บทที่ 5 EP 1/5 บ่วงพิศวาส

“ต่อให้วันข้างหน้าผมแต่งงานกับใครพ่อก็ห้ามยุ่งนะ ห้ามหาสาวๆ มาให้ผมดูตัวด้วย”

“แน่นอน สาบานเลย”

คนเป็นลูกพยักหน้าหงึกๆ ความจริง ข้อเสนอมันก็ไม่เลวนัก อีกอย่าง...บิดาที่เคารพไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมเขาหรอก

“โอเค...ก็ได้ ยังไงละครับ สิ่งที่พ่ออยากให้ผมทำ”

“ฉันอยากให้หนูวีมาค้างที่บ้านเรา ระหว่างนั้นแกคงรู้ว่าควรทำยังไงให้หลานฉันเกิดมา”

ศศินเม้มปากแน่น ส่ายหน้าน้อยๆ กับแผนการของบิดา มันเป็นเรื่องบ้าๆ ที่น่าหัวเราะแต่เขากลับหัวเราะไม่ออก

“สามเดือนนะครับ แค่สามเดือน ถ้ายัยนั่นไม่ท้องก็ไม่ต้องมายุ่งกับผมอีก”

วศินพยักหน้าบ้าง สามเดือนก็พอมีหวังละนะ

“ได้ ตกลงตามนี้” 

ท่านว่าแล้วยิ้มสมใจ รินชาขึ้นดื่มอึกใหญ่แล้วลุกขึ้นยืน

“จะไปนอนแล้วหรือครับ”

“นอนบ้าอะไรเพิ่งสามทุ่ม ฉันเหนียวตัว จะไปอาบน้ำ” ว่าแล้วเดินออกประตูห้องรับแขกไป ทว่าไม่ได้เลี้ยวขึ้นไปทางบันไดที่เชื่อมต่อชั้นสอง ศศินที่เดินตามบิดามาติดๆ ก็อดแขวะไม่ได้

“ห้องน้ำอยู่ข้างบนไม่ใช่หรือครับ”

“ไอ้เจ้านี่ ห้องน้ำข้างบนไม่มีคนถูหลังโว้ย”

“พ่อ! แก่แล้วนะ เพลาๆ ลงซะบ้างเถอะเรื่องอย่างว่าน่ะ”

คนเป็นบิดาทำไม่รู้ไม่ชี้ โบกมือให้บุตรชายแล้วรีบเดินไปยังโรงจอดรถ ศศินได้แต่มองตามบิดาอย่างระอา ถ้ายังฟิตขนาดนี้ทำไมไม่มีลูกเองให้รู้แล้วรู้รอด มายุ่งกับเขาทำไม

“โอ๊ย! หงุดหงิดจริงๆ”

----------

วันนี้อากาศสดใสไร้ลมฝน ศิวเศขร คอร์ปอเรชั่น จำกัด ยังคงเปิดทำการเฉกเช่นวันอื่นๆ วันศุกร์สุดสัปดาห์อย่างนี้ดูเหมือนจะเป็นวันดีๆ ของพนักงานหลายๆ คน ยกเว้นรวีกานต์ เพราะสาวมั่นคนงามอยากให้วันนี้เป็นวันจันทร์ จะได้มาแอบมองบอสใหญ่อีก เขาจะเดินผ่านเธอไปยังลิฟต์โดยสาร เพื่อขึ้นไปยังห้องทำงานที่ชั้นยี่สิบ เธอจะรีบมาก่อนเวลา ทำทีเป็นนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ที่ล็อบบีด้านล่างเพื่อรอการมาของเขา 

วันนี้ก็เช่นกัน เขายังคงดูหล่อเหลาเช่นเดิม วงหน้าขาวจัดนั่นประหนึ่งไม่เคยโดนแสงแดด เขาทักทายพนักงานพอเป็นพิธี ไม่ได้คลี่ยิ้ม เพียงแค่ก้มหน้าให้เล็กน้อยยามสบตาคนที่ยืนรอ เธอมองเขาจนเขาเดินเข้าลิฟต์ไป แน่นอนว่าหลังจากนั้นเธอต้องวิ่งสี่คูณร้อยเพื่อไปให้ทันเวลาสแกนบัตรเข้างานของตัวเอง

----------

ใกล้เวลาพักเที่ยง รวีกานต์ด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าห้องบอสใหญ่ เลขาของเขากำลังจัดเก็บแฟ้มงานให้เรียงกันเป็นตั้ง บุรุษร่างผอมแกรน อายุมากกว่าเธอหลายปี หันมามองเธออย่างใคร่รู้ แน่ล่ะ เกือบแปดปีที่ทำงานที่นี่ เธอไม่เคยขึ้นมาถึงชั้นนี้เลยนี่นา

“เอ่อ...มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ” เลขาวัยเลยหนุ่มเอ่ยถามพนักงานสาว ดูจากป้ายที่ห้อยคอเจ้าหล่อน เขาพอรู้ว่าหล่อนทำงานที่แผนกใด

“คือว่า บอสอยู่ไหมคะ ขอพบสักห้านาทีได้ไหม” ถามอย่างเกรงๆ อีกฝ่ายมองเธออีกรอบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เธอได้แต่มองค้อนอย่างงอนๆ

“นัดไว้หรือเปล่าครับ”

“เปล่าค่ะ คือว่าฉันจะเอาของมาคืนน่ะ” ว่าแล้วชูร่มให้ดู พร้อมกับกล่องขนมที่ผูกโบน่ารัก

“อ่า...นี่มันก็ใกล้เที่ยงแล้ว บอสคงออกไปรับประทานมื้อเที่ยงข้างนอก ถ้าเพียงแค่ฝากของ ฝากผมไว้ก็ได้ครับ”

เลขาบอสใหญ่ทำหน้าที่ตัวเองอย่างขันแข็ง เวลาของศศินมีค่ามากนัก หากเรื่องไม่สำคัญ ศศินก็มักปล่อยผ่าน

“แต่ว่า...ฉันอุตส่าห์เอาขนมมาด้วยนี่คะ อยากให้บอสเองนี่นา”

“เฮ้อ...คุณ...รวีกานต์” เขาอ่านชื่อบนป้ายพนักงานของหล่อน สีหน้าติดรำคาญนิดๆ “ฝากผมไว้แล้วลงไปรับประทานมื้อเที่ยงดีกว่าครับ ก่อนที่อาหารจะหมดเสียก่อน”

รวีกานต์หน้าเง้าหน้างอ วางร่มกับกล่องขนมไว้บนโต๊ะเลขา หน้าสวยจืดเจื่อน ก็นึกว่าจะได้ให้ของนี่กับมือบอสนี่นา

แอ๊ด...

และแล้วประตูก็เปิดอ้าออก ศศินก้าวออกมา คิ้วเขาเลิกขึ้นเล็กน้อยยามเห็นรวีกานต์

“โอ๊ะ...บอสมาพอดีเลย” รวีกานต์ยิ้มแป้นเป็นทัพหน้า รอยยิ้มสดใสไร้พิษภัยพลอยทำให้คนมองสดชื่นตามไปด้วย

“อ้อ...คุณนั่นเอง”

“ฉันเอาร่มมาคืนค่ะ มีมาการ็องมาขอบคุณด้วยนะคะ ไม่ได้ซื้อนะคะทำเอง” ‘เพื่อนทำนะคะบอส’ รวีกานต์แอบเอ่ยประโยคนั้นในใจ

“ขอบคุณครับ ฝากไว้ที่ณพได้เลย” เขาพยักพเยิดไปทางเลขา

รวีกานต์ทำหน้าเง้า “ค่ะ รับทราบค่ะบอส”

ศศินไม่ได้ยิ้มรับ เพียงแค่พยักหน้าให้ พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายน้อยใจที่เขาไม่รับของฝากด้วยสองมือ 

“ผมจะออกไปกินมื้อเที่ยง วันนี้จะเข้ามาอีกทีตอนบ่ายโมงครึ่งนะ มีงานอะไรก็เอาเข้าไปวางไว้ได้เลย”

“ครับบอส” 

ณพพรรับคำแล้วหอบเอาเอกสารตั้งหนึ่งเดินเข้าไปในห้องบอสใหญ่ ระหว่างนั้นเสียงรองเท้าส้นสูงของใครบางคนก็ดังขึ้นที่โถงทางเดิน มันเข้ามาใกล้หน้าห้องท่านประธาน จนในที่สุดศศินกับรวีกานต์ก็ได้เห็นเจ้าของเสียงรองเท้านั้น แม่สาวหุ่นสะโอดสะอง ใบหน้างดงามทาบทาด้วยเครื่องสำอางชั้นดี มีเสื้อผ้าแบรนด์เนมหุ้มห่อร่างกาย กำลังเยื้องกรายเข้ามาพร้อยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ 

รวีกานต์ได้ยินเสียงศศินถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่ผู้มาเยือนจะมาหยุดยืนตรงหน้า

“กำลังจะออกไปกินมื้อเที่ยงหรือคะ พอดีเลย รพีจะมาชวนไปกินซูชิของโปรดพี่ไงคะ” ปานรพี สุรสุนธร นางเอกสาววัยยี่สิบสี่ เอ่ยชวนพี่ชายที่แอบปลื้มพร้อมกับคล้องแขนตนเข้ากับแขนของอีกฝ่าย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป