บทที่ 10 ผัว
“ส่วนกูนำทัพ”
ขวับ!
นำทัพเดินมาหยุดอยู่ข้างคนตัวเล็กพร้อมกับเลื่อนมือขึ้นไปกอดเอวแสดงความเป็นเจ้าของ ด้านหมอหนุ่มทำเพียงขยับสายตามองดูการกระทำของอีกคนนิ่ง ๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามหญิงสาว
"ผู้ชายคนนี้ใครเหรอครับ" อยู่ ๆ เขาก็เข้ามาโอบเอว หรือว่าจะเป็นคนรักของเธอ
ทว่า..
"ผัว"
"มะ มันไม่ใช่นะคะ" ใบหน้าดูดีหันขวับไปมองคนข้างกายทันทีเมื่อเธอปฏิเสธคำตอบของเขา
"ว่าไงนะ?" เขาจ้องเธอเขม็ง กล้าดียังไงถึงมาหักหน้าเขาต่อหน้ามัน
"...หึ" มุมปากได้รูปกระตุกยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว นำทัพเห็นแบบนั้นก็แทบพุ่งเข้าไปอัดใบหน้าอีกคนให้ล้มทั้งยืน
"ถ้าอย่างนั้นก็คงเป็นผู้ปกครองของคุณสินะ" สายตาของทั้งคู่จ้องกันอย่างฟาดฟันไม่มีใครยอมใคร หมอไมลส์ถือว่าเป็นคนแรกที่กล้าสบตาเขาอย่างไม่คิดเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย พร้อมที่จะพุ่งชนทุกเมื่อ
"...." หญิงสาวก้มหน้าเงียบไม่กล้าตอบ
"เพื่อนเหรอมิลิน" นำทัพถามน้ำเสียงติดหงุดหงิดไม่ชอบใจ ทำไมเขาถึงรู้สึกไม่ชอบผู้ชายตรงหน้านี้เอาเสียเลย ไหนจะรอยยิ้มและสายตาของมันที่กำลังมองมา กวนส้นตีน..
"มะ ไม่ใช่ค่ะ" มิลินตอบน้ำเสียงตะกุกตะกัก พอเจอเข้ากับสถานการณ์ตอนนี้มันก็ทำให้เธอยากที่จะพูดอะไรออกไป เธออยากออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด เพราะรู้จักนิสัยของนำทัพดีว่าเขาเป็นคนยังไง
"ไม่ใช่..อืม แล้วใครกัน" เมื่อได้รับคำตอบที่น่าพอใจเขาก็ยิ้มออกมาทันที ก่อนจะมองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง
"อย่าลืมนะวันเสาร์นี้เรามีนัดกันแล้ว" ไมลส์ไม่สนสายตานำทัพที่กำลังมองมา เขาเลือกจะเมินแล้วหันไปคุยกับเธอแทน
"ไม่เห็นหรือไงว่ากูอยู่ตรงนี้" เขายืนหัวโด่อยู่แท้ ๆ มันยังกล้าอีก
"เห็นครับ" แต่แล้วยังไง? นั่นคือสิ่งที่เขาคิดในใจ
"เห็นแต่ยังเสือกนัดคนของกูเนี่ยนะ" คนดี ๆ ที่ไหนเขาทำกัน
"พวกเราไม่ได้ไปทำอะไรเสียหายสักหน่อย"
"ฉันไมยักรู้ว่าเธอมีเพื่อนผู้ชายเพิ่มมาอีก ทั้งยังปากดีใส่ฉันด้วยสิ เธอว่าฉันควรจัดการกับมันยังไงดี" เขาโน้นใบหน้าลงไปพูดกับเธอโดยที่สายตายังคงจับจ้องไปที่อีกคน สิ่งที่นำทัพต้องการทำมากที่สุดในตอนนี้คือลงโทษคนของตัวเอง หนีเข้ามาไม่พอยังมาอยู่กับผู้ชายสองต่อสองอีก ให้มันได้แบบนี้สิ
"คะ..คุณไมลส์เขาเป็นหมอค่ะ"
"อ๋อ~ เป็นหมอนี่เอง" สงสัยไม่อยากรักษาผู้ป่วยแล้ว
"คุณควรพาเธอไปรักษานะครับ" คิ้วเข้มขมวดเป็นปม รักษาอะไร ทำไมเขาต้องพาเธอไปรักษาในเมื่อเธอก็ปกติดีทุกอย่าง พล่ามอะไรของมันวะ
"เธอไม่สบายหรอ" หันไปถามมิลิน
"ใช่ครับ คุณรู้หรือเปล่าว่าเธอเป็นแพนิค อาการพวกนี้คุณไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด"
"ดูมึงจะรู้จักคนของกูดีจังเลยนะ"
"ผมกับเธอเราเพิ่งเจอกัน แต่อาการเธอกำเริบ ผมเลยช่วยเอาไว้"
"หมายความว่าไง?"
"คุณไมลส์คะ มิลินขอตัวก่อนนะคะ" มิลินแทรกขึ้นอย่างเสียมารยาท ขืนยังปล่อยให้พวกเขาคุยกับต่อเธอกลัวว่านำทัพจะเข้าไปต่อยคุณหมอเอาจนได้น่ะสิ คนตัวเล็กบอกพลางกระตุกแขนนำทัพให้ตามไปด้วย ทว่า..
"ชื่อมิลินนี่เอง น่ารักจัง เสาร์นี้เจอกันนะครับ"
"มั่นใจจังเลยนะว่าเธอจะไปหา" เขาไม่มีทางปล่อยเธอไปเจอมันแน่นอน ฝันไปเถอะ
"ถ้าคุณไม่ห้าม ผมก็มั่นใจว่าพวกเราจะได้เจอกัน" พร้อมกับแสยะยิ้ม
"ก่อนที่จะรักษาคนอื่นรักษาตัวเองก่อนดีไหม" คำพูดที่เหมือนจะไม่มีอะไร แต่มันกลับแฝงไปด้วยความดุดันน่าเกรงขาม สายตาที่เขามองชายหนุ่มตรงหน้าเต็มไปด้วยความเกี้ยวโกรธ ทั้งที่เขาเองก็ยืนอยู่ตรงนี้แต่มันยังกล้าวุ่นวาย แบบนี้ก็เท่ากับว่ามันยอมที่จะเปิดศึกกับเขาแล้วสินะ
"คนต่อไปอาจเป็นคุณก็ได้ที่ผมรักษา" ทว่าประโยคถัดมาของหมอหนุ่มทำเอานำทัพแสยะยิ้มร้ายทันที นาน ๆ จะเจอคนที่มันกล้าต่อกลอนด้วย เจอคู่แข่งแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน น่าสนุกดีออก..
"อย่าเสือกเรื่องของกู"
"หึหึ กลัวผมเหรอครับ"
"...." ทำไมเขาต้องกลัว มันมีอะไรให้เขากลัวงั้นเหรอ
"ไว้เจอกันครับคุณมิลิน ส่วนคุณไม่ต้องคิดถึงผมนะครับ" นำทัพมองหมอหนุ่มที่หมุนตัวเดินจากไป ไม่ลืมที่จะทิ้งถ้อยคำยั่วโมโหให้เขาได้หงุดหงิดใจ มือหนาที่กอดเอวคอดอยู่แล้วออกแรงบีบทำคนตัวเล็กนิ่วหน้าเจ็บ แต่แล้วใบหน้าที่เรียบนิ่งในตอนแรกก็แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มน่ากลัว
"เรากลับบ้านกันเถอะ..มิลิน" เขาบอกกับเธอเสียงเยือกเย็นชวนขนลุก
"คะ คุณนำทัพจะไม่ทำอะไรลินใช่ไหม" เธอกลัวว่าเขาจะรุนแรงกับเธอเหลือเกิน
"เมื่อเช้ายังแทนตัวเองว่าฉันอยู่เลย ไหงตอนนี้ กลับมาแทนตัวเองว่าลินเหมือนเดิมแล้วล่ะ" เธอคงกำลังกลัวเขาสินะ
"ถ้าลินกลับ จะไม่ทำอะไรลินใช่ไหมคะ"
"ตอนนี้อารมณ์ฉันไม่ค่อยคงที่ซะด้วยสิ ขอไม่รับปากก็แล้วกัน ว่าจะเบามือได้หรือเปล่า" แล้วเขาก็ออกแรงกระชากเธอให้ตามไปที่รถอย่างแรง ภาพที่หญิงสาวถูกฉุดกระชากลากเดินไปตามทางได้ตกอยู่ในสายตาของผู้คนที่เข้ามาเดินเลือกซื้อของกันอย่างมากมาย แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งเพราะสายตาที่เขาใช้มองมันน่ากลัวจนเกินไป
