บทที่ 6 ลิขิตแห่งโชคชะตา

แก้วกัลยาถอนใจ หากเธอไม่ยินยอมเขาคงไม่รามือ

“ก็ได้ค่ะ”

สองคนเดินเลี่ยงออกมายืนด้านนอกช่วงซอกตึก แก้วกัลยาเม้มริมฝีปาก ไม่ค่อยอยากออกมาแบบนี้สักเท่าไหร่ กลัวคำพูดจากปากนักศึกษาชายเหล่านี้ เพราะรู้ว่ามันคืออะไร ก่อนหน้าก็เคยเป็นแบบนี้มาตลอด ซึ่งเธอปฏิเสธหมดจนได้ฉายาว่าเจ้าหญิงน้ำแข็ง หากคนรู้ฐานะทางสังคมแท้จริงคงไม่เรียกเธอว่าเจ้าหญิงหรอก

“มีอะไรก็ว่ามาค่ะ”

“เราชอบเธอน่ะ”

คนฟังชะงัก คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ แล้วก็จริงดั่งคาด

“ขอโทษนะ เราไม่คิดจะคบใคร”แก้วกัลยาตัดบททันที

“ไม่ลองพิจารณาหน่อยเหรอ”

“ไม่ล่ะค่ะ”

“เราเป็นเดือนคณะเลยนะ หน้าตาไม่ได้ขี้เหร่ ทำไมเธอถึงไม่ชอบเลยล่ะแก้ว!”

“ตอนนี้ไม่อยากคบใครน่ะ เรายังไม่คิดเรื่องพวกนี้เลย”เธอพยายามอธิบาย ในหัวตอนนี้อยากเรียนให้ดีที่สุดให้สมกับที่เจ้าสัวส่งเสีย

“เธอไม่คิดจะคบใครเลยเหรอแก้ว”

“ใช่ เราไม่คิดจะคบใครทั้งนั้นล่ะ”

“ตกลงเราเข้าใจ ยังไงก็ลองพิจารณาสักหน่อยก็แล้วกัน วันนี้ขอบคุณที่รับฟัง”หนุ่มนักศึกษายอมถอยในที่สุด

เพื่อนสนิทก้าวเข้ามายืนเคียง มองดูหนุ่มนักศึกษาเมื่อครู่หันหลังเดินจากไป นัฐนรินโอบเอวเพื่อนสาวแล้วหัวเราะเบาๆ

“ทำไมไม่ลองคบหน่อยล่ะแก้วหน้าตาก็ดีออก”นัฐนรินแนะ

“คบไม่ได้หรอกริน แก้วไม่ได้ชอบผู้ชายคนนั้นสักหน่อย”

“ไม่ชอบก็คบได้ หล่อๆ แบบนั้น สาวๆ ในมหาลัยคงอิจฉา”

“ไม่คบหรอกริน แก้วไม่อยากคบใครน่ะ ผู้ชายไม่มีก็ไม่ตาย”แก้วกัลยาตัดบท

“แก้วไม่เหมือนเธอหรอกริน อย่าเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐาน”สินภพไม่วายแขวะอีกครั้ง

“นี่ไอ้สิน แกจะหาเรื่องอีกแล้วใช่ไหม!”

“เอาอีกแล้วนะสองคน ทะเลาะกันอีกแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ต้องมาคุยกันแล้ว!”คนกลางต่อว่าแล้วสะบัดหน้าหนี

สองเพื่อนเลยพากับมาเกาะแขน แล้วมองหน้าเขม่นกันครู่หนึ่งจึงพากันเดินออกไปยังลานจอดรถ สินภพและนัฐนรินต่างมีรถด้วยกันทั้งคู่

“รินขับรถดีๆ นะ”แก้วกัลยาบอก ขณะที่นัฐนรินกำลังถอยรถออก

หญิงสาวเปิดกระจกรถแล้วโบกมือให้เพื่อน

“กลับก่อนนะแก้ว”บอกลาแล้วเหยียบคันเร่งเคลื่อนรถออกจากมหาวิทยาลัย

สินภพถอยรถตัวเองออกมา แล้วหยุดรอเพื่อให้เพื่อนสาวขึ้นมา เพราะทางกลับบ้านทางเดียวกันเลยทำให้แก้วกัลยาไม่ต้องนั่งรถเมล์ขากลับ สินภพเป็นเพียงคนเดียวที่รู้ว่าเธอทำอาชีพอะไร และอาศัยอยู่ที่ไหน เธอรู้สึกสนิทกับเพื่อนชายคนนี้มาก เพราะพูดคุยปรึกษาปัญหาได้ทุกเรื่อง

เขาเป็นคนมีน้ำใจ บางครั้งเธอถูกมองว่าคบหากันอยู่ด้วยซ้ำ แต่ทว่าสินภพมักจะแก้ข่าวทุกที เพราะไม่อยากให้เธอเสียหาย รถแล่นมาร่วมครึ่งชั่วโมงแล้วจอดเทียบหน้าบ้าน แก้วกัลยาปลดเข็มขัดแล้วลงก่อนโบกมือลาเพื่อน จับลูกบิดประตูรั้วเหล็กดันจนเปิดออกแล้วก้าวเข้าสู้บ้านหลังใหญ่

กลับเข้าห้องนอนเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อทำหน้าที่ตนเอง ร่างบางสาวเท้าขึ้นชั้นสองเพื่อพบเจ้าสัว มีหนังสืออีกหลายเรื่องที่ท่านอยากให้อ่าน เปิดประตูเข้าห้องก้าวยาวมาถึงโซฟาตัวใหญ่ซึ่งเจ้าสัวเหลียงนอนประจำ แต่กลับต้องชะงักเท้าดวงตาเบิกกว้าง ถลาร่างเข้าหาเมื่อพบเจ้าสัวเหลียงกำลังนอนนิ่งกับพื้น

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”แก้วกัลยาตะโกนลั่น แล้วพยุงร่างชายชราไว้ในอ้อมแขน

สาวใช้และคนขับรถต่างพากันวิ่งขึ้นมา

“เกิดอะไรขึ้นแก้ว!”จันถามเสียงสั่น

“เอารถออกก่อนเดี๋ยวค่อยถามนะป้า ลุงสมนึกช่วยแบกเจ้าสัวลงไปกันเถอะค่ะ!”

เจ้าสัวถูกแบกขึ้นหลัง แก้วกัลยาติดรถไปโรงพยาบาลอีกคน โดยให้จันโทรติดต่อคุณใหญ่ทันที มาถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่พาร่างไม่ได้สติขึ้นเตียงแล้วเข็นเข้าห้องไอซียูเงียบหายไป ร่างบางเดินวน ใจเต้นด้วยความหวาดกลัว

ครึ่งชั่วโมงต่อมา คุณใหญ่เดินทางมาถึงเธอวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาแล้วหยุดยืนหน้าห้อง แก้วกัลยารุดเข้าไปหา

“ป๊าเป็นยังไงบ้าง!”

“ยังไม่ทราบเลยค่ะ”

เธอพยุงคุณใหญ่ให้นั่งบนเก้าอี้สีส้มแบบติดวางชิดผนังหน้าห้อง แก้วกัลยาชำเลืองมองเห็นสีหน้าเจ้านายสาวแล้วอดสงสารไม่ได้ เกือบสามชั่วโมงหมอออกมาจากห้อง

อังศนารีบเดินเข้าหาสีหน้ากังวล พยายามข่มกลั้นความรู้สึกเอาไว้ปรับสีหน้าตนเองให้เป็นปกติที่สุด พ่อจะต้องไม่เป็นอะไรเตือนสติตนเองเช่นนี้ตลอดมา

“เอ่อ พ่อฉันเป็นยังไงบ้างคะ”

“ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ แต่คงต้องพักรักษาตัวสักระยะ เพราะท่านเส้นเลือดในสมองแตกครับ”

สีหน้าญาติผู้ป่วยถอดสีเมื่อฟังอาการป่วย

“เส้นเลือดในสมองแตกเหรอคะ”คุณใหญ่เอ่ยออกมาราวกับละเมอ

“ใช่แล้วครับ แต่ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้ว”

“ขะ...ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ”

แก้วกัลยาและสมนึกต่างถอนใจด้วยความโล่งอก แค่เพียงรู้ว่าท่านปลอดภัยเท่านี้ก็เบาใจมากแล้ว เธอยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณที่ส่งเสียเลย

“แก้วไปเอาเสื้อผ้าฉันให้หน่อยนะ ฉันจะเฝ้าพ่อ”คุณใหญ่หันมาสั่ง

“ได้ค่ะ”

ร่างบางเดินมาถึงหน้าโรงพยาบาล เกือบสามชั่วโมงที่ต้องลุ้นระทึกกันทีเดียว แพทย์อธิบายว่าเส้นเลือดในสมองแตกอาจเกิดจากความเครียดและความดันสูงผสมกัน ใครจะคิดว่าท่านจะป่วยกะทันหันแบบนี้ เล่นเอาทุกคนแทบทำอะไรไม่ถูกกันเลยทีเดียว

กลับมาถึงบ้านเห็นป้าๆ น้าๆ รอกันเป็นทิวแถว คงอยากทราบข่าวเรื่องเจ้าสัวเหลียง พอเดินเข้าด้านในร่างบางถูกกระชากลากไปถามทันที แววตาทุกคนตื่นตระหนก

“แก้วเจ้าสัวเป็นไงบ้าง!”จันถามคนแรก

“ปลอดภัยแล้วจ้ะไม่ต้องห่วง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป