บทที่ 11 เจอเจ้าเมื่อไหร่น่าดูแน่

"น้องหว่านถิง สมบัติข้าไม่มีสิ่งใดมากนัก มีเพียงของไม่กี่ชิ้นข้าจะเรียกคนมาเก็บแล้วจ้างคนรับจ้างไปส่ง พวกเราไปพักโรงเตี๊ยมคืนหนึ่งเถอะพรุ่งนี้บ่ายๆ ค่อยออกเดินทาง"

"คืนนี้ท่านไม่ค้างที่ร้านหรือเจ้าคะ  พี่หลิงหลิงข้าไม่รู้ว่าท่านทุกข์ใจอันใด  แต่ลุงของท่านไม่ใช่คนดีไปตั้งรกรากที่อื่นน่าจะดีกว่า  ข้าเองก็ถูกบ้านสามีขับไล่เพราะสามีแต่งภรรยาใหม่เข้ามาจึงยอมเดินทางไกลหลายพันลี้เพื่อมาตั้งรกรากที่บ้านมารดาเช่นกัน  หากว่าท่านไม่อยากค้าขายเจอหน้าผู้คนมิสู้ไปทำไร่ทำสวนกับข้าที่หมู่บ้านเสวียนหยางดีหรือไม่"

"อืมก็ดี  งั้นข้าเก็บของก่อนนะ   จะไปจ้างคนมาขนของด้วย  จากที่นี่เดินทางไปตำบลซานซานแค่สามวัน  แต่หากมีข้าวของไปด้วยคงประมาณเกือบแปดวัน"

"พรุ่งนี้เราเดินทางก่อน  ให้พวกเขาตามไปทีหลัง  ท่านไปหาบ้านอยู่หรือหาหน้าร้านแห่งใหม่เอาไว้  พอข้าวของเดินทางไปถึงจะได้ไม่เร่งร้อนเกินไปนักดีไหมเจ้าคะ"

เมื่อพูดคุยกันจบฟ่านหลิงหลิงก็เก็บข้าวของจนหมด  จากนั้นก็ว่าจ้างคนขนของพวกเขาบอกว่าจะลงมือจนตอนนี้เลย  ให้พวกนางไปรอที่ตำบลซานซานก่อนก็ได้  

เนื่องจากเป็นกลุ่มคนรับจ้างที่รู้จักมานานอีกทั้งมีชื่อเสียงเรื่องความซื่อสัตย์ฟ่านหลิงหลิงจึงตกลงทันที  โจวหว่านถิงเห็นว่ายังไม่มืดจึงเดินทางเลย   สองชั่วยามต่อมาก็เข้าสู่หมู่บ้านเหยียนสุ่ย  จากนั้นก็พักแรมกันที่นี่  โรงเตี๊ยมค่อนข้างเล็กแต่สะอาด

ทางด้านถังฮ่าวหรานที่เสร็จจากงานที่บิดาสั่งแล้วก็ตรงมาหาคนที่เขาเพิ่งเอาเปรียบไปเมื่อตอนสายวันนี้  แต่เมื่อมาถึงร้านกลับว่างเปล่า  ในร้านเหลือเพียงม้วนผ้าที่เป็นสินค้า  คนไม่อยู่แล้วเขาหาทั่วทุกโรงเตี๊ยมก็ไม่เจอนาง  

"ฟ่านหลิงหลิงเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก  อย่าให้เจอนะแม่ตัวดีข้าจะให้เจ้าต้องคุกเข่าอ้อนวอนเลยเชียว"

 ถังฮ่าวหรานโมโหอย่างมาก   นางกล้าหนีเขาหรือ จนถังจงเดินเข้ามารายงาน

"คุณชาย  ทางวังหลวงมีคำสั่งให้ท่านกับชินอ๋องไปแคว้นลู่เพื่อเจรจาเรื่องเปิดตลาดค้าม้าขอรับ  ท่านอ๋องจะรอท่านที่หลินตูอีกสามวันออกเดินทาง    ท่านอ๋องออกจากเมืองหลวงมาแล้ว  ไม่เกินสิบวันน่าจะถึงหลินตูขอรับ"

"อืม  หาคนมาจัดการร้านใหม่ด้วย  เสื้อผ้าเหล่านี้แก้ไขตามแบบที่เถ้าแก่ฟ่านให้มา  ส่วนที่ต้องตัดใหม่ก็ใช้ผ้าเนื้อดีกับผ้าไหม  ขายแพงหน่อยเพื่อให้คนรู้ว่านี่คือของดี  สกุลเยี่ยน่าชังอยากเทียบเทียมสกุลถังของข้า  เป็นแค่เศรษฐีใหม่ใจกล้ายิ่งนัก"

"ได้ข่าวว่าบุตรชายของเยี่ยเหยี่ยนหรันที่ชื่อโจวจื่อทงเป็นคนวิปริตจิตใจชั่วร้ายนัก  วันแต่งงานพี่สาวยังกล้าลงมือกับนาง  ได้ยินว่าชินอ๋องเพิ่งทรงทราบเรื่องพ่ะย่ะค่ะ"

"ข้าไม่เข้าใจเขา  เจ้าสาวถูกคนทุบตีในงานแต่งตนเองเขากลับไม่รู้เช่นนั้นหรือ"

"ท่านอ๋องรับคำสั่งด่วนให้ไปปราบโจรภูเขาพอดี  ฝ่าบาทแม้ว่าจะเห็นใจที่เพิ่งแต่งงาน  แต่เนื่องจากมีคนตายจากกลุ่มโจรเหล่านั้นไม่น้อย  จำต้องรีบกำจัดขอรับ  ได้ยินว่าตอนนี้ชินอ๋องส่งพระชายาไปเฝ้าสุสานบรรพบุรุษที่บ้านเดิมที่เมืองเหลียนขอรับ"

"เฮ้อ  กลับเถอะข้าต้องเขียนรายงานท่านพ่อที่เมืองหลวงอีก   ฟ่านหลิงหลิงตัวดีเจอเจ้าเมื่อไหร่น่าดูแน่ๆ"


สองนายบ่าวกลับไปแล้ว  ส่วนคนที่ถูกคาดโทษตอนนี้กำลังนั่งมองดูท้องฟ้าอยู่  โจวหว่านถิงเห็นนางนั่งมานานก็เดินเข้าไปหา

"ท่านคิดถึงพวกเขาหรือ  พี่หลิงหลิงพวกเขาเฝ้าคุ้มครองท่านอยู่  อีกสามวันเราก็ถึงตำบลซานซานแล้ว  ถึงตอนนั้นไม่รู้ว่าร้ายหรือดีแต่อย่างน้อยเราก็ต้องลองดูไม่ใช่หรือ"

"หว่านถิง  ข้าเอาอย่างที่เจ้าว่าไปอยู่กับเจ้าปลูกพืชผัก  เลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ดีกว่า  ไม่ต้องแก่งแย่งชิงดีกับใครอีก  ตอนนี้ข้ามีเงินใช้คนเดียวทั้งชีวิตก็ไม่หมด"

"ท่านไม่คิดมีครอบครัวหรือเจ้าคะ"

"ไม่ล่ะดูเจ้าสิตอนนี้เป็นอย่างไร  แบกท้องใกล้คลอดกลับมาลำบากที่บ้านมารดา  เอ่อข้าขอโทษนะไม่ตั้งใจน่ะ"

"ท่านกล่าวไม่ผิดหรอกเจ้าค่ะ  นอนเถอะดึกแล้วพรุ่งนี้จะได้ออกเดินทางแต่เช้า  เด็กสองคนนั้นหลับเป็นตายเชียว  โดยเฉพาะน้องสาวข้านอนเหมือนวิญญาณสละจากร่างไปแล้วจริงๆ"

ทั้งสองหัวเราะให้กัน  โจวหว่านถิงรู้ดีว่าการที่นางไว้ใจคนง่ายเกินไปนั้นไม่ดี  แต่เนื่องจากตอนสมัยเป็นผู้บริหารในองค์กรต้องฝึกอบรมเกี่ยวกับจิตวิทยา  สังเกตพฤติกรรมของคนจึงรับรู้ได้ว่าฟ่านหลิงหลิงนั่นคบได้  แต่ไม่ใช่ทั้งหมดซ่างกวนหลิวหยางลึกล้ำอ่านยากอยู่ให้ไกลนั้นดีที่สุด รุ่งเช้าหลังจากกินมื้อเช้าแล้วทั้งสี่คนก็พากันเดินทางต่อ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป