บทที่ 7 ลิขิตแห่งโชคชะตา

พอได้ยินคำตอบถอนหายใจพร้อมกันเลยทีเดียว แก้วกัลยาขอตัวเลี่ยงขึ้นห้องคุณใหญ่เพื่อนำเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวไปให้

แก้วกัลยาหยุดยืนหน้าห้องนอนคุณใหญ่ก่อนเปิดประตูเข้ามา ดวงตาเรียวกวาดมองรอบๆ เตียงไม้สีเสา ตู้ โต๊ะเครื่องแป้งทำจากไม้ทาสีขาวสลักรูปดอกไม้ ปลายเตียงมีโทรทัศน์จอแบนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ โดยมีตุ๊กตาหมีตัวเล็กและใหญ่วางเคียง และรอบห้อง

เธอรู้สึกชอบห้องนี้ มันดูน่ารักและมีมนต์ขลัง หยุดความคิดในการชื่นชม ก่อนเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดออกมาสองชุดเพื่อนำไปให้เจ้านายที่โรงพยาบาล จัดของเรียบร้อยก้าวยาวออกจากห้องแต่สายตากลับสะดุดกับกรอบรูปแขวนอยู่ข้างทีวี ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาถ่ายคู่กับคุณใหญ่ หนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผิวขาวอมชมพูด จมูกโด่ง คิ้วเข้ม ริมฝีปากอวบอิ่ม คิ้วบางขมวดเขาเป็นใครกัน มองแล้วคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเจ้าสัวเหลียง จ้องมองภาพนั้นครู่หนึ่งก่อนละสายตาเธอยังมีหน้าที่ต้องทำอีก

มือบางถือโทรศัพท์มือถือกดโทรออกแล้วตัดทิ้งหลายครั้ง ครุ่นคิดน้องชายจะรับสายหรือไม่ พ่อป่วยเช่นนี้คงเป็นการดีไม่น้อย น้องอาจกลับมาก็เป็นได้ ตัดสินใจโทรอีกครั้ง

“ว่าไงครับ!”ปลายสายรับเสียงห้วน

อังศนานิ่งเงียบ ไม่เอ่ยคำใดออกมา เธอไม่รู้ว่าตัวเองจะพูดอย่างไรอีกแล้ว เพราะเท่าที่ผ่านมาก็พูดจนหมดสิ้น

“ว่าไงครับ”

คนเป็นพี่ยังคงไม่กล้าพูด เธอควรทำเช่นไร จะอ้อนวอนน้องแบบไหนถึงจะยอมเสียที

“ถ้าไม่พูดผมวางแล้วนะครับพี่ใหญ่!”ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิด

“เดี๋ยวก่อนเล็ก!”

“พี่มีอะไรครับ”

อังศนากัดฟัน จำต้องเก็บอารมณ์ตนเองเอาไว้

“เล็กกลับบ้านเถอะพี่ขอร้อง...”น้ำเสียงแผ่วอ้อนวอน

ชายหนุ่มอึกอัก แม้ใจอยากกลับแต่อีกใจกลับต่อต้าน ปลายทางข้างหน้าเขาไม่รู้ว่ามันมีอะไรรออยู่บ้าง เกลียดอดีตที่สร้างความเจ็บปวดให้

“ผมยังไม่พร้อมครับพี่ใหญ่”

“ทำไมล่ะเล็ก พี่ไม่เข้าใจเรื่องมันก็นานมาแล้ว เมื่อไหร่จะเลิกยึดติดกับอดีตเสียที!”

“พอสักทีเถอะพี่ใหญ่ ผมยังไม่กลับแค่นี้นะครับ!”ชายหนุ่มตัดบท

“เดี๋ยวก่อนเล็ก” อังศนาสะอื้น “ป๊าป่วย อาการไม่ค่อยดีพี่อยากให้แกกลับมา ป๊าอาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน”

ปลายสายอึ้ง ความเจ็บปวดตีตื้นแล้วตั้งคำถามกันตนเอง หากพ่อเป็นอะไรไปจะยอมรับได้หรือเปล่า ที่ไม่ได้ไปดูใจท่าน ยังไม่เคยได้แสดงความกตัญญู สร้างแต่ความเดือนร้อนให้ เรื่องในอดีตคงต้องกัดฟันข่มมันเอาไว้ในอก ยังไงเสียชีวิตพ่อสำคัญกว่าเสมอ

“ได้ครับพี่ใหญ่ ผมจะกลับบ้าน”ชายหนุ่มบอก แล้ววางสาย

อังศนาถอนหายใจหลังจากมองมือถือ โล่งใจไปเปราะหนึ่ง น้องรับปากกลับบ้านพ่อคงมีกำลังใจในการสู้กับโรคภัย เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเธอหันมองเห็นสาวใช้วัยแรกรุ่นกำลังกระหืดกระหอบ แก้วกัลยาหยุดยืนหน้าเจ้านายแล้วส่งกระเป๋าใส่เสื้อผ้าให้

“ขอบใจมากแก้ว”

“คุณใหญ่จะอยู่เฝ้าคุณท่านเหรอคะ แก้วเฝ้าให้ดีกว่าไหมคะ เพราะคุณใหญ่ต้องทำงานตอนเช้าอีก”เธอเสนอ

“คืนนี้ฉันเฝ้าเอง แก้วมาเฝ้าตอนกลางวันก็แล้วกัน”

“พอดีตอนกลางวันแก้วมีเรียนน่ะค่ะ”แก้วกัลยาอธิบาย เธอเองอยากมาดูแลเจ้าสัว เพราะท่านเมตตามาก แต่เพราะใกล้จบไม่อาจละเลยเรื่องการเรียนได้

“ไม่เป็นไรให้คนอื่นมาเฝ้าบ้าง แก้วมาในช่วงเวลาที่ว่างก็แล้วกัน”

“ค่ะคุณใหญ่”เธอรับคำ

อังศนาเปิดประตูเข้าห้องพักฟื้นผู้ป่วยแล้ววางกระเป๋าลงบนโซฟาตัวยาวชิดผนังห้อง หันมองบิดากำลังนอนใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่

แก้วกัลยาตามเจ้านายเข้ามาในห้อง มองเจ้าสัวแล้วรู้สึกสงสารหากสิ้นท่านบ้านคงเงียบเหงาน่าดู คุณใหญ่คงทำใจได้ยากเพราะเธออยู่กับบิดาเพียงสองคนในบ้าน สาวใช้อย่างเธอคิดว่ามันช่างเงียบเหงาบรรยากาศบางอย่างทำให้รู้สึกราวกับว่าเคยเกิดเรื่องเศร้ามามากมาย

“กลับบ้านไปก่อนก็ได้นะแก้ว”คุณใหญ่หันมาบอก

“ไม่เป็นไรค่ะ แก้วจะอยู่ช่วยคุณใหญ่ก่อนค่ะ พอดีลุงสมนึกบอกว่าจะมารับ”

“อ๋อ สมนึกมารับเหรอ งั้นก็ดีแล้วถ้ากลับดึกคนเดียวมันอันตราย หน้าตาผิวพรรณเราค่อนข้างดี พวกวัยรุ่นมันคงเล็งเสียด้วย ระมัดระวังตัวบ้างนะแก้วสมัยนี้ไว้ใจใครไม่ได้”คุณใหญ่เตือน

“ค่ะคุณใหญ่”

สี่ทุ่มลุงสมนึกมารับเธอ โดยนำอาหารจากป้าจันมาให้คุณใหญ่ด้วย เธอเองก็ลืมนึกถึงเรื่องนี้ไป เจ้านายคงหิวมากเพราะมัวแต่เป็นห่วงพ่อตนเอง

“ขอบใจมากนะสมนึก”อังศนาบอกกับคนขับรถ

“ไม่เป็นไรครับคุณใหญ่”

“ถ้าอย่างนั้นแก้วลากลับก่อนนะคะ”แก้วกัลยายกมือไหว้

คุณใหญ่รับไหว้แล้วนั่งลงตามเดิม ส่วนแก้วกัลยาสาวเท้าออกจากห้องพร้อมกับลุงสมนึกเพื่อเดินทางกลับบ้าน

เสียงครางแผ่วของชายชรา ปลุกอังศนาตื่น เธอก้าวเข้ามายืนชิดขอบเตียงกุมมือบิดาไว้ เปลือกตาค่อยๆ เปิดออก ลมหายใจหนักถอนออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตาพ่อลูกสบกัน เจ้าสัวน้ำตาคลอมองหน้าบุตรสาว

“ใหญ่...”เสียงแผ่วเรียก

“ป๊า... เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า”คนเป็นลูกถามทั้งน้ำตา

“ไม่เจ็บเลยอาใหญ่ อั้วสบายดี”เสียงแหบพร่าตอบบุตรสาว แต่คนฟังรู้ดีพ่อเหนื่อยมากแค่ไหน

“ป๊า... หนูมีเรื่องจะบอก เล็กรับปากว่าจะกลับบ้านแล้วนะ”

คนเป็นพ่อนิ่งเงียบ มีเพียงน้ำตาไหลรินออกมา อังศนาสะอื้นแล้วยิ้มกว้างด้วยความยินดี น้องชายเพียงคนเดียวของเธอกำลังกลับมาแล้ว เล็กจะรู้ไหมว่าพี่คนนี้คิดถึงมากแค่ไหน

“ดีแล้ว... ที่อาเล็กกลับมา”เจ้าสัวเอ่ยเสียงเบา น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป