บทที่ 9 ส่วนกูนำทัพ
“....” นำทัพยังคงเงียบ หญิงสาวร้องไห้อยู่พักหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณรู้ไหมว่าฉันดีใจแค่ไหนที่เพื่อนคุณยอมส่งฉันมาอยู่ในที่ไกลแสนไกลคนพวกนั้น ตอนนั้นฉันคิดแค่ว่าฉันกำลังจะหลุดพ้นจากทุกอย่าง หลุดพ้นจากพี่สาวที่ใจร้ายกับฉันมาก ๆ แต่สุดท้ายฉันต้องมาเจอคุณ คนที่ทำร้ายฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ต่างกับพี่สาวฉันเลย พวกคุณเห็นฉันเป็นอะไรงั้นเหรอ? ฉันไม่ใช่คนใช่ไหม ฉันมันไม่มีความรู้สึกเลยใช่ไหมถึงได้ใจร้ายกับฉันขนาดนี้ ได้โปรดเถอะนะ อย่าทำให้ฉันเจ็บปวดไปมากกว่านี้เลย..”
“เธออยากกลับไปเรียนไหม” เขาตัดสินใจถามไปตามตรง หากเธออยากเรียนเขาจะให้กลับไปเรียนอีกครั้ง ส่วนเรื่องที่เธอได้รับจากเพื่อนในโรงเรียนเขาจะเป็นคนจัดการเอง
“จะให้ฉันกลับไปสู้หน้ากับใคร คุณคิดว่าคนพวกนั้นเขายังอยากคบฉันอยู่เหรอ”
“เธอจะกลัวอะไร” เขาอยู่ตรงนี้เธอจะกลัวอะไร
“คุณไม่เป็นฉันคุณไม่รู้หรอกว่ามันเป็นยังไง” ทุกคำพูดของคนเหล่านั้นยังคงก้องอยู่ในหัวของเธอ ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนถึงจะลืมมันไปได้สักที
“….” แล้วเขาก็เงียบไปอีกครั้ง
ภายในห้องมีเพียงเสียงสะอื้นเบา ๆ ของคนตัวเล็กโดยมีนำทัพนั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองเงียบ ๆ ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เขาเอาแต่นั่งเฝ้าหญิงสาวร้องไห้ กระทั่งเธอหลับไปในที่สุดเขาจึงตัดสินใจออกจากห้องไปทันที
ช่วงบ่าย
“มิลินหายไปไหน” ร่างสูงเอ่ยถามลูกน้องที่ยืนอยู่หน้าบ้าน เขาไปดูในห้องก็ไม่พบเธอ ห้องน้ำก็ไม่มี สวนหลังบ้านก็ไม่อยู่ซึ่งไม่รู้ว่าเธอหายไปไหน
“ไปซื้อของครับ” ลูกน้องตอบกลับเจ้านายเสียงดังฟังชัด
“กับใคร ที่ไหน เมื่อไหร่” ทำไมเขาถึงไม่รู้ ปกติแล้วเธอต้องรายงานเขาสิว่าจะไปไหนกับใคร
“เอ่อ..” ทว่าคำถามของเจ้านายทำลูกน้องถึงกับเงียบไปต่อไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องตอบข้อไหนก่อน ก็เจ้านายเล่นรัวคำถามมาขนาดนี้ใครมันจะไปตอบทัน
“ตอบกูมา”
“เฮียไบค์ครับ” ไบค์และคาเรนเป็นหัวหน้าลูกน้อง ทุกคนจึงเรียกทั้งสองว่าเฮีย
“ใครอนุญาตให้มันพามิลินไป”
“ไม่ทราบครับ”
“....” มาเฟียหนุ่มขบกรามแน่นด้วยอารมณ์หงุดหงิดอยู่ภายในใจ ไม่จำเป็นต้องขอเขาที่เป็นเจ้านายแล้วสินะเวลาจะไปไหนมาไหนกัน
ปัง! (ปิดประตูรถ)
“ฉันคงใจดีเกินไป” เขาพาตัวเองขึ้นมานั่งบนรถก่อนจะขับออกจากบ้านไปด้วยความรวดเร็วโดยไม่มีลูกน้องตามประกบเหมือนอยากทุกครั้ง
ณ ห้างสรรพสินค้า
ตึก ตึก
“พี่ไบค์ ลินขอดูของใช้ตรงนี้นะคะ” คนตัวเล็กหันไปบอกชายหนุ่มที่เป็นคนพามาเดินห้างในครั้งนี้ เนื่องจากของใช้ส่วนตัวของเธอและนำทัพหมดจึงจำเป็นต้องออกมาซื้อด้วยตัวเอง เพราะมันเป็นคำสั่งเด็ดขาดของนำทัพที่ให้เธอเป็นคนจัดการในส่วนนี้ ของที่เขาใช้ทุกอย่างต้องเป็นมิลินเท่านั้นที่ดูแล
“ได้สิ งั้นพี่ไปรอที่ร้านกาแฟนะ” คนตัวเล็กมองตามมือบอดี้การ์ดหนุ่มไปก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ
“ได้ค่ะ”
“เอาของมา” ไบค์รับของจากมือคนตัวเล็กไปถือก่อนที่เขาจะเดินไปรอยังร้านกาแฟที่อยู่ไม่ไกล ไม่อยากให้เธอรู้สึกกดดันหากมีเขาเดินตามอยู่ตลอดเวลา จึงแยกตัวออกมานั่งรอดีกว่า
“อยู่ไหนนะ” ด้านมิลินยังคงเดินหาของที่ตัวเองต้องการ เธอเดินวนไปวนมาอยู่สามรอบก็ยังไม่เจอ เมื่อคิดได้ว่าควรไปถามพนักงานเธอจึงหมุนตัวเพื่อจะเดินไปหาพนักงานทว่า.. หางตากลับเหลือบไปเห็นของที่ต้องการพอดี แต่มันดันอยู่สูงเกินไป หญิงสาวมองซ้ายมองขวาว่ามีที่ให้ปีนขึ้นไปหยิบไหม
“ทำไงดี” ซึ่งในขณะนั้นเอง..
“จะเอาของเหรอครับ” เสียงทุ้มอบอุ่นของใครบางคนดังอยู่เหนือศีรษะทำให้ใบหน้าสวยเงยขึ้นมองด้วยความตกใจก่อนที่เธอจะถอยห่างอัตโนมัติ
“ชะ ใช่ค่ะ” เหมือนอาการแพนิคจะกำเริบ เธอกลัวทุกครั้งที่คนแปลกหน้าเข้าหาแบบนี้ อาการของเธอแสดงออกชัดเจนว่ากำลังตื่นกลัวคนตัวโตตรงหน้า
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” เม็ดเหงื่อตามกรอบหน้าสวยทำอีกคนสงสัยอยู่ไม่น้อย ทั้งที่ในห้างแอร์เย็นขนาดนี้ทว่าอีกคนดันมีเหงื่อ มันดูไม่ปกติเอาเสียเลย
“ฉะ..ฉัน อึก~” ร่างบางทรุดตัวนั่งหอบหายใจอย่างยากลำบาก
“คุณใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ หายใจเข้าออกลึก ๆ แล้วมองหน้าผม” เขาสังเกตว่าอาการของเธอมันดูแย่กว่าเดิม
“ฉะ ฉันกลัว”
“ไม่เป็นอะไรครับ มองหน้าผมนะ” เขาส่งยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน พยายามชวนคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของหญิงสาว เมื่อเห็นว่าอาการอีกคนดีขึ้นแล้วเขาจึงลุกขึ้นไปหยิบของที่เธอต้องการมาให้
“ขอบคุณค่ะ” เธอขอบคุณคนเขาที่ช่วยเธอเอาไว้
“คุณเป็นแพนิคสินะ” เขารู้ได้ยังไงกัน
“คะ คุณรู้เหรอคะ”
“ผมเป็นหมอครับ” ใช่.. ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้เป็นหมอ อาการแค่นี้มองผ่าน ๆ ก็รู้แล้วว่าเธอเป็นอะไร แต่เท่าที่สังเกตเขาคิดว่าเธอควรรีบรักษามันก่อนที่จะแย่ไปมากกว่านี้ จากที่ดูก็ไม่น้อยนะ เธอดูหวาดระแวงและตื่นตระหนกอยู่ตลอดเวลา ขืนยังปล่อยไว้คนที่แย่จะเป็นตัวเธอเองนั่นแหละ
“ฉันไม่มีเงินรักษา” เธอก้มหน้าตอบเสียงเศร้า มือถือเธอยังไม่มีใช้เลย นำทัพยึดมันไปตั้งแต่วันนั้น เรื่องเงินคงไม่ต้องพูดถึงว่าเธอจะเอามาจากที่ไหน ให้ขอเขาก็คงจะเป็นไปไม่ได้แน่นอน
“หืม? งั้นเอาแบบนี้ไหมครับ”
“...” เงยหน้าสบตาหมอหนุ่ม
“วันเสาร์นี้คุณว่างไหม” เพราะมันตรงกับวันหยุดเขาพอดี เขาจะช่วยเธอเองหากเธออยากหายไปจากอาการนี้จริง ๆ เขาอยากช่วยเธอโดยไม่คิดค่ารักษาแม้แต่บาทเดียว ไม่รู้สิ.. มันแค่อยากช่วยเท่านั้น
“เสาร์นี้เหรอคะ” เธอคงออกจากบ้านไม่ได้แน่นอน
“ติดอะไรหรือเปล่าครับ”
“ละ ลินคงไปไม่ได้หรอกค่ะ”
“ทำไมล่ะครับ งั้นเอาเบอร์คุณมาเดี๋ยวถึงวันนั้นผมจะติดต่อคุณไปเอง” ว่าพร้อมกับส่งมือถือไปให้คนตัวเล็ก
“ลินไม่มีมือถือ”
“ฮะ?” นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ เธอไม่ได้เล่นตลกกับเขาใช่ไหมเนี่ย
“ละ ลินขอตัวค่ะ!” คนตัวเล็กลุกพรวดพราดขึ้นด้วยความรวดเร็วเพื่อจะพาตัวเองหนีไปจากตรงนี้ ทว่า..
หมับ!
“เดี๋ยวครับ” ชายหนุ่มจับเข้าที่แขนเล็กพร้อมกับออกแรงดึงหญิงสาวไม่ให้วิ่งหนีไปได้
“...”
“ผมไมลส์ครับ”
“ส่วนกูนำทัพ”
