บทที่ 9 เพื่อนใหม่คนแรก
เมืองหลวง
ซ่างกวนหลิวหยางพยายามหลอกถามคนสกุลโจวว่าอดีตฮูหยินมีบ้านเดิมอยู่ที่ใด แต่ก็ไม่มีใครรู้เลย แต่เขาได้เรื่องใหม่มาจากคนสนิท
"เจ้าแน่ใจหรือ เหตุใดข้าไม่รู้มาก่อน วันแต่งงานทะเลาะกับนางเสร็จข้าก็ได้รับราชโองการจากฝ่าบาทให้ไปปราบโจรภูเขา เพิ่งจะกลับมาไม่ถึงเดือนก็มามีเรื่องกับนางตอนที่บอกว่าข้าจะหย่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆโจวจื่อทงถือสิทธิ์อันใดมาเตะนางแล้วแอบอ้างชื่อข้า อีกอย่างเขาเป็นบุรุษ โจวหว่านถิงแม้จะคนละแม่แต่ก็บิดาเดียวกันมิใช่หรือ เหตุใดต้องโหดร้ายกับนางถึงเพียงนั้น กล้าเตะคนของข้าดูเหมือนขาข้าซ่างกวนหลิวหยางนับว่าเป็นเจ้าของแล้ว"
"ท่านอ๋อง กระหม่อมมีเรื่องนึงไม่ทราบว่าควรทูลหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"
" เกี่ยวกับสกุลโจวหรือเปล่า"
"พ่ะย่ะค่ะ โจวจื่อทงมิได้ชมชอบสตรีพ่ะย่ะค่ะ เขามีใจให้กับหลี่หมิงอดีตคู่หมั้นของพระชายาพ่ะย่ะค่ะ คงจะเกลียดนางมากเพราะหลี่หมิงรักพระชายา คนที่วางยาพระองค์คืนนั้นสืบแล้วก็เป็นเขาพ่ะย่ะค่ะ เขาคงอยากให้หลี่หมิงเข้าใจผิดว่าคุณหนูใหญ่โจวหว่านถิงเป็นพวกชอบมั่วสุมบุรุษ ข่าวลือที่ว่าพระชายาร้ายกาจ ตบตีหวังฆ่าน้องสาวเพราริษยาที่พระองค์จะแต่งกับนางก็เป็นเขาที่ปล่อยออกมา เรื่องที่คุณหนูรองใบหน้าอัปลักษณ์เสียแล้วก็เป็นเขาอีกที่ปล่อยออกมา ดูเหมือนโจวจื่อทงคนนี้ร้ายลึกยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ"
"บุตรชายเจ้ากรมพิธีการเป็นพวกชายตัดแขนเสื้อหรอกรึ มิหนำซ้ำยังมีใจหลงรักคู่หมั้นพี่สาวตนเองจนเลือกทำลายพี่สาวอย่างนั้นหรือ อีกทั้งยอมเอาชื่อเสียงพี่สาวแม่เดียวกันมาลือให้เสียหายเพื่อใส่ร้ายพี่สาวอีกคน ช่างเป็นคนที่น่าขยะแขยงยิ่งนัก"
"พ่ะย่ะค่ะ ทุกอย่างเป็นฝีมือโจวจื่อทงอีกทั้งฮูหยินผู้เฒ่าโจวรับรู้ทุกการกระทำพ่ะย่ะค่ะ นายท่านโจวผู้เฒ่าจากไปก่อนแล้วจึงไม่มีใครปรามพวกเขาได้ พากันกระทำอย่าไร้ยางงอายพ่ะย่ะค่ะ ภายนอกเขาดูรักใครีพี่สาวยิ่งนัก ในงานแต่งทุกคนจึงไม่สงสัยที่เขาหายไปคงคิดว่ามาปลอบใจนาง"
"เรื่องสกุลโจวเอาไว้ก่อน เจ้าตามหาโจวหว่านถิงให้เจอ อย่าให้เรื่องที่นางตั้งครรภ์เล็ดลอดออกไปอย่าลืมบอกหยวนซานไห่ให้ปิดปากด้วย ข้ากลัวนางกับลูกจะมีอันตราย ดูแล้วโจวจื่อทงคนนี้ต้องระวังให้มาก หากหว่านถิงคลอดลูกสาวให้ข้าคงมีหลายตระกูลเดือดร้อน"
อาฝูไปแล้ว ซ่างกวนหยางถอนหายใจโจวหว่านถิงเจ้าวู่วามเกินไปไหม ถึงจะเกลียดข้าก็ควรห่วงตัวเองด้วยมีหลายคนไม่ต้องการให้ข้ามีทายาท หากเจ้าคลอดบุตรสาวด้วยล่ะก็เจ้ายิ่งอันตราย โง่เง่าสิ้นดี
เมืองผิงอัน
โจวหว่านถิงมาถึงเมืองผิงอันเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้นางพักอยู่โรงเตี้ยมพรุ่งนี้จะเข้าตำบลซานซานก่อนจะเดินทางไปหมู่บ้านเสวียนหยาง เสี่ยวชุ่ยนอนหลับไปแล้ว
ตอนนี้เงินที่เอาปิ่นกับกำไลหยกไปขายเหลืออยู่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบตำลึง โจวหว่านถิงอยากหาเงินสักก้อนก่อนไปหมู่บ้านเสวียนหยางจึงนั่งวาดรูปออกแบบเสื้อผ้าสามชุด เป็นชุดจีนประยุคที่ไม่โป้เกินไปแต่ดูทันสมัย ไม่เกะกะรุ่มร่ามเวลาเดินเหินหรือทำงาน
เสี่ยวชุ่ยที่กำลังจัดที่นอนเหลือเห็นชุดที่เจ้านายออกแบบก็อดทึ้งไม่ได้ช่างสวยงามเหลือเกินจริงๆ ยิ่งตอนที่นางลงสีเสร็จแล้วยิ่งสวย
"เสี่ยวชุยเสร็จหรือยัง พวกเราไปเดินในตลาดในเมืองสักรอบเถอะ ลองหาเงินสักหน่อย หากว่าสามารถขายแบบเสื้อผ้าสามชุดนี้ได้เราจะได้มีทุนเพิ่มในการตั้งตัวอีก"
โจวหว่านถิงไม่ต้องการเบิกเงินที่มารดาเก็บไว้ให้ เพราะนางอยากเก็บเอาไว้เวลาที่คลอดลูกต้องอยู่เดือนไม่สามารถทำอะไรได้
ไม่นายสองนายบ่าวก็เดินมาถึงร้านขายผ้า โจวหว่านถิงยืนสังเกตุร้านผ้าในตรอก สังเกตุวิธีการต้อนรับลูกค้า สังเกตุจากการพูดคุยกับลูกค้า การไม่เลือกปฏิบัติ
ร้านใหญ่มีคนเข้าออกมากมายนัก ล้วนแต่เป็นคุณหนูทั้งนั้น ส่วนร้านเล็กๆอีกร้านกลับเงียบเหงาเพราะเป็นร้านเล็กๆ โจวหว่านถิงเลือกร้านนี้ นางยังไม่มีกำลังพอที่จะต่อกรกับใคร
โจวหว่นถิงเดินเข้าไปยังร้านเล็กๆร้านหนึ่งที่อยู่ห่างจากร้านฟางเหยีนนไปสองตรอก ร้านนี้ดูสะอาดสะอ้านแม้ว่าจะเล็กแต่ก็จัดวางได้ดี โจวหว่านถิงยืนเลือกผ้าอยู่นาน จนเด็กในร้านเข้ามาช่วย
"พี่สาว ท่านอยากหาผ้าชนิดใดหรือเจ้าคะ ท่านกำลังตั้งครรภ์ทางร้านเรามีผ้าฝ้ายอย่างดีใช้สำหรับทำผ้าอ้อมด้วยนะเจ้าคะ"
"อืม ที่ร้านเจ้าตัดเสื้อผ้าสำเร็จรูปขายหรือไม่แม่นาง"
"เราเคยตัดอยู่ช่วงหนึ่งเจ้าค่ะ ตั้งแต่ร้านฟางเหยียนของสกุลเยี่ยจากเมืองหลวงมาเปิดพวกเราก็แทบจะขายไม่ได้ นานวันเข้าแบบที่มีก็ล้าหลัง กองอยู่หลังร้านจนเถ้าแก้เนี้ยของข้ากลืนน้ำตาทุกวัน"
"เอ๋ ร้านฟางเหยียนที่เหล่าคุณหนูเหล่านั้นแย่งกันซื้อนั่นนะหรือ อืมเถ้าแก่เนี้ยเจ้าเล่าข้าขอพบนางได้หรือไม่"
"เอ่อ นางอยู่หลังร้านเดี๋ยวข้าจะไปเรียกให้ ท่านเลือกผ้าไปพลางๆก่อนนะเจ้าคะ"
คนงานเดินเข้าไปด้านหลัง โจวหว่านถิงจับผ้าแต่ละม้วนรู้สึกว่าเนื้อผ้าร้านนี้คุณภาพดีใช้ได้ เปรียบเทียบกับร้านฟางเหยียนนั้นดูเหมือนร้านฟางเหยียนจะเอาของคุณภาพต่ำมาขาย แต่เพราะที่นี่ไกลเมืองหลวง บบรรดาคุรหนูเหล่านั้นจึงไม่เคยเห็นของดี
นั่งรออยู่ไม่นานก็เห็นคนงานคนเดิมเดินออกมา ข้างหลังนางมีสตรีวัยยี่สิบอยู่หนึ่งคนเดินตามมาด้วย นางคงเป็นเถ้าแก่เนี้ยของที่นี่
"อูหยินท่านนี้เสี่ยวเหมยบอกว่าท่านต้องการพบข้าอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ข้าชื่อฟ่านหลิงหลิงเป็นเจ้าของร้านที่นี่"
"อ้อเถ้าแก่ฟ่าน ข้าแซ่หลี่เห็นว่าทางร้านท่านมีชุดสำเร็จมากมายที่ขายไม่ออก หากท่านไม่รังเกียจขอข้าดูสักหน่อยได้หรือไม่ เผื่อข้าสามารถแก้ไขได้ อ้อนี้เป็นแบบเสื้อผ้าที่ข้าวาดเอง เดิมทีตั้งใจจะเสนอขายแบบให้ท่านแต่แรกอยู่แล้ว"
"เฮ้อ ฮูหยินหลี่ข้าเป็นร้านเล็กๆ แม้ว่าจะซื้อแบบท่านมาแล้วอย่างไรเล่า ไม่นานก็ถูกคนของร้านฟางเหยียนขโมยไปอยู่ดี พวกเขาคนมากนักตัดวันเดียวก็ได้หลายชุด ร้านค้าของข้าคงอยู่รอดอีกไม่นานแล้ว สองวันก่อนอยู่ๆฝนตกผ้าถูกน้ำเสียหายเกินครึ่ง หลังคาที่อยู่ดีๆก็รั่วขึ้นมา ข้ายังเอาอะไรไปต่อกรกับคนเหล่าน้นกัน แม้จะคิดว่าเป็นฝีมือพวกเขาแต่ใครเล่าจะรับฟ้อง"
"อ้อ ท่านให้ข้าไปดูสถานการณ์ด้านหลังได้หรือไม่ ข้าเองก็อยากหาเงินสักหน่อยจึงหน้าก้านมาขายแบบผ้า ข้าถูกบ้านสามีไล่ออกมา เงินที่มีก็เหลือน้อยเต็มที ใกล้คลอดอีกไม่นานแล้ว น้องสาวของงข้านางเองเพิ่งจะสิบสี่ จะทำมาหากินเลี้ยงข้ากับหลานคงไม่พอให้อิ่มท้อง"
"เฮ้อ บุรุษของท่านไม่ปกป้องท่านเลยเชียวหรือ แม่ผัวนี่เป็นอะไรที่น่ารังเกียจอย่างมากจริงๆ"
"ข้ากำลังท้องให้ความสุขสมเขาไม่ได้ แม่สามีข้าแต่งสะใภ้ใหม่ให้เขา ข้าเป็นเพียงบุตรสาวชาวนายากจนบิดามารดาไร้ซึ่งสินเดิมให้ติดตัว สามีข้าเพิ่งสอบราชการได้จะรังเกียจข้าก็ไม่แปลกหรอก"
"อืม ตามาเถอะท่านค่อยๆเดินเล่า พื้นไม่เสมอกันสักเท่าไหร่ระวังล้มได้ เสี่ยวเหมยไปจัดขนมกับน้ำชามาสองที่ด้วย ฮูหยินเชิญ"
ฟ่านหลิงหลิงพาโจวหว่านถิงเดินเข้าไปหลังร้าน มีราวตากผ้าเต็มไปหมด ผ้าที่โดนน้ำมีมากจริงๆตากมาสามวันแล้วยังตากไม่หมดเลย โจวหว่านถิงเห็นใจนางมากๆ นี่มันต้นทุนเท่าไหร่กัน ทั้งผ้าฝ้ายเนื่อดี ทั้งผ้าไหมสกุลเยี่ยนี้นางต้องกำจัดให้ได้ พวกสุนัขสารเลวยังมีสกุลโจวอีก ท่านแม่คงรู้ดีว่าโจวจื่อเมิ่งเป็นบิดาสารเลวเพียงใด นางจึงถอนชื่อโจวหว่านถิงออกแล้วให้ใช้แซ่หลี่ของนางแทน ตอนนี้นางจึงชื่อหลี่ว่านถิง ส่วนเสี่ยวชุ่ยก็แซ่หลี่เช่นกัน เป็นแบบนี้ก็ปิดบังตัวตนง่ายหน่อย
"เถ้าแก่ฟ่าน ท่านตากแบบนี้เมื่อไหร่จะแห้งกันเล่าเจ้าคะ อืมข้ามีวิธีตากให้แห้งเร็วกว่านี้ ท่านอาจขาดทุนสักหน่อยถ้าขายถูกลงแต่อย่าน้อยก็ยังขายได้เงินกลับมาบ้าง ไม่เข่นนั้นคงสูญทั้งหมด"
"อูหยินท่านมีวิธีหรือเจ้าคะ ท่านช่วยข้าคิดสักหน่อยเถิด ร้านค้านี้เป็นของตระกูลข้า ทุกคนจากไปหมดแล้วเหลือเพียงข้าเท่านั้น ข้าอยากรักษามันไว้ แต่พอร้านฟางเหยียนมาเปิด ข้าก็รู้ว่าไม่อาจรักษามันไว้ได้แล้ว"
ฟ่านหลิงหลิงน้ำตาคลอ โจวหว่านถิงเห็นใจนางจริงๆ สมบัติพ่อแม่สร้างมาให้ถ้าต้องมลายไปเพราะน้ำมือของนางๆคงทุกข์ใจ
" ท่านไปเรียกช่างตัดเย็บของร้านท่านมาหน่อย มีกี่คนเอามาให้หมด เอาไม้วัดตัวมาด้วย"
ไม่นานก็ได้ช่างตัดเย็บประมาณสิบคนมีสามคนอายุมากแล้ว โจวหว่านถิงให้นำผ้าที่ผึ่งแห้งแล้วมาให้ดู จากนั้นก็ลงมือตัดชิ้นส่วนตามแบบร่างแล้วส่งให้พวกนางบ่งกับเย็บ โจวหว่านถิงนั่งอยู่ที่ร้านฟ่านปู่เตี้ยนจนถึงค่ำ ตัดชุดทั้งหมดได้เกือบยี่สิบชุด พวกนางมีความสามารถจริงๆ ฟ่านหลิงหลิงเห็นชุดที่ตัดสำเร็จก็ตาลุกวาว มันสวยมากจริงๆ
"ฮูหยินหลี่ มันงามยิ่งนัก จากผ้าเปียกน้ำท่านยังทำได้งามถึงเพียงนี้ ท่านๆเป็นพระโพธิสัตว์ของข้าจริงๆ"
"ท่านกล่าวเกินไปแล้ว ชุดเหล่านี้เป็นชุดที่ตัดจากผ้าที่เปียกน้ำท่านให้พวกช่างเย็บเหล่านี้ใส่เถอะ ให้พวกนางใส่ชุดเหล่านี้แล้วเปลี่ยนจากเย็บผ้าหลังร้านมานั่งเย็บอยู่หน้าร้าน ท่านทำไม้แขวนตัวเท่าขนาดคนจริงแล้วเอาชุดที่พวกนางตัดเย็บมาแขวนให้คนได้มองเห็น ข้าจะออกแบบให้ท่านเป็นสมุดหนึ่งเล่ม เก็บไว้กับตัวท่านเอง หากเหล่าคุณหนูที่ต้องการตัดเย็บตามแบบพวกนางจำต้องซื้อผ้าจากร้านท่านเท่านั้น"
"ทำแบบนี้ก็ได้หรือ ฮูหยินหลี่หากครั้งนี้ข้ารอดวิกฤติไปได้ข้าสร้างรูปปั้นจะบูชาเจ้าเลยเชียว ฮือๆ"
"พรุ่งนี้ข้าเดินทางแล้ว หากท่านไม่อยากอยู่ที่นี่ก็ลองไปที่ตำบลซานซานดู ข้าอาจช่วยให้กิจการของบิดามารดาท่านฟื้นฟูขึ้นมาได้"
"ฮูหยิน ข้าอายุยี่สิบเอ็ดคงเป็นพี่สาวท่านได้ดูแล้วท่านคงอายุยังน้อย ข้ารียกเจ้าน้องสาวได้หรือไม่"
"ข้าอายุสิบแปด นี่น้องสาวข้านางอายุสิบสื่อชื่อเสี่ยวชุย พี่หญิงฟ่านข้าต้องกลับโรงเตี้ยมแล้ว จะไปเขียนแบบให้ท่านเจอกันตอนเช้า"
"เอ่อ ของที่โรงเตี้ยมมีเยอะไหมข้าจะไปช่วยขน เจ้านอนที่นี่เถอะ ทั้งร้านมีแค่ข้ากับเสี่ยวเหมย ข้าเป็นลูกคนเดียวท่านลุงกับป้าสะใภ้ข้าอยากได้สามห้องนี้เพื่อเอาใจฟางเหยียนแต่ข้าไม่ให้ จึงถูกพวกเขาก่อนกวนทุกวันเลย"
"ข้าได้ยินคนคุยกันว่าสกุลถังกำลังมองหาห้องเพื่อเปิดกิจการนใหม่มิใช่หรือ หากท่านอยากย้ายไปตำบลซานซานลองบอกขายทางนั้นดูสิ พวกเขาไม่ถูกกับสกุลเยี่ย ท่านลองเอาแบบที่ข้าวาดเสนอเขาด้วย ทั้งสองตระกูลค้าผ้าเหมือนกัน ทุกวันนี้สกุลเยี่ยพยายามอย่างหนักที่จะโค่นล้มสกุลถัง แต่เพราะพวกเขาเป็นเพียงมดไม่ดูกำลังตนเอง"
"จริงรึ ถ้าเช่นนั้นข้าจะลองไปหาคุณชายถังดู เผื่อเขาสนใจแต่ว่ากันว่าคุณชายถังผู้นี้เย็นชายิ่งนัก เอาล่ะไปเก็บของกันเถอะ"
"ที่โรงเตี้ยมไม่มีของน่ะ ข้าเดินทางมาจากหลินตูเพื่อไปยังบ้านเกิดมารดา คิดไว้ว่าหาเงินสักหน่อยเผื่อต้องซ่อมแซมบ้าน จึงไม่อยากซื้อข้าวของมากมายให้เป็นภาระ"
"งั้นก็นอนที่นี่แหละ ข้าอยากไปพ้นๆเช่นกันข้าจะไปตำบลซานซานกับเจ้า ไม่เช่นนั้นสักวันข้ากับเสี่ยวเหมยคงถูกฟ่านเจ๋อลุงของข้าขายข้าให้เป็นอนุขุนนางสักคนแน่ๆ"
โจวหว่านถิงกับฟ่านหลิงหลิงคุยกันจนดึก ฟ่านหลิงหลิงทำอาหารอร่อยมาก ใครแต่งนางไปถือว่าโชคดีจากนั้นก็พากันเข้านอน
