บทที่ 4 ช่างเป็นอ๋องสุนัขจริงๆ
ซ่างกวนหลิวหยางถึงกับตกใจโอบร่างบอบบางไว้ด้วยสัญชาตญาน นางตัวร้อนมากเลย มีชามยาวางไว้ แปลว่านางเรียกหมอมาตรวจแล้ว
"อาฝู ไปเตรียมรถม้าส่วนเด็กคนนี้เจ้าอุ้มนางไปด้วย หลับเป็นตายเยี่ยงนี้ยังกล้ามาค้างอ้างแรมข้างนอก"
จากนั้นก็อุ้มร่างที่สลบสไลของโจวหว่านถิงกลับจวนอ๋องทันที ซ่างกวนหลิวหยางอุ้มร่างบบางไว้แนบอก รถม้าคันนี้เล็กไม่สามารถให้นางนอนได้
กลิ่นกายของนางทำให้เขาคิดถึงเรื่องคืนนั้น แม้จะถูกนางวางยา แต่เขาก็ยอมรับว่าเขาสุขสมยิ่งนัก ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดหมดไปแล้ว เขายังร่วมรักกับนางอีกสองครั้งจนรุ่งสาง
แต่คืนแต่งงานเขารังเกียจนางบีบคอนางเกือยตาย เพราะนางเอ่ยถึงชิงเสี่ยวหว่าน อดีตคนรักในวัยเด็กของเขาที่ถูกนางผลักตกน้ำจนเสี่ยวหว่านเจ็บไข้จนจากไป
วันนี้นางเป็นไข้คงเพราะผลกรรมสนอง รถม้ามาถึงจวน ซ่างกวนหลิวหยางพานางไปไว้ที่เรือนร้างเช่นเดิม ไม่แม้แต่จะห่มผ้าให้นางสักผืน นางควรป่วยตายไปซะ
เช่นเดียวกับที่เสี่ยวหว่านทรมานเพราะถูกนางทำให้ป่วยจนตาย จากนั้นเขาก็สบัดแขนเสื้อจากไป โจวหว่านถิงตื่นตั้งแต่เขาอุ้มนางลงมาแล้ว แต่ไม่อยากเผชิญหน้ากับคนๆนี้จึงจงใจแกล้งหลับ
"ท่านอ๋อง จะไม่ตามท่านหมอหรือพ่ะย่ะค่ะ พะชายานางจับไข้หนักยิ่งนัก กระหม่อมจะตามหยวนานไห่มานะพ่ะย่ะค่ะ"
"ไม่ต้อง สตรีจิตใจชั่วช้าเช่นนี้ ปล่อยนางตายไปนั่นแหละถือว่าชดใช้ให้เสี่ยวหว่านแล้ว กลับเรือนข้ายังมีงานค้างอยู่"
เสียงฝีเท้าเดินจากไปแล้ว โจวหว่านถิงนอนร้องไห้ ส่วนนึงเป็นความรู้สึกเจ้าของร่างที่ทิ้งไว้ อีกส่วนเป็นเพราะเธอคิดถึงแม่ พี่ชายและเพื่อนสาว
ไม่รู้ว่าพวกเขาจะหาศพของเธอเจอไหม ทะเลลึกขนาดนั้น ก่อนจะหาความทรงจำของร่างนี้ว่ามีอะไรเหลืออีกบ้าง
เหมือนมารดาจะยื่นกล่องไม้เล็กๆขนาดกว้างห้าชุ่นยาวสิบชุ่นให้นาง ก่อนจะบอกว่าหากวันใดไร้ที่พึงหรือไร้ทางไปก็ให้เปิดออก
กล่องนั้นเป็นสมบัติชิ้นเดียวของนาง เป็นสินเดิมที่มีเพียงแค่ชิ้นเดียว โจวหว่านถิงเก็บมันไว้กับตัวตลอดเวลา
โจวหว่านถิงค่อยเลื่อนสลักออกจนในที่สุดก็เปิดกล่องได้ ในนั้นมีสัญญาที่ดินในเมืองผิงอันที่มีคนเช่าอยู่ เงินค่าเช่าจะถูกจ่ายผ่านร้านฝากเงินทุกเดือน
มีป้ายเบิกเงินของร้านฝากเงินมีเงินอยู่ในนั้นห้าหมื่นตำลึง และยังมีโฉนดที่ดินในหมู่บ้านเสวียนหยางประมาณสิบหมู่
มีทะเบียนบ้านที่เป็นชื่อของนางกับเสี่ยวชุ่ย ท่านแม่เก็บเสี่ยวชุ่ยมาจากนั้นก็เลี้ยงคู่กันกับนางและรักเหมือนบุตรสาวอีกคน
ดูเหมือนท่านแม่จะเตรียมพร้อมให้ร่างเดิม เฮ้อแต่ร่างเดิมนี่นะกลับไปหัวปักหัวปำกับคนแบบซ่งกวนหลิวหยางเสียได้
โจวหว่านถิงตัดสินใจแล้วว่าจะหนีจากจวนอ๋อง อีกครึ่งเดือนเขาจะแต่งโจวลิ่วผิงเข้าจวนอาศัยช่วงที่คนพลุกพล่านแอบออกไปกับเสี่ยวชุ่ย มีเงินที่ท่านแม่เก็บไว้ให้มีที่ดินมีบ้าน เสื้อผ้าค่อยไปซื้อเอาข้างหน้า จากนั้นก็นอนหลับเพราะพิษไข้
ซ่างกวนหลิวหยางเองก็นอนไม่หลับคิดถึงแต่ร่างบางที่เขาเคยครอบครอง วันนี้นางแปลกไปไม่น้อยเลย เขาไม่ต้องการโจวลิ่วผิงแต่อยากให้พี่น้องมาตีกันเอง นางจะไม่มีวันได้สงบสุข เพราะนางพรากเสี่ยวหว่านไปจากเขา
"โจวหว่านถิงข้าเปลี่ยนใจไม่หย่าเจ้าแล้ว อยากเห็นเจ้าเจ็บปวดที่ถูกน้องสาวได้รับความรักจากข้า หึ"
ยามเหมาโจวหว่านถิงตื่นแล้วกำลังคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาก็ทำใจยอมรับแล้วว่าตนเองทะลุมิติมาในยุคโบราณ ที่นี่คือแคว้นต้าเย่วเหมือนในประวัติศาสตร์ไม่มีนะ
เป็น โลกคู่ขนานหรือ เฮ้อเอาอย่างไรดีในท้องมีอีกหนึ่งชีวิต แถมพ่อของเด็กก็เป็นคนที่ใช้ไม่ได้สารเลวที่สุด
ไม่รู้ว่าโกรธแค้นอะไรกันมากมาย แค่เด็กผู้หญิงคนนึงตกน้ำแล้วป่วยตาย ใครเป็นคนผลักยังไม่รู้เลย
โจวหว่านถิงยังคงมีไข้อยู่จึงได้พยายามลูกขึ้นหาผ้าเช็ดตัวเพื่อลดไข้ เสี่ยวชุ่ยตื่นมางัวเงียๆก็ตกใจ จำได้ว่าพวกนางนอนที่โรงเตี้ยมนี่ แล้วมาอยู่เรือนร้างหลังจวนได้อย่างไรกัน
"พระชายาๆ พวกเรามาได้อย่างไรเพคะ เมื่อคืนเรานอนที่โรงเตี้ยมมิใช่หรือ คงไม่ใช่ผีหลอกนะเจ้าคะ"
"ไม่ใช่หรอก เป็นซ่างกวนหลิวหยางคนสารเลวนั่นไปตามข้ากลับบ้านน่ะ ช่างเป็นอ่องสุนัขจริงๆ คนคงไม่ทำตัวสารเลวได้ถึงเพียงนี้หรอก เจ้าไปล้างหน้าล้างตาเถอะ ข้าจำได้ว่ามุมรั้วมีเถามันกับเถาฝักทองอยู่ ข้าจะกินแต่น้ำข้าวทุกวันไม่ได้ ไม่งั้นต่อให้ไม่ป่วยตายก็อดตาย"
ตั้งแต่ร่างเดิมแต่งเข้ามาวันแรกก็ถูกซ่างกวนหลิวหยางทรมานทุกวัน สั่งบ่าวให้ส่งข้าวให้นางแค่วันเว้นวันอีกทั้งยังให้นางกินแค่วันละมื้อ
ช่างเป็นอ๋องสุนัขจริงๆ
