บทที่ 2 EP 1/2 บ่วงพิศวาส

----------

----------

ณ บ้านหลังน้อยของสามสาว

รวีกานต์วิ่งเข้าบ้านด้วยความรวดเร็ว บ้านหลังน้อยแบบสองชั้นมีสามห้องนอน สี่ห้องน้ำ และหนึ่งห้องเก็บของ ตอนสร้างบ้านนี้เธอลงขันกับเพื่อน สร้างตั้งแต่ยังเรียนอยู่ปีหนึ่ง จนแม้เรียนจบก็ยังอยู่ที่นี่แม้ว่าบางคนจะมีครอบครัว แต่ก็แวะเวียนมาค้างด้วยกัน มาเมาธ์มอยและปรึกษาหารือ เหมือนเป็นบ้านหลังที่สองของพวกเธอไปแล้ว

“กลับมาแล้วค่า มีใครอยู่ไหม ซื้อไก่กับชาเย็นมาฝากค่า” 

รวีกานต์ร้องบอกคนในบ้าน แล้วนาทีต่อมา ร่างสูงใหญ่ของชายใจสาวในชุดที่มีผ้ากันเปื้อนก็รีบวิ่งมารับหน้า สุภาพสตรีเจ้าเนื้อรีบเบะปากราวอยากจะร้องไห้ ในมือมีตะหลิวถือค้างอยู่ ผ้ากันเปื้อนที่สวมเต็มไปด้วยหยดซอสและฝุ่นแป้ง

“โอ...ในที่สุดสวรรค์ก็โปรดกะเทยในวันฝนตก ฮือ...อยากจะร้องไห้” 

เจ๊หวาน กะเทยร่างหมี รีบเข้ามารับเอาของกินและเครื่องดื่มที่รวีกานต์ถืออยู่ เอาไปจัดการแกะใส่จาน วันนี้ฝนตก ไม่อยากออกไปซื้อกับข้าว กะว่าจะทำอาหารกินเองที่บ้าน แต่ว่าแม่ครัวหัวป่าก์ดันปวดท้องรอบเดือน กะเทยร่างถึกเลยต้องรับหน้าที่แม่ครัวจำเป็น มันไม่ง่ายเหมือนการถือแปรงแต่งหน้าเลยขอบอก

“แล้วยัยวีไปไหนคะ ทำไมเจ๊เข้าครัวได้ล่ะ” ถามแล้วเดินไปนั่งยังโซฟาสีขาวที่วางอยู่หน้าจอโทรทัศน์ ถัดจากส่วนของครัวเล็กๆ แล้วก็ได้เห็นคนที่ถูกถามถึง เจ้าตัวนอนเหยียดร่างอยู่บนโซฟาตัวยาว มีถุงน้ำร้อนวางไว้บนหน้าท้อง มีหนังสือเมนูอาหารกางทับใบหน้าอยู่

“ฉันอยู่นี่ เมนส์มา ใกล้จะตายแล้ว ปวดท้องมากเลย” 

เวนิสา วรรณรัตน์ ชื่อเล่น วีนัส หรือ วี อย่างที่เพื่อนทั้งสองเรียกขาน ลุกจากการนอนมานั่งไหล่ห่อ อาการปวดประจำเดือนเกิดขึ้นอีกแล้ว มันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่สาวยันตอนนี้จะสามสิบอยู่รอมร่อ

“เฮ้อ...สรุปว่าเดือนนี้แกก็ยังไม่ท้องใช่ไหม” 

คนสวยแต่โทรมพยักหน้ารับคำถามของเพื่อนสาว นี่เป็นครั้งที่สามแล้วสำหรับการทำกิ๊ฟท์เพื่อให้เธอตั้งท้องตามที่มารดาต้องการ มันเป็นเรื่องพิลึกพิลั่นที่เกิดขึ้นกับเธอ 

หนึ่งปีที่แล้ว ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าเธอป่วยเป็นโรคช็อกโกแลตซีสต์ มันโตขึ้นเรื่อยๆ ในมดลูกของเธอ มารดาที่รักแนะให้เธอตั้งครรภ์เพื่อจะได้หายจากโรคนี้ ใช่แล้ว มันบ้าบอจริงๆ แต่ท่านมีร้อยแปดพันวิธีที่จะทำให้เธอตกลง มันเป็นวิธีเดียวที่ทำให้เธอไม่ต้องแต่งงานตามที่ท่านต้องการ ในเมื่อท่านอยากได้หลาน เธอก็จะให้หลาน แถมเธอยังหายจากโรคบ้าๆ นี่ด้วย ทุกอย่างมันเลยสรุปที่เธอต้องเข้าทำกิ๊ฟท์เพื่อจะมีลูก และอย่าถามถึงพ่อของลูกเลย ไม่มีหรอก แต่เธอรู้นะว่าใครเป็นคนบริจาคสเปิร์ม รู้จักเขาดีเชียวล่ะ

“ฉันไม่ไหวแล้ว ฉันจะผ่าตัดเอาซีสต์ออก ไม่มงไม่มีมันแล้วลูกอ่า” 

เวนิสาเปรยอย่างเจ็บปวด เธอมักมีไข้ในทุกครั้งที่รอบเดือนมา ใบหน้างดงามดูซูบซีดเสมอยามต้องตกอยู่ในภาวะนี้

“เอ้า...ไหนบอกไปคุยกับเขามาแล้วไม่ใช่เหรอ” 

กะเทยร่างหมีร้องถามมาจากส่วนของครัว เจ๊หวานอายุมากกว่าสองสาวอยู่สองขวบปี ทว่าเรียนจบมาพร้อมๆ กัน

“อือ...ฉันคงบ้าไปแล้วเจ๊ แต่ว่า...เรื่องบ้านี่มันอยู่ในสายเลือดน่ะ ไม่มีใครบ้าได้เท่าฉันกับแม่แล้วมั้ง”

“แล้วไง แกไปตกลงอะไรกับเขา” 

รวีกานต์ใคร่รู้ หนึ่งปีที่ผ่านมาเธอเฝ้ามองการกระทำของเพื่อนรักมาโดยตลอด อยากรู้เหลือเกินว่าถ้าเวนิสาทำกิ๊ฟท์สำเร็จ ลูกออกมาหน้าตาจะเป็นอย่างไร 

เวนิสายิ้มแหยๆ เสยผมยุ่งๆ ของตัวเองไปข้างหลัง เผยใบหน้างามแต่ซูบซีดให้เพื่อนรักได้ยล 

“ฉันบอกเขาว่า...อะแฮ่ม! พี่คะ ฉันไม่ได้ขอให้พี่มาแต่งงานกับฉัน หรือคบกับฉัน ไม่จำเป็นต้องรักฉันด้วย พี่แค่ทำยังไงก็ได้ ให้ฉันท้องก็พอ! โอเคนะ!  แบบนี้แหละ ฉันบอกเขาแบบนี้ แหะๆ”

“ยัยวี! ยัยบ้า! พูดอะไรออกไปเนี่ย” 

รวีกานต์ร้องว่าเพื่อนอย่างตื่นตะลึง คนอะไรจะใจกล้าหน้าด้านปานนั้น

“โอ้คุณพระ! กะเทยกราบเลยขอบอก” เจ๊หวานเอ่ยสำทับคำพูดของรวีกานต์ แม่คุณหนูไฮโซอย่างเวนิสา ชอบทำอะไรเพี้ยนๆ แบบนี้แหละ

“ก็ฉันเหนื่อยนี่ ไปให้หมอเอาเครื่องมือจิ้มตรงนั้นมาสามรอบแล้วนะ ไม่เห็นท้องสักที จะผ่าตัดแม่ก็ไม่ให้ผ่า แกกลัวว่าฉันจะเป็นอะไรไป แม่ฉันโอเว่อร์แค่ไหนก็รู้นี่นา ฉันไม่มีทางเลือก เลยว่าจะไปให้เขาปล้ำซะให้มันท้องๆ จะได้สมใจคุณนายแม่”

“แกบ้าไปแล้วจริงๆ ยัยวี”

“ใช่...ฉันรู้ แต่ว่า...ฉันก็ไม่คิดจะแต่งงานนี่นา โดนจิ้มๆ ให้ท้องสักทีก็ดีเหมือนกัน อยากรู้จริงๆ ว่ามันจะฟินแค่ไหน ฮ่าๆๆๆ” 

แม้ยามเจ็บไข้ได้ป่วยยังมีอารมณ์หัวเราะร่า การมองโลกในแง่ดีนั้น ติดตัวเวนิสามาตั้งแต่แบเบาะ ชีวิตของเธอสมบูรณ์แบบแม้ว่ามีเพียงแค่มารดาที่เลี้ยงเธอมา บ้านเธอร่ำรวย มีกิจการหลายอย่าง เธอใช้ชีวิตแบบสุขเกินสุขมาจนอายุจะสามสิบปีบริบูรณ์แล้ว

“เฮอะ! เชื่อเขาเลย แกคงเป็นไข้ทับระดูจนสมองเบลอน่ะวี” 

รวีกานต์ค่อนขอด

“ฮือ...ก็ฉันไม่รู้จะทำยังไงนี่นา อีกอย่าง...เจ้าของสเปิร์มน่ะ...หล่อวัวตายควายล้มอ่าแก เห็นแล้วอยากจะปล้ำ ฮ่าๆๆๆ”

“อ๊าย...ชะนีขาหื่น เจ๊รับไม่ได้ เป็นผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัวสิลูก”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป