บทที่ 14 ข้าเรียกเจ้ายายแก่บ้างก็ได้ใช่หรือไม่
เหลียนจางหมิ่นที่เพิ่งมาถึงได้ยินก็ถึงกับหัวเราะ หลี่ไฉ่เยี่ยนเห็นคนที่มาก็หน้าบูด ตาแก่โรคจิตนี่มาทำไม เจอแต่ละครั้งไม่เคยมีเรื่องดีๆเลย
"นี่เด็กน้อย หากเจ้าตีนางข้าคงได้จับเจ้าไปเปิดศาลแล้วกระมัง หึ"
"ท่านลุงเหลียน ท่านปู่ข้าไม่อยู่ท่านมาทำไมกัน พวกเรากำลังปรึกษาเรื่องในหมู่บ้านกันอยู่คนนอกหมู่บ้านเช่นท่านอย่ามาวุ่นวายจะดีกว่า"
"เด็กบ้า ข้าอายุแค่สามสิบเก้าอ่อนกว่าบิดาเจ้าตั้งสองปี มาเรียกท่านลุงอันใดกัน เจ้าอายุสิบแปด แต่ไม่มีใครมาเจรจาเรื่องแต่งงานสักที งั้นข้าเรียกเจ้ายายแก่บ้างก็ได้ใช่ไหม ไปบ้านไหนบ้านนั้นคงซวย"
"เหลียนจางหมิ่น ตาแก่ปากร้ายไสหัวไปเลยนะ อย่าคิดว่าเป็นนายอำเภอแล้วข้าจะกลัวนะ ถ้าไม่ไปข้าจะตีเจ้าแทนแม่หม้ายหลิวซะเลย"
ชาวบ้านต่างห้ามหลานสาวของผู้นำหมู่บ้าน เหลียนจางหมิ่นเองก็ไม่อยากใส่ใจนางนัก วันนี่ที่มาก็เพราะต้องการเจอหลี่หว่านถิงต่างหาก
เขามีปัญหาเรื่องชุดแต่งงานน้องสาว นั่นก็ไม่ดีนี่ก็ไม่เอา ร้านค้าสกุลเยี่ยเพียรมาหลายรอบแล้วแต่นางก็ไม่ยอม เขาต้องจ่ายค่าเสียเวลาคนเหล่านั้นไปไม่น้อยเลย เถ้าแก่สวีเห็นใจจึงยอมบอกเขาว่าแม่นางหลี่ออกแบบเสื้อผ้าได้งดงามมากนัก เขาจึงอยากมาพบนางสักหน่อย
"เอ่อ ไม่ทราบว่าบ้านของแม่นางหลี่หว่านถิงไปทางใดหรือขอรับท่านป้า"
หลี่หว่านถิงแปลกใจได้ยินเขาเอ่ยถามหานางก็ นางไม่เคยคบค้าสมาคมกับนายอำเภอคนนี้ อยู่ๆมาถามหานางทำไมกัน ชาวบ้านมองมาที่นางเป็นตาเดียว ส่วนหลี่ไฉ่เหยียนก็เดินขึ้นหน้ามากางแขนป้องหลี่ว่านถิงเอาไว้
"มีเรื่องอะไรมาพบน้องสาวข้า คนอย่างท่านคงไม่ได้มาดีแน่ๆนี่ท่านลุงเหลียนทางเข้าหมู่บ้านที่ท่านเพิ่งจะเข้ามามันใช้เป็นทางออกได้ด้วยนะเผื่อท่านไม่รู้ เชิญกลับได้แล้วไม่ส่งนะข้าไม่ว่าง"
"หลี่ ไฉ่ เหยียน เจ้าต้องหาเรื่องข้าให้ได้เลยใช่หรือไม่ฮะ"
เหลียนจางหมิ่นกำลังจะหมดความอดทนกับเด็กผู้หญิงตรงหน้าแล้ว ตั้งแต่ครึ่งปีก่อนที่ม้าของเขาเกิดพยศวิ่งเฉี่ยวเพื่อนของนางจนสลบ เด็กคนนี้ก็เกลียดเขามาโดยตลอด เขาไม่ได้ตั้งใจมันเป็นเรื่องที่เขาก็ไม่ได้อยากให้เกิด แต่เด็กคนนี้กลับไม่จบไม่สิ้นจงเกลียดจงชังเขาอยู่ได้ ก่อนจะมีเสียงหวานของสตรีปลูกสติของเขา
"ใต้เท้า ท่านมาหาข้าน้อยด้วยเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ"
เหลียนจางหมิ่นหันไปตามเสียงก็พบสตรีใส่ชุดสีเขียวอ่อน ใบหน้างดงามยิ่งนัก เขามองจนตะลึงที่นี่มีสตรีงามเช่นนี้ด้วยหรือ จนกระทั่งหลี่ไฉ่เหยียนเดินมาขวางหน้าเขา นางเท้าเอวจ้องหน้าเขาเหมือนแม่เสือหวงลูกน้อย
"เอ่อ ท่านคือแม่นางหลี่ผู้นั้นหรอกหรือ ข้าได้รับคำแนะนำมาจากเถ้าแก่สวีนางบอกว่าให้ข้าเดินทางมาหาท่านที่นี่ น้องสาวของข้ากำลังจะแต่งงาน แต่ว่าชุดแต่งงานที่ส่งมานั้นนางไม่พอใจสักชุด ใกล้วันงานมาแล้ว แม่นางหลี่ข้าเชื่อใจเถ้าแก่สวีจึงเดินทางมาหาท่าน"
"ใต้เท้าเหลียน คุยที่นี่ไม่เหมาะกระมังเจ้าคะ เอาเป็นว่าไปคุยที่เรือนข้าเถอะเจ้าค่ะ พี่ไฉ่เหยียนเจ้าคะท่านไปกับข้าด้วยเถอะกันผู้คนครหา"
"อืม ข้าเองก็ไม่ไว้ใจเช่นกัน คนบางคนดีแต่หน้าตา"
จากนั้นหลี่หว่านถิงก็เอ่ยกับชาวบ้านที่ยืนจับกลุ่มกันอยู่
"ทุกท่าน หัวมันนั่นเดี๋ยวตอนเย็นข้าจะมาบอกวิธีปลูกนะเจ้าคะ อ้อตอนนี้เม็ดพันธุ์ที่ท่านตานำมาข้าเพาะได้หลายแปลงแล้วล้วนงอกงามดี เดี๋ยวพรุ่งนี้จะให้ทุกคนไปขุด แบ่งกันปลูกนะเจ้าคะ บ้านละแปลงสองแปลงพอได้ผลิตผลพวกท่านก็ค่อยเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เพาะปลูกฤดูต่อไป"
"ได้ๆๆ แม่เจ้าแฝดพวกเรารอเจ้าได้ รีบไปทำธุระของท่านนายอำเภอเถอะ"
ชาวบ้านไม่มีใครรังเกียจนางที่เป็นหม้ายสักนิด เห็นใจในโชคชะตาด้วยซ้ำ นางมาอยู่ที่นี่ได้สามเดือนก็คลอดบุตรสาวออกมาเป็นฝาแฝดหน้าตาน่ารักยิ่งนัก
อีกทั้งยังเอาความรู้จากหลี่ต้วนอดีตซิ่วไฉของหมู่บ้านท่านตาของนางมาสอนเรื่องเกษตรให้กับชาวบ้าน เจอพืชพันธุ์ใหม่ๆบนเขาก็นำมาให้ชาวบ้านเสมอสอนว่าสิ่งใดกินได้สิ่งใดเป็นยา
สอนชาวบ้านให้รู้จักสมุนไพรพื้นฐาน ทำให้ไม่ต้องไปหาหมอหากแค่เป็นหวัดนิดๆหน่อยๆ ท่านหมอเจียงเป็นหมอประจำตำบลซานซาน ชาวบ้านอาศัยความรู้เล็กน้อยที่นางสอนไปหาสมุนไพรไปขายที่ร้านท่านหมอเจียง ได้เงินซื้อข้าวซื้อแป้งมาเลี้ยงครอบครัวตนเองได้บ้างในบางครั้ง ชาวบ้านพากับเลิกจับกลุ่ม พวกเขาจะมารวมกันอีกทีตอนเย็นรอหลี่ว่านถิงกับหลี่ต้านผู้ใหญ่บ้านอีกที
