บทที่ 7 EP 1/7 บ่วงพิศวาส
ศศินเองก็อิ่ม การได้คุยกับรวีกานต์ยอมรับว่าทำให้เขาเพลิดเพลิน หล่อนเป็นสตรีที่ไม่ได้มีจริต รู้สึกได้ถึงความจริงใจในทุกๆ คำที่หล่อนเอื้อนเอ่ย
“พนักงานที่ขยันย่อมเติบโตในสายงานของตัวเอง แต่ผมรู้สึกดีนะ ที่มีพนักงานที่อยู่นานๆ แบบคุณ ทำให้รู้สึกว่าศิวเศขรเป็นบริษัทที่มั่นคง”
“แน่นอนค่ะ มีคนอยากมาทำงานที่นี่เยอะนะคะ เงินเดือนสูง สวัสดิการเด่น แถมมีบอสหล่อด้วยนะคะขอบอก”
ศศินกลั้นยิ้ม หล่อนช่างพูดออกมาได้ไม่ไว้ลายสักนิด
“คุณรวีกานต์ดูเป็นคนเปิดเผยนะครับ”
“เขาเรียกว่าจริงใจค่ะบอสขา...” บอกแล้วยิ้มสดใส เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดเท่าที่ศศินเคยพบเจอ “ว่าแต่...ฉันอุตส่าห์ออกตัวช่วยบอสขนาดนี้ บอสแค่เลี้ยงข้าวหรือคะ มันน้อยไปนะ...”
คนสวยเริ่มทวงบุญคุณ ศศินอยากเอาความคิดเรื่องความจริงใจของหล่อนพับเก็บไว้เสีย รวีกานต์เองก็เจ้าเล่ห์ไม่น้อย
“แล้ว...อยากได้อะไรละครับ”
“ขอเดตดีๆ สักครั้งได้ไหมคะ”
แม่แสงตะวันดวงน้อยทำใจกล้าหน้าด้าน ถ้าไม่ใจกล้าตอนนี้เธอคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว รู้ละว่าทำเหมือนมัดมือชกเขา แต่ว่า...นาทีนี้เธอต้องทำทุกวิถีทางเพื่อสานสัมพันธ์กับบอสใหญ่ให้ได้!
“ถ้าปฏิเสธสาวสวย คงถูกมองว่าไม่ใช่สุภาพบุรุษ คุณรวีกานต์นัดวันที่สะดวกมาเลยครับ ที่ไหนเมื่อไหร่”
“คะ? นี่ยอมไปเดตจริงๆ เหรอ ว้าว...เหนือความคาดหมายแฮะ ความจริงบอสก็ดูแคร์ผู้คนรอบข้างนะคะ ทำไมถึงมีข่าวลือว่าคุณเป็นสุดหล่อจอมเย็นชาได้ล่ะ”
“แค่ข่าวลือครับ ผมยิ่งกว่าจอมเย็นชาซะอีก พ่อชอบบอกว่าปากผมคมเหมือนกรรไกรโรง’บาล”
รวีกานต์อมยิ้ม นั่นคือมุกตลกใช่ไหม เขาเล่นมุกด้วยแฮะ
“งั้น...บอสตกลงแล้วนะคะ ฉันจะรีบหาวันดีๆ เพื่อไปเดตกับบอส”
“ผมจะรอครับ...” บอกแล้วแอบผ่อนลมหายใจเบาๆ เอาเถอะ เดตกับรวีกานต์ก็ดีกว่าพวกไฮโซลูกท่านหลานเธอทั้งหลายล่ะ หล่อนคุยสนุก มีรอยยิ้มสดใส และดูจริงใจที่สุดในจำนวนสตรีที่เขาเคยเดตด้วยละนะ
----------
กระเป๋าใบใหญ่ของเวนิสาวางอยู่ข้างตู้เสื้อผ้าของศศินในห้องแต่งตัว หญิงสาวยืนมองห้องกว้างอย่างทึ่งๆ ห้องแต่งตัวของเขาประหนึ่งยกเอาร้านเสื้อบุรุษมาไว้ในนี้ เสื้อเชิ้ตกับสูทแขวนเรียงกันเป็นตับ กางเกงหลายสิบตัวพาดไว้กับไม้แขวนอย่างเป็นระเบียบ มีตู้ใบใหญ่ที่ทุกลิ้นชักถูกดึงออกมาเพื่อเผยให้เห็นเนกไทและถุงเท้าวางเรียงกันไว้เป็นชั้นๆ แสงไฟในห้องสีเหลืองนวล ยิ่งกว่าห้องแต่งตัวของนางโชว์เสียอีก เธอเปิดกระเป๋าของตัวเองอย่างเกร็งๆ พิจารณาว่าควรแขวนเสื้อผ้าไว้ที่ซอกใดหรือว่าตู้หลังใดดี
“ตู้หลังสุดท้าย ขวาสุด ให้แค่เมตรเดียว”
เสียงทุ้มของศศินเอ่ยขึ้น เขาเดินเช็ดผมแรงๆ ออกมาจากห้องน้ำ มีเสื้อคลุมสวมไว้หมิ่นเหม่ ผ้าเช็ดผมผืนน้อยถูกเหวี่ยงลงตะกร้าหน้าห้องน้ำนั้น ส่วนตัวเขาเดินผ่านหน้าเวนิสาไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบโลชั่นมาประพรมอย่างเช่นทุกวัน
เวนิสารีบหันหลังให้ยามเห็นเจ้าของห้องเริ่มดึงเชือกเสื้อคลุมให้หลุดออก
ศศินมองเหยียดๆ ดูหล่อนสิ ทำเป็นอายตอนมองเขา ตลกเสียจริง
“ฉันไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่นี่เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจมากสำหรับฉัน เธอน่ะ เป็นผู้หญิงที่ทุเรศสุดๆ ไปเลย”
“ก็แค่...สามเดือนไม่ใช่หรือคะ พี่ก็ทนๆ เอาหน่อยแล้วกัน”
“ฉัน เอา แน่ แต่ไม่ใช่วันนี้หรอก”
คำว่า เอา แน่ ของศศินทำเอาเวนิสากลืนน้ำลายหนืดๆ ลงคอ ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ทำใจกล้าบ้าบิ่นขึ้นเตียงโดนจิ้มให้มันจบๆ ไปเถอะ จะได้ไม่ต้องมาทนฟังเขาดูถูกดูแคลน
“ทำเป็นเล่นตัว ฉันก็ไม่ได้พิศวาสพี่นักหรอก หล่อแล้วไงล่ะ หล่อแล้วจะพูดอะไรก็ได้งั้นเหรอ ฉันก็ถูกบังคับมาเหมือนกันละน่า!” แม่ชะนีสายหื่นเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน แค่ต้องมายืนอยู่ตรงนี้ก็อายแสนอาย ยังจะมาพูดให้เธอใจเสียอีก
----------
