลาะกันตลอด กลัวอดใจไม่ได้ต่อว่าอีก ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อไหร่น้องชายจะลืมเรื่องในอดีตเสียที

ตัดสินใจกดเบอร์ทางไกล ปลายสายไม่รู้จะรับหรือไม่แต่เห็นแววตาพ่อแล้วอดสงสารไม่ได้ อายุอานามท่านไม่ใช่น้อยแล้วไม่รู้จะอยู่อีกนานเท่าไหร่

“ฮัลโหล”เสียงปลายสายรับแล้ว

“เล็กใช่ไหม”พี่สาวเสียงแผ่วถาม

ปลายสายเงียบลงราวหนึ่งนาที มันเป็นความสงบที่ยาวนานมากเหลือเกิน

“พี่ใหญ่เหรอ?”

“ใช่ พี่เอง”

“โทรมาทำไมครับ”

“พี่อยากให้เล็กกลับบ้าน มาดูพ่อหน่อยไม่ได้เหรอ”คนเป็นพี่อ้อนวอนเสียงสั่น

“พ่อก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ครับ”

คำพูดน้องทำให้เธอหยุดชะงัก อังศนาน้ำตารื้น ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ เธออยากให้น้องกลับมามากเหลือเกิน

“แล้วเล็กคิดว่าพ่อจะอยู่กับเราไปตลอดเหรอ พ่อแก่มากแล้วนะ เล็กจะไม่กลับมาดูแลท่านบ้างเลยหรือไง”อังศนาใช้เหตุผล

ธัญจกรกัดริมฝีปากน้ำตาคลอ ไม่อยากลับไป อยากลืมเรื่องในอดีตแต่ทำไมพ่อยังยืนยันจะอยู่บ้านหลังนั้น

“ผมขอคิดดูก่อนครับพี่ใหญ่”เขาตอบแล้วตัดสายทันที

อัศนาถอนใจหนัก ทุกอย่างมันผิดพลาดไปหมด เหตุการณ์เลวร้ายในอดีตครั้งนั้นทำให้น้องชายเดินทางไกลไม่หวลกลับมาอีกเลย ยิ่งคิดยิงเจ็บในอก

๑ ปีผ่านไป...

ร่างเพรียวระหงส์สาวเท้าลงจากชั้นบน หลังจากอ่านหนังสือให้เจ้าสัวฟังก่อนเข้านอน ปีสุดท้ายแห่งการศึกษาทำให้แก้วกัลยาต้องทำวิทยานิพนธ์ พ่วงด้วยการฝึกงานตบท้าย เธอก้าวเข้าห้องจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อเดินทางไปมหาวิทยาลัย เก้าโมงเช้ารถเมล์จอดหน้ารั้ว นักศึกษาก้าวเท้าอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทันเวลานัดหมายกับเพื่อน

แก้วกัลยาถึงซุ้มคณะเธอรีบวางหนังสือ แล้วนั่งลงตรงข้ามกับเพื่อนในกลุ่ม วันนี้นัดกันมาเพื่อทำวิทยานิพนธ์และแลกเปลี่ยนความคิด

“แก้ววิทยานิพนธ์ใกล้เสร็จยัง อาจารย์ให้ส่งเดือนหน้านี่”นัฐนรินเพื่อนสาวเอ่ยถาม

คนถูกถามช้อนตามอง เพื่อนเธอเป็นสาวหมวย รูปร่างดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวล ส่วนสูงราวร้อยห้าสิบเจ็ด มีเชื้อสายจีน ผิวขาวดวงตาเรียวเล็ก ใบหน้ากลม ผมยาวตรง แก้มยุ่ยดูแล้วน่ารักไม่หยอก นักศึกษาหนุ่มหลายคนพากันแจกขนมจีบและดูเหมือนว่าเพื่อนเธอ จะเล่นด้วยเสียทุกคน บ้างครั้งแก้วกัลยาเลยนึกห่วง เห็นข่าวตามทีวีออกเกี่ยวกับการทำร้ายเพราะอกหัก กลัวเพื่อนจะโดนเช่นนั้นบ้าง

“ใกล้เสร็จแล้วล่ะ เหลืออีกนิดหน่อย”แก้วกัลยาตอบคำถาม

“เราเหลืออีกตั้งเยอะเลย”

“ถ้าหยุดเที่ยวมันก็เหลือน้อยเองแหละริน”เสียงสินภพประชด

สินภพเป็นเพื่อนชายในกลุ่ม หนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวสีน้ำผึ้งเพราะเป็นคนใต้ ดวงตาคมกริบ คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน หน้าออกไปทางแขก สาวๆ มักมองว่าเขาหล่อคมคาย แต่ฝีปากอาจหาใครเทียบไม่ได้เลย ยิ่งมาประจันหน้ากับนัฐนรินเข้าแล้วล่ะก็ เป็นต้องทะเลาะกันเสียทุกที

“อย่ามาเสือกได้ไหมไอ้สิน!”นัฐนรินปรายตามองแล้วเบ้ปาก

“ไม่ได้เสือกแค่อยากเตือน ทุกวันนี้เธอก็เกาะแก้วเพื่อจะเรียนจบไม่ใช่เหรอ ใครก็ดูออก”สินภพไม่วายแขวะ

“ปากหมาเกินไปแล้วนะไอ้สินภพ ฉันไปเกาะแก้วตอนไหน พูดให้มันดีๆ!”

“ก็ตอนนี้ไง พูดเรื่องวิทยานิพนธ์ จะให้แก้วทำให้อีกล่ะสิท่า”

“แล้วฉันบอกเหรอว่าให้แก้วทำ แค่ถามเท่านั้นเอง ทำไมแกต้องมาใส่ร้ายไอ้สินภพ ไอ้ปากสกปรก!”นัฐนรินยังไม่ยอมลดละ

แก้วกัลยารีบยกมือห้ามทับเมื่อเห็นว่าเรื่องราวชักลุกลามใหญ่โต เธอไม่อยากให้เพื่อนสนิทสองคนต้องมาทะเลาะกันกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเลย

“พอแล้ว จะทะเลาะกันทำไม!”

“ปากฉันคงไม่สกปรกเท่าเธอหรอกริน เพราะปากเธอมันเอาไปดูดกับผู้ชายมาเท่าไหร่แล้ว”

“กรี๊ด!” มือหยิบข้าวของบนโต๊ะขวางใส่คนปากเสีย สินภพรีบหลบเป็นพัลวัน “แกตายซะเถอะ!”

“พอได้แล้ว หยุดเดี๋ยวนี้เลย ถ้าไม่หยุดแก้วจะไม่ช่วยติวให้อีกแล้ว!”แก้วกัลยาตะโกนลั่น สงครามย่อมๆ จึงหยุดลง นัฐนรินสะบัดใบหน้าหนีเพื่อนชายนิสัยเสียด้วยความเดือดดาล

แก้วกัลยาหันมาเปิดหนังสือเพื่ออ่าน ทั้งใกล้สอบแล้วยังพ่วงด้วยการทำวิทยานิพนธ์ รวมทั้งหาสถานที่ฝึกงานอีก คงทำให้นักศึกษาใกล้จบวุ่นวายกันน่าดู

“แก้วเราขอโทษนะ”สินภพบอก ขณะมองเพื่อนสาวแววตาเว้าวอน

คนฟังถอนใจเฮือกใหญ่ แล้วหยิบปากกาขึ้นมา

“ติวกันเถอะ”สามคนเลยเปิดหนังสือ โดยให้ว่าที่นักศึกษาจบใหม่เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเป็นคนติวให้

จบคาบช่วงเย็นแก้วกัลยายกนาฬิกาข้อมือดูเวลา เกือบห้าโมงเย็นแล้วต้องกลับไปอ่านหนังสือให้เจ้าสัวฟัง แล้วรายงานเรื่องการเรียนอีก เธอรวบหนังสือแล้วสะพายกระเป๋าก้าวออกมาจากห้องพร้อมเพื่อนสองคน นักศึกษาชายต่างคณะหน้าตาหล่อคมก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า

สามคนชะงักเท้า แก้วกัลยาขมวดคิ้วมองสีหน้าแปลกใจ หรือชายคนนี้จะมาจีบเพื่อนเธออีกแล้ว จูงมือสินภพเพื่อออกจากห้องแต่นักศึกษาคนดังกล่าวกลับมาดักหน้าเธอไว้

“ขอโทษนะครับ พอดีผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วย”

“คุยกับฉันเหรอคะ”แก้วกัลยาถามไม่แน่ใจเท่าใดนัก

“ใช่ครับ”

คนถูกชวนยิ้มแห้งๆ แล้วมองเพื่อน เธอไม่อยากยุ่งวุ่นวายในเวลานี้เลย ที่บ้านยังมีงานให้ทำอีกมากเสียด้วย

“เอ่อ ขอโทษนะคะแต่ว่าเย็นนี้ฉันไม่ว่าง ขอตัวก่อนค่ะ”แก้วกัลยาบอกปัดแล้วเดินเลี่ยงออกมา

“เดี๋ยวก่อนครับ”

นักศึกษาคนเดิมมาดักหน้าเอาไว้อีกครั้ง สินภพและนัฐนรินจ้องมองสีหน้าไม่สู้ดีกลัวจะมีเรื่องมีราว

“คุยกับผมครู่เดียว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป